
SHORT CUT
การเปลี่ยนงานและสร้างรายได้หลายทางของ Gen Z คือภาพสะท้อนของ Disillusionomics เศรษฐศาสตร์ของความไม่ศรัทธาต่อระบบเดิม
ถ้าคุณรู้สึกว่าทำงานเท่าเดิม แต่เงินไม่พอ เก็บเงินยังไงก็ไม่ทันราคาบ้าน วางแผนอนาคตไปก็ไม่แน่ใจว่าจะได้ใช้จริงไหม
คุณอาจไม่ใช่คนที่บริหารเงินไม่เก่ง แต่กำลังใช้ชีวิตแบบเดียวกับคนรุ่น Gen Z ทั่วโลก
คนรุ่นนี้เติบโตมากับคำสัญญาทางเศรษฐกิจที่ไม่เคยเป็นจริง เรียนดี ทำงานหนัก อดทน แล้วชีวิตจะมั่นคงแต่เมื่อโตขึ้นกลับพบว่า สูตรสำเร็จแบบเดิมไม่ได้การันตีอะไรอีกแล้ว
นักเศรษฐศาสตร์อย่าง Alice Lassman เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “Disillusionomics” หรือ เศรษฐศาสตร์ของความสิ้นศรัทธา ความไม่เชื่อว่าระบบจะตอบแทนความอดทนได้เหมือนในอดีต และนั่นคือจุดเริ่มต้นของพฤติกรรมทางการเงินที่แตกต่างไปจากรุ่นก่อนอย่างชัดเจน
ใช้เงินวันนี้ เพราะพรุ่งนี้ไม่แน่นอน
Disillusionomics อธิบายได้ว่าทำไม Gen Z ยอมจ่ายเงินกับประสบการณ์อย่างคอนเสิร์ตหรือการท่องเที่ยว เพราะสิ่งเหล่านี้ “ได้ใช้จริงตอนนี้” ในขณะที่อนาคตยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
ในขณะเดียวกัน คนรุ่นนี้กลับไม่ได้ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายอย่างที่หลายคนคิด พวกเขาใช้จ่ายอย่างระวัง และให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่า” สูงมาก หากไม่เห็นคุณค่า ก็พร้อมจะไม่จ่าย
จึงเกิดสิ่งที่เรียกว่า dupe culture คือ เลือกของที่คุณภาพใกล้เคียงของแพง แต่ราคาถูกกว่า ไม่จำเป็นต้องแบรนด์เนม ขอแค่ “ใช้งานได้จริง” เพราะสำหรับคนรุ่นนี้เงินทุกบาทคือ “เกราะป้องกันความไม่แน่นอน
ถ้ารายได้ทางเดียวไม่พอ ก็ต้องมีหลายทาง
เมื่อไม่เชื่อว่าระบบจะตอบแทนความอดทน คนรุ่นนี้จึงเลือกไม่ฝากอนาคตไว้กับเส้นทางเดียว พวกเขาเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการทำหลายอาชีพ การสร้างรายได้จากการทำคอนเทนต์ หรือการเปลี่ยนทรัพยากรที่มีอยู่ในชีวิตให้กลายเป็นรายได้ แนวคิดแบบ Airbnb ที่เปลี่ยนห้องว่างเป็นเงิน ถูกนำไปต่อยอดอย่างจริงจังในชีวิตประจำวันของ Gen Z
การใช้เงินของ Gen Z จึงไม่ใช่เรื่องภาพลักษณ์ แต่เป็นการปรับตัวในโลกที่ไม่เคยรับประกันอนาคตให้ใคร เมื่อความมั่นคงไม่ใช่สิ่งที่ระบบมอบให้ได้อีกต่อไป คนรุ่นใหม่จึงเลือกสร้างมันขึ้นมาด้วยวิธีของตัวเอง แม้ว่าวิธีเหล่านั้นจะไม่ตรงกับกติกาที่สังคมเคยคุ้นชินก็ตา
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ Gen Z ไม่ได้เป็นแค่เรื่องการใช้เงิน
แต่คือการเปลี่ยนวิธีมองโลกทั้งระบบ เมื่อความมั่นคงไม่ใช่สิ่งที่ระบบเศรษฐกิจรับประกันได้อีกต่อไป
ความอดทน การรอคอย และการวางแผนระยะยาว จึงไม่ใช่คำตอบที่น่าเชื่อถือเหมือนในอดีต
บ่อยครั้ง Gen Z ถูกมองว่า ไม่อดทน เปลี่ยนงานบ่อย ไม่ยอมทำตามระบบ แต่ในความจริง นี่คือการตอบสนองต่อเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรมกับพวกเขา เมื่อเส้นทางเดิมไม่พาไปถึงเป้าหมาย การสร้างเส้นทางใหม่จึงเป็นทางเลือก
หากสังคมยังมองพฤติกรรมเหล่านี้ว่าเป็นความไม่อดทนหรือไร้ความรับผิดชอบ เราอาจกำลังมองข้ามสัญญาณสำคัญว่า ระบบเศรษฐกิจแบบเดิม อาจไม่ตอบโจทย์ชีวิตของคนรุ่นใหม่ได้อีกแล้ว
และคำถามสุดท้ายอาจไม่ใช่ว่า Gen Z ใช้เงินอย่างไร แต่คือ ระบบแบบไหน ที่จะทำให้คนที่กำลังใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบัน กล้าเชื่อว่าอนาคตยังมีหวัง
ที่มา: fortune