Gen Z อยากให้มิลเลนเนียล-คนรุ่นก่อนหน้าเกษียณเปิดทางตำแหน่งงาน

Gen Z อยากให้มิลเลนเนียล-คนรุ่นก่อนหน้าเกษียณเปิดทางตำแหน่งงาน

กระแสบน TikTok คน Gen Z เรียกร้องให้คนรุ่นมิลเลนเนียลและเบบี้บูมเมอร์เกษียณเพื่อเปิดทางให้คนรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดงาน แต่คนวัยทำงานเองก็ไม่มีกำลังพอจะออกจากงาน

SHORT CUT

  • กระแสคนรุ่นใหม่บน TikTok สะท้อนความกดดันจากการหางานทำหรือเติบโตในสายอาชีพได้ยาก โดยมองว่าคนรุ่นมิลเลนเนียลและเบบี้บูมเมอร์กอดตำแหน่งไว้และไม่ยอมเกษียณเพื่อเปิดทางให้
  • ในความเป็นจริง 'มิลเลนเนียล' ยังไม่ถึงวัยเกษียณ (อายุ 30-45 ปี) และคนวัยทำงานส่วนใหญ่ตกอยู่ในภาวะเดอะแบก (Sandwich Generation) ที่ต้องดูแลทั้งลูกและพ่อแม่สูงวัย จึงไม่มีความพร้อมทางการเงินที่จะก้าวออกจากตลาดแรงงาน
  • ปัญหาหลักไม่ได้เกิดจากการที่คนรุ่นก่อนไม่หลีกทาง แต่เป็นโครงสร้างตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไป บริษัทมีแนวโน้มเลือกจ้างคนที่มีประสบการณ์และทักษะพร้อมใช้งาน (เช่น AI) มากกว่าเด็กจบใหม่ ทำให้ตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นสำหรับ Gen Z ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

กระแสบน TikTok คน Gen Z เรียกร้องให้คนรุ่นมิลเลนเนียลและเบบี้บูมเมอร์เกษียณเพื่อเปิดทางให้คนรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดงาน แต่คนวัยทำงานเองก็ไม่มีกำลังพอจะออกจากงาน

กระแสถกเถียงบน TikTok กลายเป็นประเด็นร้อนในช่วงที่ผ่านมา หลังคนรุ่น Gen Z บางส่วนตั้งคำถามว่า คนรุ่นมิลเลนเนียลและคนรุ่นเบบี้บูมเบอร์จะเกษียณจากการทำงานเมื่อใด เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้งาน มีรายได้ และก้าวหน้าในอาชีพบ้าง

CREDIT : REUTERS

ครีเอเตอร์รายหนึ่งตั้งคำถามว่า จะไต่เต้าในองค์กรได้อย่างไร หากคนที่อยู่ในตำแหน่งสูงกว่า ไม่ยอมเกษียณ ขณะที่อีกรายกำลังจะเรียนจบ แต่กลับหาไม่ได้แม้กระทั่งงานฝึกงานหรือตำแหน่งระดับเริ่มต้นที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่เรียนมา

ความไม่พอใจดังกล่าวสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริง แต่เหตุผลที่นำมาอธิบายอาจไม่ตรงกับต้นตอ เพราะข้อมูลชี้ว่า ตำแหน่งงานที่ Gen Z ต้องการไม่ได้ถูกคนรุ่นก่อนยึดเอาไว้เพียงเพราะคนกลุ่มนั้นไม่ยอมเกษียณ แต่ปัญหาสำคัญกว่านั้นคือ ตำแหน่งงานจำนวนมากที่คนรุ่นใหม่หวังจะเข้าไปทำกลับไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่แรก

CREDIT : REUTERS

ต้นทางของกระแสนี้ดูเหมือนจะมาจากครีเอเตอร์ Gen Z จำนวนไม่มาก ก่อนจะกลายเป็นไวรัลหลังกลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนียล และ Gen X นำคลิปไปต่อยอด ล้อเลียน และโต้แย้ง

ครีเอเตอร์ TheFinePrintbyJJ ที่ระบุว่า ตัวเองเป็นหนึ่งใน Millennials รุ่นแรกๆ ในวัย 44 ปี กล่าวติดตลกว่า ตนเองยินดีเกษียณตั้งแต่วันพรุ่งนี้ หากมีเงินมากพอ ส่วน GenXJono ชี้ถึงอีกปัจจัยสำคัญว่า การที่แรงงานอายุมากยังไม่ออกจากตลาดงาน ไม่ได้เกิดจากความผูกพันกับโต๊ะทำงาน แต่เป็นเพราะค่าเช่า ค่าอาหาร ค่าเลี้ยงดูลูก และพ่อแม่สูงวัยที่ยังต้องพึ่งพารายได้ของตัวเองอยู่

มิลเลนเนียลยังห่างไกลวัยเกษียณ

ข้อโต้แย้งสำคัญ คือ คนรุ่นมิลเลนเนียลในปี 2026 มีอายุประมาณ 30 ปี - 45 ปี ซึ่งยังไม่ใช่วัยเกษียณ ขณะเดียวกัน คนรุ่นนี้ก็เคยผ่านสถานการณ์คล้ายกับ Gen Z มาก่อน เมื่อเริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงานท่ามกลางผลกระทบจากวิกฤตการเงินปี 2008 และต้องเผชิญกับแรงงานรุ่นก่อนที่ยังอยู่ในตำแหน่ง เพราะไม่สามารถเกษียณท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยได้เช่นกัน

แนวคิดที่ว่าเพียงให้คนรุ่นก่อนลุกออกจากเก้าอี้ แล้วคนรุ่นใหม่จะเข้ามาแทนได้ทันที ยังมีข้อจำกัดในเชิงโครงสร้าง เพราะบัณฑิตจบใหม่ไม่สามารถเข้าไปแทนตำแหน่งของพนักงานระดับกลางหรือระดับสูงได้โดยอัตโนมัติ ประสบการณ์ คุณสมบัติ และวิจารณญาณที่สะสมมาหลายปีไม่สามารถถ่ายโอนด้วยการลาออก

ดังนั้น แม้ตำแหน่งระดับบนขององค์กรจะว่างลง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดตำแหน่งระดับเริ่มต้นเพิ่มขึ้น ขณะที่จุดที่ Gen Z กำลังติดอยู่มากสุดกลับอยู่บริเวณบันไดขั้นแรกของตลาดแรงงาน

Gen Z อยากให้มิลเลนเนียล-คนรุ่นก่อนหน้าเกษียณเปิดทางตำแหน่งงาน

คนวัยกลางคนเองก็ออกจากงานไม่ได้

ข้อมูลจาก Pew Research Center ที่เผยแพร่เมื่อเดือนสิงหาคมระบุว่า ชาวอเมริกันวัย 40 ปีราว 54% อยู่ในสถานะ “Sandwich Generation” กล่าวคือ ต้องดูแลทั้งพ่อแม่อายุ 65 ปีขึ้นไป และลูกที่ยังต้องพึ่งพาการสนับสนุนทางการเงิน

โดยเกือบ 1 ใน 4  ของคนกลุ่มดังกล่าวยังต้องช่วยเหลือทั้งลูกที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะและลูกที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วพร้อมกัน นั่นทำให้การทำงานต่อไม่ได้เกิดจากความต้องการยึดตำแหน่ง แต่เป็นเพราะรายได้หนึ่งก้อนต้องรองรับค่าใช้จ่ายของคนหลายรุ่น

CREDIT : REUTERS

ข้อมูลตลาดแรงงานยังสะท้อนว่าผู้คนลังเลที่จะลาออกมากขึ้น โดยผลสำรวจ Job Openings and Labor Turnover Survey ของสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่า อัตราการลาออกจากงานในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่เพียง 1.9% ซึ่งอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

ผลสำรวจแรงงาน Gen Z และมิลเลนเนียล จำนวน 2,000 คนของ ELVTR ยังพบว่าเกือบ 60% หวังว่าจะถูกเลิกจ้างมากกว่าเป็นฝ่ายลาออกเอง เนื่องจากการถูกเลิกจ้างอาจมาพร้อมเงินชดเชย 

ขณะที่ข้อมูลของ Bank of America Institute ระบุว่า ในช่วงต้นปี 2026 ผู้ที่ย้ายงานได้รับค่าจ้างสูงกว่าผู้ที่อยู่กับนายจ้างเดิมประมาณ 8% ลดลงจาก 11% ในปี 2022 สะท้อนว่าแรงจูงใจทางการเงินในการเปลี่ยนงานลดลง

ปัญหาที่แท้จริงอาจเป็น ‘บันไดขั้นแรก’ ที่หายไป

สิ่งที่ข้อถกเถียงบน TikTok อาจมองกลับด้านคือ แม้จะมีการหมุนเวียนของแรงงาน ตำแหน่งเหล่านั้นก็ไม่ได้ตกมาถึง Gen Z เสมอไป

ข้อมูลจาก Revelio Labs ที่ Fortune นำมาวิเคราะห์ระบุว่า อายุเฉลี่ยของพนักงานใหม่ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 42 ปี สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ จาก 40.5 ปีในปี 2022 

ขณะที่สัดส่วน Gen Z ในกลุ่มพนักงานใหม่ลดลงจาก 14.9% ในปี 2022 เหลือ 8.8% ในปี 2025 และการจ้างแรงงานอายุต่ำกว่า 25 ปีลดลง 45% เมื่อเทียบกับปี 2019

สถานการณ์ดังกล่าว สะท้อนว่า บริษัทไม่ได้เลือกเติมตำแหน่งระดับเริ่มต้นด้วยบัณฑิตจบใหม่เสมอไป โดยเฉพาะเมื่อสามารถจ้างแรงงานที่มีประสบการณ์มากกว่า พร้อมทักษะด้าน AI และต้องใช้เวลาฝึกอบรมน้อยกว่า

ท้ายที่สุดแล้ว ทุกฝ่ายในข้อถกเถียงนี้ต่างมีเหตุผลจากประสบการณ์ของตัวเอง เนื่องจาก Gen Z กำลังเผชิญความยากลำบากในการเข้าสู่ตลาดงาน ขณะที่มิลเลนเนียลไม่มีความพร้อมทางการเงินที่จะออกจากงาน ส่วน Gen X ต้องแบกรับภาระของคนหลายรุ่นพร้อมกัน

ดังนั้น ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ว่าคนรุ่นใดไม่ยอมหลีกทางแต่เป็นโครงสร้างตลาดแรงงานที่บันไดขั้นแรกสำหรับคนรุ่นใหม่กำลังหายไป ขณะที่คนที่อยู่ตรงกลางก็ไม่มีความมั่นคงทางการเงินมากพอที่จะก้าวออกจากตลาดแรงงาน

ที่มา : Forbes

related