
ตัวแทนคณาจารย์ มธ.ยันค้านใช้ตึกตู้ปลาเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจของธนาคารไทยพาณิชย์ และ Too Fast To Sleep ด้าน ธนาคารไทยพาณิชย์ ยื่นเรื่องขอชะลอโครงการแล้วหลังเกิดความเข้าใจในเจตนารมณ์คลาดเคลื่อน
เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2562 เวลา 14.30 น. ตัวแทนคณาจารย์ของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ม.ธรรมศาสตร์ ประกอบด้วย ผศ.ดร. นนทวรรณ ยมจินดา รศ. ดร. พันทิศา ภาวบุตร รศ. ดร. เอกจิตต์ จึงเจริญ และ ผศ. สมชาย ศุภธาดา ได้ร่วมกันเป็นตัวแทนแถลงข้อร้องเรียนของคณาจารย์กว่า 48 ท่านของคณะฯ ต่อกรณีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ร่วมดำเนินการกับเอกชน คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ และ Too Fast To Sleep เข้าใช้พื้นที่บริเวณชั้น 1 อาคารของคณะ ซึ่งเดิมเป็นอาคารสำนักงาน และได้มีการรื้อทำลายออกเพื่อสร้างพื้นที่ ที่เรียกว่า iSpace และ iLab ที่ได้รับการสนับสนุนจากธนาคาร และธนาคารจะเข้ามาตั้ง SCB Business Center พร้อมทั้ง มีร้านกาแฟ Too Fast To Sleep ในพื้นที่ดังกล่าว
ผศ.สมชาย ศุภธาดา แจ้งว่าการใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นการใช้พื้นที่บนที่ดินและอาคารราชพัสดุที่เป็นอาคารของหน่วยงานรัฐ มีวัตถุประสงค์การใช้งานเพื่อการศึกษาเป็นการเฉพาะไม่ใช่พื้นที่เชิงพาณิชย์ และในการพัฒนาพื้นที่โครงการนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังไม่เคยได้เปิดเผยสัญญาหรือสื่อสารกับประชาคมซึ่งกรณีนี้การปรับปรุงและตกแต่งอาคารยังมีปัญหาข้อกฎหมายบางประการที่ผูกพันมาตั้งแต่ปี 2560 และอยู่ในการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) ซึ่งเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างการออกแบบอาคารในบริเวณชั้นหนึ่งถึงชั้นสี่ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ธนาคารไทยพาณิชย์ได้เข้ามาปรับปรุงชั้นหนึ่งและมีการรื้อย้ายสำนักงานซึ่งยังอยู่ในสภาพดีมีอายุใช้งานหลังตกแต่งครั้งใหญ่ไม่ถึง 10 ปี ที่ดินในลักษณะนี้แตกต่างอย่างยิ่งจากการที่ธนาคารไทยพาณิชย์ได้เคยลงทุนร่วมกับ Too Fast To Sleep ในมหาวิทยาลัยอื่นๆ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เพราะในมหาวิทยาลัยที่กล่าวถึง ได้ใช้ที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยที่ได้มาจากการซื้อหรือวิธีอื่น มิใช่ที่ดินและอาคารของหลวงที่เป็นทรัพย์สินแผ่นดิน เช่น กรณีตึกของคณะพาณิชย์ฯ ม.ธ. แต่การใช้พื้นที่ดังกล่าวกลับเป็นการใช้พื้นที่บนที่ดินและอาคารราชพัสดุที่เป็นอาคารของหน่วยงานรัฐ ที่จัดสร้างด้วยงบประมาณแผ่นดิน มีวัตถุประสงค์การใช้งานเพื่อการศึกษาเป็นการเฉพาะ ไม่ใช่การใช้พื้นที่เชิงพาณิชย์เพื่อเอกชนรายใดรายหนึ่งเป็นการเฉพาะ
รศ.ดร. เอกจิตต์ จึงเจริญ กล่าวเสริมว่าการปรับปรุงดังกล่าวมีรูปแบบที่ตกลงกันในที่ประชุมประชาคม ที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมถึง 9 รูปแบบ เพื่อจะจัดทำให้นักศึกษาได้โดยลงทุนในงบประมาณไม่สูง ได้ประโยชน์คุ้มค่า ได้ความสวยงาม โดยไม่ต้องมีเอกชนเข้ามาเกี่ยวข้อง สามารถใช้งบประมาณของหน่วยงานจัดทำได้เลย รศ.ดร. เอกจิตต์ จึงเจริญ กล่าวต่อไปว่า ผู้บริหารของคณะและมหาวิทยาลัยกลับเลือกรูปแบบที่ไม่เคยมีการตกลงหรือนำเสนอต่อที่ประชุมตามมติที่ตกลงร่วมกัน และนำมาสู่การรื้อทำลาย พื้นที่ส่วนสำนักงานและส่วนควบ การกระทำดังกล่าวจึงผิดขั้นตอนในทางกฎหมายนับตั้งแต่ขั้นตอนการขออนุมัติและการพิจารณา ตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นอกจากนี้ยังอาจมีปัญหาในเรื่องการเช่าที่ราชพัสดุอย่างไม่โปร่งใส เนื่องจากในครั้งแรกผู้บริหารแจ้งว่าธนาคารไทยพาณิชย์เข้ามาบริจาคเพื่อปรับปรุงพื้นที่ จึงไม่มีขั้นตอนการเสนอราคาประมูลตามปกติ แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับแจ้งว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ เข้ามาเช่าซึ่งไม่มีการแสดงสัญญาอย่างเปิดเผยแต่อย่างใด แม้ได้รับการร้องขอมาเป็นเวลานาน จนกระทั่งเข้ามารื้ออาคารสำนักงาน ประชาคมก็ยังไม่ทราบว่า ผู้รับผิดชอบเป็นหน่วยงานใด
รศ.ดร. พันทิศา ภาวบุตร หัวหน้าภาควิชาการเงิน กล่าวเสริมว่าธนาคารไทยพาณิชย์เป็นสถาบันการเงินซึ่งมีกฎหมายกำกับดูแลอย่างเข้มงวดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ในการทำธุรกิจแฝงที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักของธนาคารต้องมีความถูกต้องและตรวจสอบได้ทั้งหมด เพราะอาจกระทบความเชื่อมั่นของลูกค้า และนักลงทุน นอกจากนี้ ในฐานะบริษัทจดทะเบียน ยังมีกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ควบคุมการทำธุรกิจอย่างโปร่งใสอีกด้วย ส่วนธนาคารเองก็มีข้อตกลงคุณธรรมในการดำเนินธุรกิจ เชื่อว่าธนาคารอาจไม่ทราบที่มาทั้งหมดของปัญหาจึงเข้ามาดำเนินการโดยอาจยังมีข้อมูลไม่ครบถ้วน ประชาคมชาวธรรมศาสตร์มีความเป็นห่วงว่าธนาคารและ Too Fast To Sleep อาจได้รับผลกระทบต่อชื่อเสียงและได้รับความรู้สึกทางลบจากประชาคมชาวธรรมศาสตร์และสังคมโดยรวม
เพราะเป็นที่ทราบกันว่ากรรมการประจำคณะพาณิชย์ถึงสองท่านเป็นกรรมการของธนาคารและอีกท่านหนึ่งก็เป็นผู้บริหารในระดับสูงของธนาคารนอกจากนั้นยังมีกรรมการประจำคณะพาณิชย์ม.ธ. อีกท่านหนึ่ง เป็นสามีของผู้บริหารระดับสูงที่เข้ามาร่วมลงนาม MOUระหว่างธรรมศาสตร์และธนาคารไทยพาณิชย์จึงเกรงว่าข้อเท็จจริงดังกล่าวอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบธรรมาภิบาลของทุกฝ่ายได้
ผศ.ดร. นนทวรรณยมจินดาซึ่งเป็นผู้แทนของคณาจารย์ในสภาอาจารย์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าข้อสงสัยในเรื่องสัญญาและประโยชน์ที่จะได้รับของภาครัฐและเอกชนตลอดจนผลกระทบที่มีต่อการเรียนการสอนและสิทธิในการใช้พื้นที่ในอาคารของรัฐทำให้คณาจารย์ส่วนใหญ่ซึ่งเป็นนักวิชาชีพด้านบัญชีการเงินและการบริหารเกิดข้อสงสัยในเชิงประโยชน์ที่จะได้รับของนักศึกษาและความคุ้มค่าของโครงการนี้ต่อทุกฝ่ายซึ่งพบว่าต้นทุนการปรับปรุงตึกในส่วนของคณะหลังจากการรื้อย้ายสำนักงานออกไปแล้วและต้องมาสร้างใหม่โดยงบประมาณคณะเองในพื้นที่ห้องเรียนอาจมีต้นทุนสูงกว่าเงินลงทุนของธนาคารไทยพาณิชย์นับเท่าตัวซ้ำไม่ทราบว่าธนาคารไทยพาณิชย์ได้รับสิทธิประโยชน์จากโครงการนี้อย่างไรเพียงไหนเพราะฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยและคณะยังไม่ได้ให้คำตอบดังกล่าวแม้จะถูกร้องขอเป็นเวลากว่าแปดเดือน
แต่กลับมีการทุบทำลายตัวสำนักงานก่อนการเปิดเผยข้อตกลง มีผลทำให้คณาจารย์ส่วนใหญ่ของคณะจำนวน 43 ท่าน และอดีตคณาจารย์ที่ยังทำหน้าที่สอนอีก 5 ท่าน ได้ทำหนังสือร้องเรียนยังมหาวิทยาลัยและได้ดำเนินการรณรงค์ทางสื่อออนไลน์ และโครงข่ายสังคม ผ่านเพจ Facebook ชื่อว่า เหตุเกิด ณ ตึกตู้ปลา และยังได้เข้าสู่เว็บไซต์รณรงค์ change.org ซึ่งได้รับเสียงสนับสนุนจากศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน อดีตคณาจารย์ และประชาคมชาวธรรมศาสตร์และบุคคลทั่วไปกว่า ร่วมลงชื่ออย่างเปิดเผยกว่า 1,000 คน ที่ร่วมคัดค้านเรื่องนี้
คณาจารย์และประชาคมชาวธรรมศาสตร์จึงคัดค้านการดำเนินการในโครงการดังกล่าว พร้อมทั้งร้องขอยังธนาคารไทยพาณิชย์ให้ยุติโครงการ พร้อมทั้งทบทวนความเหมาะสมให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างโปร่งใส และขอให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินการสอบสวนการกระทำดังกล่าว ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของหน่วยงานรัฐ พร้อมทั้ง ติดตามเรื่องการตรวจสอบของ สตง. และ ป.ป.ช. ที่ยังคงค้างอยู่กว่าหนึ่งปีในเรื่องที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้ความจริงในเรื่องนี้เป็นที่กระจ่างชัดโดยเร็ว และไม่กระทบต่อประโยชน์ในการจัดการศึกษาของคณะทั้งต่อนักศึกษาปัจจุบัน และต่อการบริการวิชาการแก่สังคม
โดย ประชาคมจะพิจารณาขยายการรณรงค์ และนำเข้าร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับสถาบันการเงินทุกระดับ และต่อผู้ถือหุ้นของธนาคาร รวมทั้งต่อสังคมในวงกว้างต่อไป
ขณะที่ทางด้าน ธนาคารไทยพาณิชย์ ออกมาชี้แจงว่า ธนาคารและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ทำความตกลงร่วมกันทางวิชาการเพื่อการเรียนรู้ ซึ่งมีส่วนหนึ่งของโครงการเป็นการเปิดศูนย์ Business Center เพื่อให้ความรู้แก่ SME ในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ร่วมกับทางคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เพื่อพัฒนาศักยภาพของ SME ไทยร่วมกัน และเป็นกิจกรรมเพื่อสังคม โดยมิได้มุ่งค้ากำไร โดยทางธนาคารไทยพาณิชย์ได้ปฏิบัติตามระเบียบของทางมหาวิทยาลัยอย่างเคร่งครัด และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรื้ออาคารดังกล่าวแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากได้มีความขัดแย้งเกิดขึ้นตามที่ปรากฏเป็นข่าว และทำให้เกิดความสับสนและเข้าใจเจตนารมณ์ของธนาคารคลาดเคลื่อนไป ธนาคารจึงได้ยื่นจดหมายขอชะลอโครงการนี้ไปก่อน จนกว่าทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ข้อยุติในเรื่องการปรับปรุงพื้นที่ และจะขอพิจารณาในเรื่องความร่วมมือดังกล่าวใหม่อีกครั้งหนึ่งเมื่อมีข้อสรุปจากทางมหาวิทยาลัยแล้ว