svasdssvasds

'พ.ร.ก.กู้เงิน' แก้วิกฤต หรือสร้างหนี้? ย้อนรอยต้มยำกุ้งถึงวิกฤตพลังงาน

'พ.ร.ก.กู้เงิน' แก้วิกฤต หรือสร้างหนี้? ย้อนรอยต้มยำกุ้งถึงวิกฤตพลังงาน

รัฐบาล อนุทิน 2 เตรียมงัด พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านรับมือวิกฤตพลังงานและซูเปอร์เอลนีโญ ย้อนดูประวัติศาสตร์กู้ฉุกเฉิน ในรอบ 30 ปี ตั้งแต่ต้มยำกุ้งถึงวิกฤตพลังงาน ใครผ่าน ใครไม่ผ่านบ้าง ?

SHORT CUT

  • รัฐบาลอนุทิน 2 กำลังพิจารณาออก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อเป็นงบสำรองรับมือเหตุฉุกเฉินและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ เนื่องจากสถานะเงินคงคลังของประเทศอยู่ในระดับต่ำและตึงตัว
  • การออกกฎหมายกู้เงินเป็นเครื่องมือที่รัฐบาลไทยเคยใช้มาแล้วหลายครั้งในอดีต ตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 จนถึงวิกฤตโควิด-19 ซึ่งแต่ละครั้งส่งผลให้หนี้สาธารณะของประเทศเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • แม้การกู้เงินจะเป็นทางออกในยามวิกฤต แต่ก็เป็นดาบสองคมที่ต้องพิจารณาถึงการนำเงินไปใช้อย่างโปร่งใสและคุ้มค่า เพื่อไม่ให้กลายเป็นภาระหนี้มหาศาลแก่คนรุ่นหลัง

รัฐบาล อนุทิน 2 เตรียมงัด พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านรับมือวิกฤตพลังงานและซูเปอร์เอลนีโญ ย้อนดูประวัติศาสตร์กู้ฉุกเฉิน ในรอบ 30 ปี ตั้งแต่ต้มยำกุ้งถึงวิกฤตพลังงาน ใครผ่าน ใครไม่ผ่านบ้าง ?

รัฐบาลส่งสัญญาณกู้ 5 แสนล้าน ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจ

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ทั้งสงครามที่ยังคุกรุ่น ราคาพลังงานที่ผันผวน ภัยแล้งจากปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญที่เราทุกคนกำลังเจอ และความเสี่ยงจากนโยบายกำแพงภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ที่อาจกระแทกเศรษฐกิจไทย 

วันนี้รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เริ่มส่งสัญญาณชัดเจนขึ้นว่า กำลังพิจารณาหยิบเครื่องมือชิ้นใหญ่ที่สุดในคลังนโยบายออกมาใช้ นั่นคือ "พระราชกำหนดกู้เงิน" หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน วงเงินสูงถึง 500,000 ล้านบาท

ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ชี้แจงถึงความจำเป็นว่า สถานะเงินคงคลังของประเทศในขณะนี้ "มีค่อนข้างน้อยและมีความตึงตัว" รัฐบาลจึงเห็นสมควรต้องมีงบประมาณสำรองขนาดใหญ่ไว้รองรับเหตุฉุกเฉิน โดยอ้างอิงอำนาจตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ ที่เปิดช่องให้ออก พ.ร.ก. ได้ในกรณีเร่งด่วนเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แม้ในทางปฏิบัติอาจไม่ได้กู้เต็มจำนวนทันที แต่ตามหลักการแล้ว รัฐบาลจำเป็นต้องขยายเพดานหนี้รอไว้ตามวงเงินที่ระบุในกฎหมาย

ย้อนรอย 28 ปี 'พ.ร.ก.กู้เงิน' จากต้มยำกุ้งถึงโควิด-19

หากพลิกหน้าประวัติศาสตร์การคลังของไทย นับตั้งแต่ วิกฤตต้มยำกุ้ง เมื่อ 28 ปีก่อน (ปี 2540) จนถึงวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน มีถึง 6 รัฐบาลที่เคยผ่านการใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน มาแล้ว รวมทั้งสิ้น 11 ฉบับ แต่มีผลบังคับใช้จริง 8 ฉบับ 

ยุควิกฤตต้มยำกุ้ง (รัฐบาลชวน หลีกภัย ปี 2541)

สะท้อนความหนักหน่วงของวิกฤตด้วยการออก พ.ร.ก. ถึง 3 ฉบับรวด รวมวงเงิน 8 แสนล้านบาท ได้แก่ ฉบับแรก 2 แสนล้านบาท กู้จากต่างประเทศเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านโครงการมิยาซาวาแพลน ฉบับที่สอง 5 แสนล้านบาท เพื่อช่วยเหลือกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) และฉบับที่สาม 3 แสนล้านบาท เพื่อป้องกันธนาคารพาณิชย์ล้มละลาย ส่งผลให้หนี้สาธารณะพุ่งจาก 7.2 หมื่นล้านบาท เป็น 1.9 ล้านล้านบาท

ยุคฟื้นฟูหลังต้มยำกุ้ง (รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ปี 2545)

ออก พ.ร.ก. กู้เงินฟื้นฟูสถาบันการเงินระยะที่สอง วงเงิน 7.8 แสนล้านบาท เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ ดันหนี้สาธารณะไทยทะลุ 3 ล้านล้านบาทเป็นครั้งแรก

ยุควิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ (รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปี 2552)

รับแรงกระแทกจากวิกฤตการเงินโลกด้วย พ.ร.ก. แผน "ไทยเข้มแข็ง" วงเงิน 4 แสนล้านบาท ดันหนี้สาธารณะเฉียด 4 ล้านล้านบาท

ยุคมหาอุทกภัย (รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปี 2555)

น้ำท่วมใหญ่สร้างความเสียหายมหาศาล รัฐบาลออก พ.ร.ก. วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท เพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำ หนี้สาธารณะทะยานเข้าใกล้ 5 ล้านล้านบาท

'พ.ร.ก.กู้เงิน' แก้วิกฤต หรือสร้างหนี้? ย้อนรอยต้มยำกุ้งถึงวิกฤตพลังงาน

ยุคโควิด-19 (รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปี 2563-2564)

วิกฤตโรคระบาดบังคับให้ออก พ.ร.ก. 2 ฉบับติดกัน ฉบับแรก 1 ล้านล้านบาท เพื่อสาธารณสุขและเยียวยา และฉบับที่สอง 5 แสนล้านบาท รับมือการระบาดระลอกใหม่ จบปี 2564 หนี้สาธารณะไทยพุ่งมหาศาลถึง 9.3 ล้านล้านบาท

'พ.ร.ก.กู้เงิน' แก้วิกฤต หรือสร้างหนี้? ย้อนรอยต้มยำกุ้งถึงวิกฤตพลังงาน

3 ครั้งกับ ร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ที่ไม่ผ่าน

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าการผลักดันพ.ร.ก.กู้เงิน จะประสบความสำเร็จเสมอไป ในประวัติศาสตร์ยังมีร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน อีก 3 ฉบับที่ "กู้ไม่ผ่าน" ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญด้านวินัยการคลัง

  • ครั้งที่ 1 ในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์

เสนอร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แต่คณะรัฐมนตรีตัดสินใจถอนร่างออกจากสภาฯ เอง เนื่องจากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว จึงไม่จำเป็นต้องสร้างภาระหนี้เพิ่ม

  • ครั้งที่ 2 ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์

เสนอร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม แต่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผลด้านกลไกการตรวจสอบที่ไม่ชัดเจน

  • ครั้งที่ 3 ในยุครัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน

ผลักดันร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อทำโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท แต่เผชิญเสียงวิจารณ์หนักเรื่อง "กู้เพื่อแจก" สุดท้ายร่างนี้ต้องพับไปพร้อมกับการพ้นตำแหน่งของนายกฯ เศรษฐา

'พ.ร.ก.กู้เงิน' แก้วิกฤต หรือสร้างหนี้? ย้อนรอยต้มยำกุ้งถึงวิกฤตพลังงาน

"ไทยช่วยไทย" นำร่อง ก่อนกู้จริง เพดานหนี้พุ่งทะลุ 

กลับมาที่สถานการณ์ปัจจุบัน หนี้สาธารณะของไทย ณ เดือนกุมภาพันธ์ พุ่งแตะ 12.59 ล้านล้านบาท หรือราว 66% ของ GDP ซึ่งใกล้ชนเพดาน 70% เต็มที หากรัฐบาลเดินหน้ากู้เงิน ย่อมต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ระหว่างที่ พ.ร.ก.กู้เงิน ยังต้องรอการพิจารณา รัฐบาลเตรียมคลอดโครงการ "ไทยช่วยไทย" เฟสแรกในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยดึงงบกลาง 20,000 ล้านบาท มาเบิกจ่ายช่วยเหลือประชาชนกว่า 10 ล้านคนก่อน ส่วนงบก้อนใหญ่ต้องรอช่วงเดือนมิถุนายน เนื่องจากติดเงื่อนไขต้องชดใช้ "เงินคงคลัง" ที่ค้างอยู่ราว 70,000 ล้านบาท

ท้ายที่สุด เครื่องมือทางการคลังนี้คือดาบสองคม มันคือเกราะกำบังในยามวิกฤต แต่คำถามที่แท้จริงไม่ใช่ "กู้หรือไม่กู้" แต่คือ "กู้แล้วเงินเหล่านั้นจะถูกใช้อย่างตรงเป้า โปร่งใส และสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่" เพราะหากใช้ผิดทาง ภาระหนี้มหาศาลทั้งหมดจะถูกส่งต่อเป็นมรดกบาปให้คนรุ่นหลังอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

ที่มา 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

related