กอล์ฟ พิชญะ เปิดใจ ไม่ยอมรับ 6 ข้อเรียกร้องของ ซาร่า คาซิงกินี

21 ก.ย. 2563 เวลา 7:25 น.

กอล์ฟ พิชญะ เปิดใจผ่านรายการ โหนกระแส หลังเห็นข่าว 6 ข้อเรียกร้องของ ซาร่า คาซิงกินี ที่อ้างว่าเป็นผลประโยชน์ของ แม็กซ์เวลล์ ยืนยันว่าไม่ยอมรับแต่การตัดสินใจทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับ ไมค์ พิรัชต์

จากกรณีที่มีการยื่นขอร้องสิทธิ์ในตัวของลูกระหว่าง ไมค์ พิรัชต์ และ ซาร่า คาซิงกินี ที่มีตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา คราวนี้ถึงคิวของพี่ชายอย่าง กอล์ฟ พิชญะ ได้ออกมาเปิดใจผ่านรายการ โหนกระแส ถึงกรณีดราม่าที่น้องแม็กซ์เวลล์พูดผ่านไลฟ์สดว่าทำไมพ่อเตะออกจากคอนโด

โดยกอล์ฟกล่าวว่า ตอนนี้ที่เจอไมค์ก็โอเคขึ้น ครอบครัวก็คอยดูแลความรู้สึกตลอดเวลา 6 ปีที่ผ่านมาเราเห็นความเปลี่ยนแปลงของไมค์มาตลอด และที่ผ่านมาเราโดนต่อว่าเป็นครอบครัวที่ไม่รับผิดชอบ น้องก็แบกรับมาตลอด ถึงแม้ว่าน้องจะมีมาปรึกษาบ้างแต่ก็ไม่ได้ลงรายละเอียดลึก จนมารู้เรื่องภายหลังว่าน้องต้องอดทนอย่างหนักและมีความเครียดสูง

เมื่อถามถึงตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ที่ไมค์ไม่เคยได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้เลย ก็ได้รับคำตอบจากกอล์ฟว่า ที่ไม่เคยออกมาพูดเรื่องนี้ก็เพราะลูก ทำเพื่อไม่ให้ลูกได้รับหรือรู้สึกกระทบกระเทือนทางจิตใจ เพราะถ้าไม่สุดจริงๆไมค์คงไม่พูด เพราะนิสัยส่วนตัวนั้น ไมค์เป็นคนที่เงียบและยอมคน ส่วนตัวกอล์ฟในฐานะพี่ชายนั้นเห็นว่าน้องยังทนได้ เลยเเลือกที่จะนิ่งไว้ก่อน

วันนั้นที่เห็นไมค์ร้องไห้จึงรู้สึกเป็นห่วง เพราะที่ผ่านมาน้อยครั้งที่ไมค์จะร้องไห้ เพราะเจ้าตัวเป็นคนเข้มแข็งและอดทนมาตลอด ส่วนที่มีข่าวว่ากลัวจะเป็นซึมเศร้า กอล์ฟไม่อยากให้ใช้คำนั้นเพราะมองว่าน่าจะเป็นเพียงภาวะเครียดมากกว่า เหมือนจะมีอะไรในใจตลอดเวลา แถมยังต้องมาเจอคำพูดที่น่าผิดหวังอีก ตอนนี้ถ้าไม่ประคองให้ดีก็อาจจะเกิดเป็นเรื่องได้

ส่วนของเรื่องคลิปที่เห็นในโซเชียลนั้น กอล์ฟกล่าวว่า ไม่มีทางที่หลานจะพูดคำนี้ออกมา เพราะเวลาเจอหลานเขาเป็นคนที่ร่างเริงสดใส ที่เห็นนั้นคิดว่าน่าจะมีคนบอก นอกจากนี้เวลาอยู่กับหลานก็งงว่าทำไมหลานถึงรู้จักรถหรูและอยากได้ เพราะเด็กไม่น่าจะรู้จักได้เอง

ในส่วนของ 6 ข้อเรียกร้องจากซาร่าส่วนตัวของกอล์ฟนั้นไม่มีทางยอมรับแน่นอน แต่ทั้งนี้ก็คงต้องให้ไมค์เป็นคนตัดสินใจเป็นหลัก ในส่วนของเงินค่าเลี้ยงดู 5 หมื่นนั้นก็รุ้สึกไม่ใช่เรื่อง เพราะลำพังแค่ 3 หมื่นก็เท่ากับที่กอล์ฟใช้

"เรื่องที่ยังคาใจก็คือเรื่องประเด็นคุณภาพชีวิต อยากให้คุณภาพเท่าเดิมแต่พาลูกไปอยู่ภูเก็ต แถมยังมีค่าเทอมเท่าเดิม และในเรื่องที่ไม่อยากให้ลูกย้ายที่เรียนแต่จะเอาลูกไปอยู่ภูเก็ต นั่นก็สงสัย เพราะคิดว่าทำไมไม่อยู่ใกล้กันและช่วยกันดูแลมากกว่า"

 

ส่วนเรื่องโพสต์ในทวิตเตอร์นั้นเป็นเพราะรู้สึกโกรธที่น้องเจอแบบนี้ แค่อยากให้นึกดูบ้างว่าทำไมทำกันแบบนี้ รวมถึงการที่เด็กต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ และทิ้งท้ายไว้เพียงว่า อยากให้คิดมากๆ เพราะลูกนั้นก็เป็นของทั้งสองคน