svasdssvasds

สรุปให้! ฟ้าใส ปวีณสุดา เปิดใจดราม่าอกตัญญูไม่เซ็นสัญญากับกองประกวด

สรุปให้! ฟ้าใส ปวีณสุดา เปิดใจดราม่าอกตัญญูไม่เซ็นสัญญากับกองประกวด

ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 เปิดใจหลังตกเป็นดราม่ากับกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ จริงหรือถูกกล่าวหาเป็นนางงามอกตัญญู

สรุปให้! ฟ้าใส ปวีณสุดา เปิดใจดราม่าอกตัญญูไม่เซ็นสัญญากับกองประกวด

"ฟ้าใส ปวีณสุดา" มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2019

- จากการแถลงข่าวของ TPN 2018 จำกัด พี่ปุ้ย (ปิยภรณ์ แสนโกศิก) ได้ออกมาบอกว่าทาง TPN ไม่เคยเปลี่ยนสัญญาของฟ้าใสเลย ฟ้าใสขอยืนยันขอเท็จจริงว่าทาง ฟ้าใส ให้เหตุผลที่แท้จริงที่ฟ้าใสไม่เซ็นสัญญากับ TPN 2018 จำกัด เป็นผู้ขอเปลี่ยนสัญญาในฉบับที่สองที่ แอตแลนตา และครั้งนึงฉบับที่ 3 ที่ฟ้าใสได้รับที่เมืองไทยหลังจากเสร็จสิ้นการประกวดมิสยูนิเวิรฺสเรียบร้อยแล้ว

- ส่วนที่ทนายของ TPN 2018 แจ้งว่าฟ้าใสบ่ายเบี่ยงไม่ยอมเซ็นสัญยามาโดยตลอด อันนี้ไม่เป็นความจริง เนื่องจากฉบับที่ 1 ที่เราได้เซ็นไปแล้วได้บอกถึงเงินรางวัล ระยะเวลาในสัญญา และบทบาทหน้าที่ของผู้รับตำแหน่งไว้อย่างครบถ้วน แต่ในฉบับที่ 2 และ 3 ทาง TPN 2018 เปลี่ยนแปลงเนื้อหาและเงื่อนไขที่ไม่ตรงกับฉบับที่ 1 เมื่อได้ทราบเนื้อหาที่ถูกเปลี่ยนแปลงฟ้าใสจึงทักท้วงทาง TPN มาโดยตลอด

- 6 มิถุนายน 62 ฟ้าใสได้เซ็นสัญญาฉบับแรกกับทาง TPN 2018 จำกัด ในขณะเข้าร่วมการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 โดยในสัญญาได้ระบุของรางวัล และระยะเวลาผูกพันธ์ สัญญากี่ปี การหเปอร์เซ็นต์ให้กับทางกองประกวดกี่เปอร์เซ็นต์ และเงื่อนไขการทำงานบทบาทหน้าที่ของมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ไทยแลนด์ไว้อย่างชัดเจน  ซึ่งผู้เข้าร่วมการประกวดในรอบ 60 คน ทุกคนต้องเซ็นสัญญาฉบับนี้

- 17 กรกฎาคม 62 ทาง TPN แถลงข่าวว่า รองทั้ง 4 คนได้เข้ามาเซ็นสัญญายกเว้นฟ้าใส ฟ้าใสขอบอกว่าในวันที่ 17 กรกฎาคม 62 ขอยืนยันว่าทาง TPN ไม่เคยแจ้งและไม่เคยเรียกเข้าไปเซ็นสัญญาและสิ่งที่เป้นหลักฐานและสามารถยืนยันได้แน่นอน คือตารางงานของกองประกวด บ่ายเบี่ยงไม่มาเซ็นสัญญา และไม่เคยรัยทราบว่าวันนั้นมีการนัดเซ็นสัญญา

- ในการแถลงข่าวพี่ปุ้ยบอกว่าก่อนเดินทางแอตแลนตาได้ส่งสัญญามาให้ฟ้าใส ซึ่งทางบริษัท TPN 2018 ได้ส่งมาก่อนวันคืนที่จะเดินทางไปแอตแลนตา

- เมื่อเดินทางไปถึงแอตแลนตาในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 คืนก่อนที่ฟ้าใสจะเข้ามิสยูนิเวิร์ส ฟ้าใสบอกว่าได้รับสัญญาจากมือพี่ปุ้ยโดยตรง โดยคุณแม่ของฟ้าใสก็อยู่ด้วย ฟ้าใสจึงได้รู้ว่าสัญญาฉบับนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาซึ่งไม่จรงกับสัญญาฉบับแรก เช่น มีการเพิ่มจำนวนปี เพิ่มจำนวนการหักเปอร์เซ็นต์และอื่นๆ อีกด้วย คุณแม่ฟ้าใสจึงขอให้เปลี่ยนสัญญาให้ตรงตามฉบับแรก

ซึ่งทาง TPN 2018 ได้ส่งสัญญาอีกฉบับกลับมาแต่กำยังมีเนื้อหาบางอย่างที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงให้เหมือนกับฉบับแรก ดังนั้นจากที่ฟี่ปุ้ยแถลงข่าวว่าคุณแม่ฟ้าใสขอหักเปอร์เซ็นต์ 70:30 ก็เป็นเรื่องจริง แต่ว่าเป็นเพราะว่าในสัญญาฉบับแอตแลนตามีการขอหักเปอร์เซ็นต์มากกว่า 70:30 และระบุว่าถ้าฟ้าใสได้ตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สขอหัก 50 % ทุกกรณี

และที่บอก 50 % งานต่างประเทศไม่ได้เขียนแบบนั้น ไม่ได้เขียนงานต่างประเทศ เขียนเลยว่าถ่าได้เป็นมิสยูนิเวิร์สขอหัก 50% ทุกกรณี นั่นหมายความว่าถ้าน้องได้เป็นมิสยูนิเวิร์สปีนึง  อีกสองปีสามปีที่มาอยู่ที่ไทยถ้าผูกพันสัญญา TPN ต้องหักให้ TPN 50 % ทุกงาน อันนี้ที่มันเพิ่มมา

- ฟ้าใสบอกว่ายังมีอีกหลายข้อที่ไม่ตรงกับสัญญาฉบับแรกแม่ฟ้าใสจึงได้แก้เป็นลายมือและพูดปากเปล่าให้แก้ตรงตามเจตนารมณ์ของสัญญาฉบับแรก

- 15 มกราคม 2563 หลังจากกลับจากการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ทางกองประกวดได้เรียกเข้าไปเซ็นสัญญาฉบับใหม่อีก ฟ้าใสบอกว่าได้เข้าไปตามที่กองประกวดเรียก แต่เมื่ออ่านสัญญาจึงรู้ว่าสัญญาฉบับใหม่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาเยอะมาก ซึ่งมากกว่าฉบับก่อนหน้านี้ ฟ้าใสจึงไม่ได้เซ็นสัญญาและขอมาปรึกษาผู้ใหญ่

- 2 กุมภาพันธ์ 63 ฟ้าใสได้ติดตามไปทางอดีตผู้จัดการกองประกวดถึงเรื่องสัญญาและขอนัดเข้าไปคุย ทางผู้ใหญ่จึงนัดไปคุยในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งการนัดครั้งนี้เกิดจากการทวงถามของฟ้าใส ถ้าดูไทม์ไลน์จะรู้ว่าฟ้าใสไม่ได้บ่ายเบี่ยงการเซ็นสัญญา

- 21 กุมภาพันธ์ 2563 ฟ้าใสบอกว่า ได้เดินทางเข้าไปพบทาง TPN พร้อมเจรจาเรื่องสัญญา แต่ทางบริษัท TPN 2018 ปฏิเสธที่จะแก้ไขจึงได้มีการตกลงนัดคุยกันและสุดท้ายมีการจบสัญญากันในวันที่ 4 มีนาคม 2563

- ฟ้าใส บอกว่า จากที่พี่ปุ้ยแถลงว่าให้ฟ้าใสได้เปิดข้อตกลงสุดท้ายได้โดยจะไม่เอาความ ฟ้าใสก็ยินดีที่จะให้พี่ปุ้ยเปิดข้อตกลงนั้นเหมือนกัน แต่สิ่งที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่ข้อตกลงฉบับสุดท้ายแต่อยู่ที่เนื้อหาของสัญญาในทุกฉบับว่ามีการเปลี่ยนแปลงและบางข้อในสัญญาไม่เป็นไปตามฉบับที่หนึ่งหรือไม่ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาของ TPN และ สื่อมวลชน จึงอยากให้พี่ปุ้ยได้เปิดสัญญาทุกฉบับโดยทางฟ้าใสก็ยินดีมาร่วมงานแถลงข่าวเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจและความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายและยืนยันข้อเท็จจริงกับประชาชนและสื่อมวลชน

- สำหรับฟ้าใสทุกคนทราบว่าฟ้าใสประกวดมาหลายเวทีไม่ว่าจะไทยหรือต่างประเทศ แต่ขอพูดในประเทศไทย โดยปกติแล้ววันแรกที่มีการลงนามในข้อตกลงหรือสัญญาฉบับแรก ก็จะมีสัญญาฉบับที่ 2 ซึ่งมันตรงรายละเอียดเรื่องอะไรทุกอย่างมันตรงกับที่คุยกันไว้หรือมที่เซ็นกันไว้ตั้งแต่วันแรก ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงมาก่อนในชีวิตการเป็นนางงามของฟ้าใส ก็เลยค่อนข้างตกใจ

- ฟ้าใส บอกว่า  ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาที่เจอมาค่อนข้างเศร้า มันมีโมเมนต์ที่หลายๆ คนทักเลยว่าเป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่า เพราะฟ้าใสไม่เหมือนเดิม โดยปกติจะชอบคุยกับคุณพ่อ (น้ำตาคลอ)  แต่กลายเป็นว่าฟ้าใสคนนั้นหายไป เจอมาเยอะ ประกวดมาหลายครั้งไม่เคยคิดว่าจะเจอแบบนี้มาก่อน แล้วหนุก็โชคดีที่มีคนที่อยู่ใกล้ๆ และก็คอยสนับสนุน ที่ผ่านมาที่หนูเงียบไม่ได้หมายความว่าหนูไม่ได้รู้สึก มันเยอะจน หนูคิดว่าเขาเป็นคนที่พามาถึงจุดนี้เราก็ไม่อยากออกมาพูดอะไรทำให้เขาเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่ว่ามันกลายเป็นว่าตอนนี้สิ่งที่เขาพูดมันกลับมากระทบหนูโดยตรง

สรุปให้! ฟ้าใส ปวีณสุดา เปิดใจดราม่าอกตัญญูไม่เซ็นสัญญากับกองประกวด

"อนุสิทธิ์ ถึงสุข" ผู้จัดการส่วนตัวฟ้าใส

- การแถลงข่าวครั้งนี้มันเกิดจากข่าวความเสียหาย มีการเข้าใจน้องเริ่มผิดว่าจากการที่น้องๆม่เซ็นสัญญาเพราะว่าน้องหัวหมอ น้องอยากจะรับงานเอง ที่รุรแรงที่สุดคือไม่กตัญญู มีหลายเหตุผลหลายความเห็นแต่หลายคนยังไม่เคยได้ยินเลยว่าเหตุผลที่แท้จริงที่ฟ้าใสไม่เซ็นสัญญาจากปากฟ้าใสเป็นยังไง เราจึงอยากให้น้องมาชี้แจงจากปากของน้องเอง ข้อเท็จจริงตามไทม์ไลน์ที่ทาง TPN แถลงเป็นอย่างไร พร้อมหลักฐาน

- จากการแถลงข่าวของ พี่ปุ้ย (ปิยภรณ์ แสนโกศิก) บอกว่าการเซ็นสัญญาในรอบ 60 คน อันนี้ไม่เป็นสัญญา เป็นข้อตกลงเฉยๆ แต่ในข้อตกลงนี้ได้ระบุถึงเงินรางวัล ระบุรายละเอียดการหักเปอร์เซ็นต์อย่างชัดเจน ถ้าเกิดเป็นข้อตกลงจะให้ทนายเป็นผู้ชี้แจงสิ่งที่ฟ้าใสเซ็นในรอบ 60 คนกับเพื่อนทั้งหมดเป็นสัญญาหรือไม่  

- พี่เอส ผู้จัดการฟ้าใส ระบุว่า สัญญาฉบับแรกฟ้าใสได้เซ็นไปแล้วและในนั้นมีรายละเอียดชัดเจนถึงเนื้อหาสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเงินรางวัลต่างๆ ของรางวัล อายุสัญญากี่ปี ฟ้าใสได้เซ็นไปแล้ว แต่ทางนั้นบอกว่าเป็นข้อตกลงเราจึงให้ทนายพูดว่าดังนั้นเรียกว่าสัญญา ฝากถึงน้องๆ ผู้เข้าประกวดทุกคนที่จะเข้าประกวดเวทีต่อๆ ไป ถ้าเรามีโฮกาสได้เซ็นข้อตกลงแบบนั้นนั่นหมายความว่าเราได้เซ็นสัญญาไปแล้ว

- ตารางงานของน้องที่มาจากกองประกวดในวันที่ 17 กรกฎาคม ฟ้าใสทำงานตั้งแต่ 8 โมง ถึง 3 ทุ่ม โดยตารางงานผู้จัดการกองประกวดจะเป็นคนลง ไม่มีการลงให้เข้าไปเซ็นสัญญาใดๆ และถ้ามีการลงจริงก็ไม่รู้ว่าช่วงไหน ฉะนั้นข้อที่บอกว่าน้องบ่ายเบี่ยงไม่เป็นความจริงและไม่เคยรับทราบว่าวันนั้นมีการเซ็นสัญญา

- เรื่องสัญญาที่ TPN ส่งให้ฟ้าใสก่อนไปแอตแลนตา พี่เอสบอกว่า สมมติพรุ่งนี้จะเดินทางไปแอตแลนตาตอนเย็นที่สนามบิน แต่ทาง TPN ส่งมาคืนนี้ตอนเที่ยงคืน นั่นหมายความว่าคำว่าก่อนแอตแลนตาหมายความว่าคืนก่อนบิน และด้วยภาระหน้าที่ตอนนั้นน้องก็โฟกัส ฉะนั้นเราจะดูไทมไลน์ว่ามันยากมากที่ได้เที่ยงคืนแล้วตีหนึ่งจะเปิดสัญญาและเซ้นกลับไปมันคงไม่มีใครเซ็นตอนตีหนึ่งคงต้องอ่านก่อน

- พี่เอส บอกว่า จากที่พี่ปุ้ยแถลงข่าวว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องหัก 70:30 มันก็จริงเป็นเรื่องธรรมดา แต่สัญญาฉบับแอตแลนตาขอหักมากกว่า 70:30 ทางคุณแม่ฟ้าใสจึงขอกลับไปที่ 70:30 ได้ไหม แล้วทางพี่ปุ้ยได้พูดเองว่าขอหักต่างประเทศ 50 และจะเคลียร์เอเจนซี่ให้ เราจะออกค่าใช้จ่ายให้ทุกอย่าง สัญญาไม่ได้เขียนแบบนั้น ไม่ได้ระบุแบบนั้น

- พี่เอส ย้ำว่า ฟ้าใสไม่เคยบ่ายเบี่ยงและไม่ได้เป็นผู้เปลี่ยนเนื้อหาสาระสำคัญสัญญาฉบับที่ 2 ฉบับที่ 3 และจากการที่ TPN แถลงข่าวไปดังนั้นเดี๋ยวเรามาดูกันว่าเราจำยังไงในขณะที่อีกฝั่งพูดอย่างนี้ อีกฝั่งนึงพูดแบบนี้

- สัญญานี้เป็นสัญญาทาสหรือไม่ พี่เอส บอกว่า คำนี้อาจจะรุนแรงเกินไปสำหรับการที่ใช้กับทางสัญญาของ TPN เอาเป็นว่าเราไม่ขอใช้คำนี้ เอาเป็นว่าเนื้อหาใสสัญญาบางอย่างมีการเปลี่ยนแปลงและอาจจะตกลงกันไม้ได้เท่านั้นเอง

- ส่วนคำถามที่หลายคนคาใจว่า ผู้จัดได้ลงทุนไปแล้วเขาอาจจะต้องถอนทุนจากตรงนี้ พี่เอส บอกว่า ตลอดหนึ่งปีฟ้าใสได้ดำรงตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ฟ้าใสได้ยินยอมให้กองหักเปอร์เซ็นต์ที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับแรกทุกบาททุกสตางค์ และฟ้าใสถ่านโฆษณาสปอนเซอร์พี่เป็นผู้จัดการดารามา 11 ปี การถ่ายโฆษณาตัวนึงจะไม่ต่ำว่า 3-4 ล้าน ฟ้าใสถ่ายให้ 2 ตัว โดยที่ไม่มีเงินเพิ่มมันเป็นภาระหน้าที่ของเราเมื่อได้ตำแหน่ง ฟ้าใสดำรงตำแหน่งและทำหน้าที่อย่างสมบทบาท ฉะนั้นสิ่งที่ทาง TPN ได้ไปคือฟ้าใสรักกองประกวดรู้สึกสำนึกในบุญคุณ ไม่เคยรู้สึกอะไรกับการที่ TPN ได้หักเปอร์เซ็นต์ตามสัญญาฉบับที่ 1และถ้ามองในแง่ความกตัญญูฟ้าสได้ทำอย่างเต็มที่

- หลายคนบอกว่าแม่น้องอยากรับงานเอง ถ้าน้องอยากรับงานเองมาอยู่กับพี่เอสทำไม ข่าวว่าน้องรับอีเว้นต์กิ๊กก๊อก ทุกงานเป็นผู้มีพระคุณกับเรา เราให้คุณค่ากับเจ้าของงาน ถ้าวันนี้มีคนว่าพี่เป็นผู้จัดการกิ๊กก๊อก เอาอะไรมาตัดสิน ทุกงานที่เราทำมีคุณค่า

สรุปให้! ฟ้าใส ปวีณสุดา เปิดใจดราม่าอกตัญญูไม่เซ็นสัญญากับกองประกวด

"คริส โปตระนันท์" - "นงลักษณ์  แตงเจริญ" /  ทนายความ

- ประชาชนทั่วไปมักจะมีความเข้าใจผิดถ้าเกิดว่า ในหัวข้อไม่ได้เขียนว่าสัญญาหรือไม่ใช่สัญญา จริงๆ แล้วไม่ใช่ ไม่ว่าเอกสารใดที่เซ็นไป ไม่ว่ามันจะเขียนว่าสัญญา ข้อตกลง MOU บันทึก ไม่ว่าจะเขียนว่าอะไรทั้งสิ้น ถ้าตราบใดก็ตามที่เจตนาของผู้เสนอและผู้สนองต้องตรงกันเราตกลงกันแล้วสัญญาต้องเป็นสัญญา ข้อตกลงต้องได้รับการบังคับและสามารถบังคับใช้ในกฎหมายได้ทุกประการเหมือนสัญญาปกติทั่วไปไม่ว่าจะเขียนว่าข้อตกลงก็ตาม

- ในหลักใหญ่กฏหมายมันมีหลักสำคัญอยู่หลักหนึ่งเขาเรียกว่าหลักสัญญาต้องเป็นสัญญา คุณเซ็นอะไรลงไป คุณเอาข้อเสนออะไรมาให้น้องเซ็นวันแรกอย่างไร คุณต้องผูกพันตามสัญญานั้น ถ้าคุณอยากจะแก้ไขสัญญา คุณเดินมาบอกน้องว่านี่คือเงื่อนไขใหม่ น้องมีสิทธิ์ทุกประการที่จะยอมตามหรือที่จะปฏิเสธ  เพราะฉะนั้นพี่ปุ้ยเดินมาแล้วบอกงว่านี่สัญญาฉบับใหม่น้องมีสิทธิ์ที่จะไม่เซ็นหรือไม่มีสิทธิ์ตามกฎหมาย 100 % 

- ในสัญญาฉบับแรกมีเขียนไว้ละเอียด ผู้ชนะได้อะไร รองได้อะไร เขียนชัดมากและไม่มีข้อตกลงไหนเลยสัญญาข้อใดเลยที่อนุญาตให้กองประกวดเปลี่ยนแปลงสัญญาได้โดยฝ่ายเดียว

- เรื่องพวกนี้ข้อเท็จจริงในเอกสารมันมีชัดเจน  ไม่มีใครจะโกหกต่อหน้าเอกสารได้ วันนั้นเรามาเพื่อที่จะเคลียร์ตัวเอง รวมทั้งให้ TPN ได้เคลียร์ตัวเอง วันนั้นในโลกออนไลน์มีแฟนคลับทั้งสองฝ่ายสู้กันโจมตีกัน ด่าทอกัน ผมคิดว่าวันนั้นเรามานั่งด้วยกันและเปิดข้อเท็จจริงร่วมกัน ความจริงจะชนะทุกสิ่ง

สรุปให้! ฟ้าใส ปวีณสุดา เปิดใจดราม่าอกตัญญูไม่เซ็นสัญญากับกองประกวด

related