Spring News

โฆษกรัฐบาล เผยแล้ว เหตุห้ามนั่งทานในร้าน ทำให้พบผู้ติดเชื้อเยอะ

29 มิ.ย. 2564 เวลา 9:01 น.

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยสาเหตุห้ามทานอาหารที่ร้าน เพราะถอดแมสก์พูดคุย ทานอาหารร่วมกัน ส่วนระงับฉีดวัคซีนนั้น ยืนยันว่าวัคซีนจะส่งมอบตามเดิม แย้มนายกฯอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาหาวัคซีนอื่นๆ เนื่องจากมีข้อสังเกตวัคซีนซิโนแวค ป้องกันโควิดสายพันธ์อื่น ไม่ดี

29 มิ.ย.64 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่รัฐออกมาตรการให้ซื้ออาหารกลับไปรับประทานที่บ้าน ทั้งที่ร้านอาหารไม่ใช่คลัสเตอร์ ว่า ก่อนหน้านี้ทาง ศบค. ได้ผ่อนคลายให้มีการรับประทานในร้านอาหารได้ แต่จากการสอบสวนโรคปรากฏว่าพบผู้ติดเชื้อจากการไปรับประทานอาหารในร้านพอสมควร จากการถอดหน้ากาก พูดคุยกันบนโต๊ะอาหาร มีการดื่มแอลกอฮอล์ ถึงแม้บางจังหวัดจะมีการออกกฎห้ามก็ยังมีการดำเนินการในลักษณะต่างๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมได้ แต่จากนี้คงไม่สามารถให้เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมได้ทั้งหมด ดังนั้นจึงมีแนวคิดว่ามาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเป็นทางที่ดีที่สุด ซึ่งเมื่อผู้ติดเชื้อจากร้านอาหารนำเชื้อกลับไปแพร่ระบาดกับครอบครัวที่บ้าน ที่ไม่ได้ออกมาร่วมกิจกรรม ดังนั้นจากสถิติตรงนี้ อาจารย์ที่ปรึกษาด้านสาธารณสุขของนายกรัฐมนตรี จึงได้เสนอให้มีมาตรการเข้มงวด ห้ามนั่งรับประทานอาหารในร้าน ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การมีมาตรการที่เข้มข้นขึ้นจะได้รับความร่วมมือจากประชาชน และทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สำหรับมาตรการช่วยเหลือศิลปิน ฟรีแลนซ์ ลูกจ้างพนักงาน-ผู้ประกอบการ สถานบันเทิงนั้น นายกฯ ได้มีการพูดคุยกับทีมเศรษฐกิจนอกเหนือจากการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในส่วนที่ออกระเบียบฉบับที่ 25 โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาที่จะมีมาตรการเยียวยาให้เร็วที่สุด 

ส่วนที่หลายจังหวัดระงับการฉีดวัคซีนให้กับผู้มีอายุ 60 ปี และผู้ที่มี 7 โรคกลุ่มเสี่ยง เนื่องจากมีวัคซีนไม่เพียงพอนั้น นายอนุชา กล่าวว่า ทางผู้ผลิตแอสตร้าเซนเนก้า ยืนยันว่าจะสั่งมอบวัคซีนให้กับรัฐบาลไทยในจำนวนเดิมที่มีการเจรจาไว้คือ 61 ล้านโดส ซึ่งในเดือนมิถุนายนยังส่งมอบ 6 ล้านโดสตามเดิม  เช่นเดียวกับวัคซีนชนิดอื่นที่จะมีการเติมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เช่น ซิโนแวค ได้รับการยืนยันจากประเทศจีนว่าจะมีเพิ่มเติมเข้ามา ขณะที่ล่าสุดทาง ครม. รับทราบว่าประเทศญี่ปุ่นก็จะมีการส่งวัคซีนให้กับประเทศไทย 1,050,000  ล้านโดส ภายในต้นเดือนกรกฎาคมนี้  ก่อนที่จะมีการฉีดให้ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคกลุ่มเสี่ยง ทั้งนี้ นายกฯ ให้ความสำคัญและได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข จัดลำดับความสำคัญ โดยให้ผู้ที่ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อม ประมาณ 6,000,000 กว่าคน ได้รับการฉีดตามกำหนดการเดิม

ส่วนข้อสังเกตวัคซีนซิโนแวค ป้องกันโควิดสายพันธุ์อื่นๆ ไม่ดีพอ รัฐบาล จะมีการทบทวนการนำเข้าวัคซีนชนิดนี้อย่างไร และเป็นไปได้หรือไม่ที่จะจัดหาวัคซีนตัวอื่นเข้ามา นายอนุชา กล่าวว่า นายกฯ ได้พูดคุยและหารือกับที่ปรึกษาที่เกี่ยวกับสาธารณสุขแล้ว และจะพิจารณาจัดหาวัคซีนใหม่ๆ ให้ทันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด