Spring News

ศบค.ย้ำอย่าการ์ดตก จ่อคุมเข้มมาตรการโควิด-19 กิจการ กิจกรรมเสี่ยงติดเชื้อ

15 ก.ย. 2564 เวลา 7:56 น.

ศบค.รายงานการติดเชื้อ รายใหม่ 1 3,798 ราย ดับเพิ่ม 144 คน พร้อมระบุนายกรัฐมนตรีสั่งการเตรียมความพร้อมโครงการ free tourism area sandbox กระตุ้นเศรษฐกิจด้านท่องเที่ยว High Season เริ่ม 1 ตุลาคมนี้

 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อประจำวันพุธที่ 15 กันยายน 2564 พบผู้ติดเชื้อยืนยันรายใหม่  13,798 ราย ติดเชื้อในประเทศ 13,325 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 22 รายและติดเชื้อจากเรือนจำหรือสถานที่ต้องขัง 451 ราย ขณะที่รักษาตัวอยู่ 128,546 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาลหลัก 41,183 รายรักษาตัวใน โรงพยาบาลสนามและสถานที่อื่น 87,363 ราย อาการหนัก 3,994 รายใส่เครื่องช่วยหายใจ 806 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 144 คนรวมเสียชีวิตสะสม 14,765 คน

ขณะที่รายงานการฉีดวัคซีนแล้ว 41,647,101 โดส ฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 สะสมจำนวน 27,769,095 ราย คิดเป็นร้อยละ 38.5 ของประชากร ฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 สะสมจำนวน 13,260,456 ราย คิดเป็นร้อยละ 18.4 ของจำนวนประชากร และฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 สะสมจำนวน 617,550 ราย

 ส่วนรายงานผู้เสียชีวิตทั้งหมด 144 คนแบ่งเป็นชาย 7 คนหญิง 67 คนสัญชาติไทย 144 คนเมียนมาร์ 3 คนกัมพูชา 2 คนอังกฤษ 1 คนอายุระหว่าง 22 ถึง 96 ปี โดยแบ่งเป็นมีอายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวน 106 คน อายุต่ำกว่า 60 ปีมีโรคประจำตัวเรื้อรังจำนวน 30 คน ไม่มีโรคเรื้อรัง 3 คนพบเป็นหญิงตั้งครรภ์เสียชีวิต 1 คนในจังหวัดนราธิวาส ขณะที่รายงานการเสียชีวิตที่บ้านมีจำนวน 2 คนที่จังหวัดสตูลและกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง 

 ขณะที่หากแบ่งเป็นรายจังหวัดจะพบว่าผู้เสียชีวิตในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีจำนวน 43 คนสมุทรปราการ 20 คน ชลบุรี 8 คน สมุทรสาครและนนทบุรีจังหวัดละ 5 คน นครปฐม สระบุรี ตาก จังหวัดละ 4 คน นครราชสีมา อุตรดิตถ์นราธิวาส สมุทรสงคราม นครนายก ลพบุรีฉะเชิงเทรา จังหวัดละ 3 คน ขอนแก่น- อุบลราชธานี พระนครศรีอยุธยาประจวบคีรีขันธ์จังหวัดละ 2 คน อุดรธานี ยโสธร บึงกาฬ ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ กำแพงเพชรระนอง สตูล ยะลา สุราษฎร์ธานี สิงห์บุรี ระยองปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด จังหวัดละ 1 คน

 ทั้งนี้นายแพทย์ทวีศิลป์ ยังระบุอีกว่า แม้ว่าขณะนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะมีแนวโน้มที่ลดลงแต่การ์ดก็ห้ามตก เนื่องจากในบางพื้นที่ยังคงมีอัตราการติดเชื้อที่มีแนวโน้มสูงขึ้น อย่างเช่นการติดเชื้อในเรือนจำหรือสถานที่ต้องขัง จังหวัดอื่นอีก 48 จังหวัด ขณะที่กรุงเทพฯและปริมณฑลมีแนวโน้มที่จะลดลง แต่เมื่อพบว่าหากแยกย่อยตามพื้นที่ปริมณฑลจะเห็นได้ว่าปทุมธานี และสมุทรปราการ ยังทรงตัว โดยหากดูจากการถ่ายภาพพรอตกราฟ โดยพบการติดเชื้ออยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด 77 จังหวัด ร้อยละ 61 และพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลติดเชื้อร้อยละ 39 จึงขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆร่วมมือกัน ทำให้แนวโน้มลดลง เพื่อทำให้ภาพรวมของทั้งประเทศนั้นลดลง นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือประชาชนที่ไม่มีความจำเป็นให้ลดการเดินทางให้มากที่สุด ขณะที่มาตรการองค์กร covid free setting ด้วยการคัดกรองผ่าน ATK จะต้องใส่ให้เต็มสตรีม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

• ศบค.หวั่นยอดติดเชื้อพุ่ง หลังปรับมาตรการใหม่ พบหลายคลัสเตอร์เกิดจากงานศพ

• ศบค.เผยรายงาน AiMASK วิเคราะห์การใส่หน้ากากอนามัยของคน กทม.

• ศบค.คงโซน 29 จังหวัดสีเเดงเข้ม คงเคอร์ฟิว-ทุกมาตรการคุมโควิด ถึงสิ้น ก.ย. 64

 ขณะที่การแสดงการเปรียบเทียบจำนวนผู้เสียชีวิตตามการคาดการณ์กับตัวเลขมาตรการล็อกดาวน์ แสดงให้เห็นถึงจำนวนผู้เสียชีวิตจริงนั้นต่ำกว่าจำนวนคาดการณ์เอาไว้ โดยผู้ติดเชื้อจะต้องเข้ารับการรักษาโดยเร็ว ซึ่งต้องขอชื่นชมบุคลากรทางการแพทย์ที่เสียสละเฝ้าดูแลผู้ป่วยหนัก และผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิงทางการแพทย์สูง

 โดยในวันนี้ที่ประชุมกระทรวงสาธารณสุข และศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 หรือ ศปก.ศบค. พบว่าพื้นที่เสี่ยงยังคงอยู่ในการจัดงานศพ การจัดงาน Event ตลาด ร้านอาหาร โรงงาน สถานประกอบการ แคมป์คนงานก่อสร้าง และตลาดนัด ซึ่งบางครั้งพบว่ามีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นการละเมิดทางกฎหมาย ทำให้เกิดกลุ่มก้อนคลัสเตอร์อยู่ โดยทางโรงงาน แคมป์คนงานก่อสร้าง และสถานประกอบการ ต้องเคร่งเรื่อง Bubble and seal หากต้องการทำงานต่อไป โดยขอให้มีมาตรการที่ชัดเจนและควบคุมได้ โดยเฉพาะวันนี้มีการหารือในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการติดเชื้ออยู่ในแคมป์คนงานก่อสร้าง ซึ่งมีตัวเลขเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 รายการติดเชื้อในพื้นที่กรุงเทพมหานครประจำวันพบมีผู้ติดเชื้อ 2,772 ราย หากแบ่งตามเขตจะพบว่า10 ลำดับางสุด อยู่ในพื้นที่บางกอกน้อย 91 ราย มีนบุรี 90 ราย หนองจอก 79 ราย ลาดกระบัง 76 รายดุสิต 73 ราย บางซื่อ 73 ราย บางนา 73 รายธนบุรี 72 ราย บางพระ 72 ราย และบางแค 69 ราย

 ขณะที่ที่ประชุมศปก.ศบค. ได้รับรายงานภูเก็ต sandbox พบว่ามีนักท่องเที่ยว เข้ามาในวันที่ 14 กันยายน จำนวน 284 คน มีการจองที่พักจำนวน 524,221 คืน ตั้งแต่ช่วงวันที่ 1 กรกฎาคมของการเปิดโครงการที่ผ่านมา โดยมีนักท่องเที่ยวสะสมจำนวน  32,005 คน พบว่ามีการติดเชื้อทั้งหมดจำนวน 91 ราย แต่พบว่ามีสถิติผู้ติดเชื้อยืนยันรายใหม่ในพื้นที่จำนวน 229 ราย โดยจะพบว่าเดินทางมาจากสหรัฐอเมริกาจำนวน 5,668 คน อิสราเอล 3699 คน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 3358 คน สหราชอาณาจักร 3,338 คน Germany 2,697 คน ฝรั่งเศส 2,671 คน Switzerland 1,101 คน เป็นต้น ได้พบว่าการตรวจพบสายพันธุ์ในพื้นที่จำนวน 21 รายเป็น Delta 20 รายและ Alpha 1 ราย พร้อมยืนยันว่า สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตยังคงยืนยันว่าสามารถรับสถานการณ์ไหว แลผู้ป่วยกว่าร้อยละ 90 ยังคงแข็งแรงดี อาการอยู่ในกลุ่มสีเขียว ส่วนกลุ่มผู้ป่วยสีเหลืองสีส้ม เพียงร้อยละ 4 และกลุ่มอาการสีแดงร้อยละ 6

 ส่วนโครงการภูเก็ต sandbox 7 + 7 พบว่ามีการต่อยอดไปงานจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่เกาะสมุยจำนวน 3,027 คืน เกาะพะงัน 822 คืน เกาะเต่า 87 คืน รวมทั้งสิ้น 3936 คืน ส่วนจังหวัดพังงาพบที่เขาหลัก จำนวน 1369 คืน เกาะยาวน้อย 200 คืนเกาะยาวใหญ่ 367 คืนรวม 1936 คืน การจังหวัดกระบี่ที่เกาะพีพีหาดไร่เลย์จำนวน 1263 คืน รวมทั้งสิ้นในการต่อยอดโครงการ 7 + 7 Extension จำนวน 7135 คืน ซึ่งทำให้เศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาทางการท่องเที่ยวได้หายใจออกได้บ้าง นอกจากนี้ต้องขอขอบคุณแผนการบินของสายการบินต่างๆ ที่ให้บริการกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามา

 ทั้งนี้นายแพทย์ทวีศิลป์ยังระบุอีกว่า มีการฝ่าฝืนพระราชกำหนดฉุกเฉิน จำนวน 5,357 ครั้ง โดยให้เหตุผลว่ามีเหตุจำเป็นอยู่ที่ 5,200 โดยปัญหาส่วนใหญ่ยังพบการมั่วสุมการดื่มสุรา แต่หากดูในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะเห็นได้ว่าตัวเลขการกระทำความผิด ทั้งการออกนอกเคหสถาน 185 ครั้งยาเสพติด 22 ครั้งดื่มสุรา 12 ครั้ง ส่วนนอกด่านพบออกนอกเคหสถาน 116 ครั้งยาเสพติด 410 ครั้งการพนัน 13 ครั้งมั่วสุม 7 ครั้งดื่มสุรา 5 ครั้งและอื่นๆอีก 26 ครั้ง จึงต่อประชาชนขอให้ร่วมมือให้ได้มากที่สุด โดยหากพบการกระทำความผิดให้แจ้งสายด่วน 191 และ 1599

 ส่วนความชัดเจนด้านแผนการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวนั้นและแพทย์ทวีศิลป์ระบุว่า ผอ. ศบค. โดยพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ได้มีการสั่งการว่า ให้มองไปถึงในช่วงการท่องเที่ยวในภาคปกติ หรือไตรมาส 4 ในทุกปี โดยได้ให้นโยบายเป็นข้อสั่งการว่า ขอให้มีการเตรียมความพร้อมให้กับนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติเพื่อที่จะได้ท่องเที่ยวไปในช่วง High Season โดยต้องดูพื้นที่ ต้องมีพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวปลอดภัยจาก covid-19 หรือ covid free tourism area sandbox โดยมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไปพิจารณา ทั้งพื้นที่ที่เป็นเกาะ และพื้นที่ที่มีสนามบินลง นอกจากนี้ยังมีการกำหนดมาตรการในการป้องกันและควบคุม covid ในพื้นที่ โดยต้องได้รับความเห็นชอบในการดำเนินการ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องดูความพร้อมของประชาชนในพื้นที่ด้วยเช่นกัน รวมไปถึงมีการพิจารณาตัวเลขผู้ติดเชื้อว่าสามารถควบคุมได้หรือไม่มีการฉีดวัคซีนที่เหมาะสมเพียงพอ ขีดความสามารถการรักษา โดยทั้งหมดจะแบ่งเป็น 2 ระยะในพื้นที่นำร่อง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป โดยสถานที่ที่มีความพร้อมให้สามารถดำเนินการทดลองเปิดได้เลย อย่างภูเก็ต สมุย โดยในระยะที่ 2 อาจเป็นพื้นที่อื่นๆ อาจจะเป็น 15 ตุลาคมหรือเดือนพฤศจิกายนไปแล้ว โดยอาจหาพื้นที่ที่มีความพร้อมอื่นๆในพื้นที่ต่างจังหวัดหรือในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว

โดยในช่วงท้ายนายแพทย์ทวีศิลป์ระบุว่า ขอความร่วมมือประชาชนกาดอย่าตก พยายามใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ อย่านำมือมาสัมผัสบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะระหว่างถอดหน้ากากรับประทานอาหารขอให้รักษาระยะห่าง เนื่องจากการฟุ้งกระจายในวงอาหารมันเกิดขึ้นบ่อยมาก คือสิ่งที่ต้องระมัดระวังตัวเองให้ถึงที่สุด และขอความกรุณาหากได้รับวัคซีนแล้วยังต้องป้องกันอย่างนี้ตลอดไป เพราะวัคซีนป้องกันป่วยหนักไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด