svasdssvasds

อินโดนีเซียผุดไอเดียห้องสมุดเคลื่อนที่ นำขยะแลกหนังสือ

อินโดนีเซียผุดไอเดียห้องสมุดเคลื่อนที่ นำขยะแลกหนังสือ

ห้องสมุดอินโดนีเซียส่งเสริมเยาวชนอ่านหนังสือในช่วงการระบาดของโควิด-19ด้วยการรับแลกขยะกับการยืมหนังสือไปอ่าน เพื่อลดการเสพติดโลกออนไลน์ในกลุ่มเยาวชน

บรรณารักษ์ของห้องสมุดบนเกาะชวา อินโดนีเซียให้เด็กๆยืมหนังสือเพื่อแลกกับขยะ เป็นไอเดียการแลกเปลี่ยนรูปแบบใหม่ในการร่วมกันของชุมชนในการทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมให้เด็กๆอ่านหนังสือมากขึ้น

ในแต่ละวัน ราเดน โรโร เฮนดาร์ตี (Raden Roro Hendarti) จะขี่รถสามล้อของเธอพร้อมหนังสือกองโตที่จัดเรียงอยู่บนรถตระเวนไปหาเด็กๆในหมู่บ้าน มันตัง (Muntang) เพื่อแลกกับถ้วยพลาสติก กระเป๋าและขยะอื่นๆที่เด็กๆนำมาแลกกับหนังสือ

เธอบอกว่าเธอกำลังปลูกฝังการอ่านให้กับเด็กๆและทำให้พวกเขาตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย ทันทีที่เธอปรากฎตัวขึ้น เด็กๆและพ่อแม่หลายคนจะวิ่งมาล้อม “ห้องสมุดขยะ” ของเธอทันทีพร้อมเสียงโห่ร้องยินดี

เราจะเห็นพวกเขาแต่ละคนถือถุงขยะคนละถุงสองถุง หลังจากนั้นรถสามล้อของเธอก็ถูกเติมเต็มไปด้วยขยะอย่างรวดเร็วพร้อมกับหนังสือเล่มแล้วเล่มเล่าที่ส่งออกไป เธอดีใจมากที่เด็กๆจะได้ใช้เวลาไปกับเกมออนไลน์น้อยลงและจับหนังสือมากขึ้น

ไม่เพียงแต่เด็กๆเท่านั้น ชาวบ้านหรือผู้ปกครองบางคนก็นำขยะมาแลกหนังสือกลับไปอ่านด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ให้เราสร้างวัฒนธรรมการรู้หนังสือจากการกระทำของเยาวชน เพื่อลดอันตรายของโลกออนไลน์ เราควรจัดการของเสียของเราไปพร้อมกับการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและปกป้องโลกจากขยะจำนวนมาก”

เธอเก็บขยะได้ประมาณ 100 กิโลกรัมในแต่ละสัปดาห์ จากนั้นเพื่อนร่วมงานของเธอจำคัดแยกและส่งไปรีไซเคิลหรือขาย เธอมีหนังสือให้เด็กๆยืมกว่า 6,000 เล่มและต้องการขยายการบริการไปยังพื้นที่ใกล้เคียงอื่นๆด้วย

เควิน (Kevin Alamsyah) นักอ่านวัย 11 ขวบ แฟนตัวยงของรถหนังสือ เขามักจะออกเสาะหาขยะที่อยู่ในหมู่บ้านมาแลกกับหนังสือ เควินกล่าวว่า “เมื่อมีขยะมากเกินไป สภาพแวดล้อมของเราจะสกปรกและส่งผลไม่ดีต่อสุขภาพของเรา นั่นคือเหตุผลที่ผมมองหาขยะเพื่อนำไปยืมหนังสือ”

เพราะพื้นที่ห่างไกลที่เธอไปนั้น การเขา้ถึงหนังสือของเด็กๆนั้นยากมาก การมาของเธอจึงเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สร้างการเรียนรู้ของเด็กๆเพื่อฆ่าเวลาจากการระบาดของโควิด-19ได้

Jiah Palupi หัวหน้าห้องสมุดสาธารณะหลักของหมู่บ้านกล่าวว่า งานของราเดนช่วยเติมเต็มความต้องการของพวกเขาก่อนหน้าในการช่วยเหลือเยาวชนจากการเสพติดเกมออนไลน์และยังส่งเสริมการอ่าน อย่างที่พวกเหล่าบรรณารักษ์ในห้องสมุดเคยตั้งใจไว้ก่อนหน้านั้น

อัตราการรู้หนังสือสำหรับเด็กอายุมากกว่า 15 ปีในอินโดนีเซียอยู่ที่ประมาณ 96% แต่รายงานของธนาคารโลกในเดือนกันยายนเตือนว่า การระบาดของโควิด-19จะทำให้เด็กๆอายุ 15 ปีมากกว่า 80% มีความสามารถในการอ่านอยู่ในขั้นต่ำกว่าระดับที่ควรจะเป็นและเด็กเริ่มหันเหไปหาโลกออนไลน์มากขึ้น

ในประเทศไทยเราเองก็ประสบปัญหาเป็นวงกว้างเช่นกัน ในเรื่องของการที่เด็กขาดการเรียนรู้แบบที่ควรจะได้รับในห้องเรียนแต่กลับได้เรียนออนไลน์เป็นระยะเวลานานจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะเด็กในวัยที่กำลังจะเข้าเรียนเตรียมอนุบาลที่เสี่ยงต่อการพัฒนาอย่างมาก หากต้องอยู่แต่การเรียนออนไลน์นานๆ สภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการสร้างสรรค์ เสริมสร้างจินตนาการของเด็กๆ รวมไปถึงเด็กวัยโตที่ต้องอยู่แต่หน้าจอทั้งวันสภาพของการเรียนรู้ถดถอยลงและสภาพจิตใจย่ำแย่ เด็กหลายคนจึงหันเหไปหาโลกออนไลน์แทนซะเยอะ และอาจก่อให้เกิดการเสพติดได้ด้วยเช่นกัน ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19ในเด็กนั้นมีอยู่อีกหลายประเด็นที่เป็นปัจจัยให้เยาวชนเบื่อหน่ายและซึมเศร้าจากการเรียนออนไลน์ไปเลยก็ได้ในบางกรณี เราจึงต้องเร่งหาทางแก้ไขให้โดยเร็วที่สุดเพื่อให้เด็กกลับไปเรียนในโรงเรียนดังสภาวะปกติที่เคยเป็นมา

ที่มาข้อมูล REUTERS 

related