น้ำตาล ชลิตา เปิดชีวิตที่ไม่ได้สวยหรู ตอนเด็กลำบากจนต้องขอข้าววัดกิน

09 พ.ย. 2564 เวลา 9:19 น. 84

"น้ำตาล ชลิตา" มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 เปิดเรื่องราวชีวิตที่ไม่เคยเจอหน้าพ่อแท้ๆ แถมตอนเด็กลำบากจนต้องขอข้าววัดกิน เหนื่อยจนน้อยใจโชคชะตา

อีกหนึ่งนางงามสาวที่ประสบความสำเร็จในชีวิต สำหรับ "น้ำตาล ชลิตา" มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 และ Top 6 มิสยูนิเวิร์ส 2016 แม้ฉากหน้าจะสวยงามและเพอร์เฟค แต่ใครจะไปรู้ว่ากว่าจะมีอย่างทุกวันนี้ ชีวิตเธอต้องผ่านความยากลำบากมาตั้งแต่ยังจำความไม่ได้

แถมยังไม่เคยเจอหน้าพ่อแท้ๆ ของตัวเอง ลำบากหนักจนต้องขอข้าววัดกิน ซึ่งชีวิตที่ผ่านมาเธอต้องทำงานทุกอย่าง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระแม่ โดย น้ำตาล ได้เปิดใจเล่าทุกเรื่องทุกประเด็นในรายการ "คุยแซ่บ SHOW" ระบุว่า

"ไม่เคยเจอพ่อแท้ๆ เลยตั้งแต่เกิด เขาอาจจะเลี้ยงหนูตอนเด็กๆ มากๆ เราโตขึ้นมา เราก็ไม่รู้แล้วว่าเรามีพ่อ อยู่กับแม่มาตลอด จนไม่รู้สึกขาดอะไร คุณพ่อก็มีติดต่อมาบ้างผ่านพี่นุ่ม (ผู้จัดการ) แต่หนูก็ไม่รู้ว่าจะคุยอะไร เพราะเราไม่มีความรู้สึกว่าเราขาดตรงนั้น"

"ณ ตอนนี้ค่ะ เขาบอกผ่านทางพี่นุ่มว่าอยากคุย อยากเจอหน้า แต่เรารู้สึกว่าถ้าอยากเจอ มันก็น่าจะตั้งแต่เด็กแล้วที่เรายังเรียนอยู่ หรือที่เราลำบากอยู่ เขาน่าจะเอื้อมมือมาช่วยเราตรงนั้นแล้ว แต่ตอนนี้รู้สึกว่าเราผ่านความลำบากกับแม่มาในทุกๆ ช่วงชีวิตมาเยอะมาก"

มีความน้อยใจหรือโกรธ?

"ไม่น้อยใจเลยค่ะ เพราะว่าแม่เติมเต็มตรงส่วนที่เราขาดให้ได้ดีมากๆ แล้ว ไม่ได้รู้สึกโกรธ ไม่ได้รู้สึกเกลียด ไม่รู้สึกอะไรเลยตอนนี้"

พ่อพยายามติดต่อมาหลายครั้ง หลังจากนี้จะมีโอกาสได้เจอกันไหม?

"หนูก็ไม่รู้เหมือนกัน บอกไม่ถูก อยากเจอไหมหนูรู้สึกว่าไม่ได้อยากจะเจออะไรตรงนั้นแล้ว ไม่รู้จะทำตัวยังไง ทุกวันนี้พ่อที่อยู่กับหนูเขาก็ดูแลครอบครัวช่วยดูน้องดูแม่ก็โอเคแล้ว"

ถ้าพ่อดูอยู่ เขาจะเสียใจไหม?

"หนูก็ไม่รู้จะพูดยังไง อาจจะมีนิดนึง ก็ขอบคุณที่ทำให้หนูเกิดมา แล้วมายืนอยู่ตรงนี้ได้เหมือนกัน"

น้ำตาล ชลิตา เปิดชีวิตที่ไม่ได้สวยหรู ตอนเด็กลำบากจนต้องขอข้าววัดกิน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

ลำบากตั้งแต่เด็ก?

"แม่เคยเล่าให้ฟังตอนเด็กๆ ที่ออกมาจากพ่อ แม่เอาหนูมาคนเดียวไม่มีเงินสักบาท ต้องไปขอข้าววัดกิน ไปให้ป้าช่วย ให้เพื่อนๆ แม่ช่วย ชีวิตแม่กับหนูจะมีอุปสรรคในทุกๆ ช่วงตลอดที่โตมาเลย แม่เจอเพื่อนโกง พอผ่านไปเรื่อยๆ เหมือนลำบากขึ้น เราเจอหลายๆ อย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ต้องไปอยู่ห้องแถวสังกะสีช่วงประถม มัธยม ตอนนั้นมันเหนื่อยจนน้อยใจโชคชะตามาก"

เหนื่อยยังไงบ้าง?

"แม่ไปทำงาน ถ้าวันไหนว่างจากแคดดี้แม่จะไปขับแท็กซี่หรือไปเป็นกระเป๋ารถเมล์ หนูเองจะไปเป็นแม่บ้านแทนแม่ ไปทำงานที่โบสถ์ที่ทองหล่อ ทำมาเรื่อยๆ ตอนนั้นรู้สึกเหนื่อย เราเป็นเด็กเรากลัวการเดินทาง เราไม่รู้เส้นทางเราจะกลัว เหนื่อยก็เหนื่อยไหนจะมากลัวว่าเลยป้ายไหมต้องลงตรงไหน ค่อนข้างเครียดนะ ตอนนั้นทำอยู่นาน เพิ่งมาทำสนามบินตอนช่วง ม.3"

รายได้พอค่าใช้จ่ายตอนนั้นไหม?

"พอหาเช้ากินค่ำ พอในตรงนั้นแต่เราไม่ได้มีเงินเก็บ หนูไม่ได้มีโอกาสไปเที่ยวหรือไปเล่นกับเพื่อนเลย เราพยายามตั้งใจเรียนอยู่ห้องคิงมาตลอด วิทย์-คณิต เราเป็นคนใฝ่มากกว่า พยายามขยันให้เท่ากับคนเก่งมากกว่า"

อิจฉาเพื่อนรอบข้างไหม เขาได้ใช้ชีวิต ได้ไปเที่ยว?

"ก็แอบน้อยใจบ้างในบางช่วง แต่ตอนนั้นเราก็รู้สึกสนุกกับการทำงาน ได้สอนชีวิตเราตั้งแต่เด็กเหมือนกันในการมีระเบียบ รู้จักคิด บางคนอาจจะไม่เคยทำในสิ่งที่เราทำตอนอายุนั้นก็ได้ พอโตขึ้นมาเราพยายามหางานที่มันต่อกับความรู้ของเราได้ เช่น ทำงานในสนามบินก็ช่วยในเรื่องการพูดภาษาอังกฤษ"

น้ำตาล ชลิตา เปิดชีวิตที่ไม่ได้สวยหรู ตอนเด็กลำบากจนต้องขอข้าววัดกิน

มีช่วงท้อ แอบร้องไห้คนเดียวบ้างไหม?

"มีค่ะ ช่วงที่นั่งรถไปทำงานนั่นแหละ มันเหนื่อยมากนะคะ ทำงานมาทั้งวัน ส่วนคุณแม่เขาไม่ค่อยแสดงให้เราเห็น เขาบอกว่าเขาเหนื่อย แต่เขาพยายามสู้เพื่อหนู หนูเลยรู้สึกว่าแม่ยังสู้เพื่อเราเลย ทำไมเราจะสู้เพื่อแม่ไม่ได้"

ลำบากสุดๆ ช่วงไหน?

"ก็น่าจะช่วงตอนประถม มัธยมนี่แหละ พอหนูโตขึ้นหนูก็ต้องทำหลายอย่างมากขึ้น เรียนก็หนักด้วย"

ทุกวันนี้ห่วงอะไรแม่บ้าง?

"ห่วงเรื่องสุขภาพ เพราะเมื่อก่อนแม่อ้วนมากแล้วเจ็บเข่า พยายามบอกแม่ให้ลดน้ำหนัก พยายามออกกำลังกาย ผอมลงแล้วค่ะ"

น้ำตาล ชลิตา เปิดชีวิตที่ไม่ได้สวยหรู ตอนเด็กลำบากจนต้องขอข้าววัดกิน

น้ำตาล ชลิตา เปิดชีวิตที่ไม่ได้สวยหรู ตอนเด็กลำบากจนต้องขอข้าววัดกิน

น้ำตาล ชลิตา เปิดชีวิตที่ไม่ได้สวยหรู ตอนเด็กลำบากจนต้องขอข้าววัดกิน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ