ทรูมูฟ ดีแทค ควบรวมธุรกิจ ส่องฐานลูกค้า รายได้ แต่ละแบรนด์ใหญ่แค่ไหน ?

22 พ.ย. 2564 เวลา 10:27 น. 583

ข่าวใหญ่ระดับวงการสื่อสาร โทรคมนาคม คือ ทรูมูฟ ดีแทค ควบรวมธุรกิจ กัน วันนี้เลยจะพาส่องดูว่า 3 ค่ายมือถือยักษ์ว่าค่ายไหนมีฐานลูกค้า รายได้ ของแต่ละแบรนด์ว่าใหญ่แค่ไหน ? ติดตามในบทความ

ทรูมูฟ ดีแทค ควบรวมธุรกิจ เขย่าบัลลังก์ผู้นำตลาดธุรกิจโทรคมนาคม

เรียกได้ว่าเป็นข่าวใหญ่เลยทีเดียวในแวดวงธุรกิจการสื่อสารโทรคมนาคมไทย เมื่อ...ทรูมูฟ ดีแทค ควบรวมธุรกิจกัน พร้อมได้ลงนามความร่วมมือระหว่างกันในการควบรวมธุรกิจ โดยจะมีการจัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาตั้งกองทุน 200 ล้านเหรียญสหรัฐ เรื่องนี้ได้สร้างความเซอร์ไพร์สส่งท้ายปี2564 อย่างมาก เรียกได้ว่าการรวมกันในครั้งนี้จะเป็นเขย่าบัลลังก์ผู้นำส่วนแบ่งการตลาดธุรกิจโทรคมนาคมไม่มากก็น้อย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไหน ๆ ก็มีแต่คนพูดถึงทรูมูฟ ดีแทค ควบรวมธุรกิจ วันนี้ #สปริงนิวส์ จะพาไปดูว่าแต่ละค่ายมือถือมีค่ายไหนที่มีฐานลูกค้ามากกว่ากัน รวมถึงรายได้ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง โดยเป็นการรวบรวมข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย , ทรูมูฟเอช ,ดีแทค , เอไอเอส ตามรายละเอียดดังนี้

พาเปิดฐานลูกค้า รายได้ ของแต่ละค่ายมือถือ

ฐานลูกค้า รายได้ ค่ายมือถือไหนใหญ่กว่ากัน

-ทรูมูฟเอช ลูกค้า 32 ล้านเลขหมาย

-ดีแทค ลูกค้า 19.3 ล้านเลขหมาย

-หากรวมกัน ลูกค้า 51 ล้านเลขหมาย

-เอไอเอส ลูกค้า 43.7 ล้านเลขหมาย

*รายได้แต่ละค่ายปี 2563 เป็นอย่างไร

-ทรูมูฟเอช 1.2 แสนล้านบาท

-ดีแทค 7.8 หมื่นล้านบาท

-เอสไอเอส 1.7 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตามหลายคนกำลังจับตามองว่าดีลทรูมูฟ ดีแทค ควบรวมธุรกิจ ว่าจะมีรายละเอียดเชิงลึกของบิสซิเนสโมเดล (Business Model) ใหม่เป็นอย่างไรบ้าง พร้อมการแข่งขันในปี2565 ในธุรกิจโทรคมนาคมของค่ายมือถือจะดุเดือดเพียงใด งานนี้มีสนุกแน่นอนเพราะค่ายคู่แข่งก็ต้องหาทางงัดไม้เด็ดมาสู้แบบไม่ถอย !

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ทรูมูฟ เอช" แจงปมยืดจ่ายค่าคลื่นความถี่ 900 MHz ชี้ รัฐไม่เสียผลประโยชน์

ทรูมูฟ เอช ชี้แจงกรณียื่นขอพิจารณาผ่อนผันเงื่อนไขการชำระค่าคลื่นความถี่ 900 MHz ไปยังคสช. มิได้เป็นการขอลดจำนวนเงินค่าประมูลคลื่น แต่เป็นการขอความช่วยเหลือในการขยายจำนวนงวดชำระสำหรับงวดสุดท้ายที่เป็นเงินก้อนใหญ่ พร้อมจ่ายดอกเบี้ยตามสภาวะต้นทุนการเงินในตลาด และมิได้เป็นการผิดนัดชำระจนต้องคำนวณเป็นอัตราดอกเบี้ยค่าปรับ ซึ่งไม่ทำให้ภาครัฐเสียประโยชน์ใดๆ อีกทั้งยังทำให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคมมีกระแสเงินสดที่ดีขึ้น มีเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาระบบสื่อสารโทรคมนาคมที่จะมีความจำเป็นในอนาคต อาทิ เทคโนโลยี 5G และ IoT ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ