พระมหาไพรวัลย์ กับการนับถอยหลัง เตรียมพร้อมลาสิกขาหลังผ่านมา 18 ปี

30 พ.ย. 2564 เวลา 4:58 น. 614

หมดเวลาแล้วฉันคงต้องไป.. อีกหนึ่งประโยคจากเพลงดังที่ พระมหาไพรวัลย์ เลือกใช้แทนสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ ณ ตอนนี้ หลังจากที่ส่งสัญญาณถึงการลาสิกขามาเป็นระยะเวลาหนึ่ง

พระมหาไพรวัลย์ เป็นอีกหนึ่งพระนักเทศน์ชื่อดัง ที่ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาได้รับความนิยมจากทุกทิศทุกทาง ไม่ว่าจะเป็นประชาชน ห้างร้าน สินค้า หรือแม้แต่วงการบันเทิง ก็ยังหันมาให้ความสนใจ เนื่องจากการเทศน์แต่ละครั้งที่มีการแทรกคำสอนให้คนเข้าใจได้ง่าย อีกทั้งภาษาที่ใช้มีความเข้าถึงวัยรุ่นเยอะ

หลังจากการได้รับความนิยมอย่างมหาศาลนั้น ทำให้เกิดการฟ้องเพื่อตรวจสอบพระธรรมวินัยของ พระมหาไพรวัลย์ อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีข่าวลือที่อ้างว่า พระมหาไพรวัลย์ ถูกบังคับให้ลาสิกขาไม่ได้เกิดจากความเต็มใจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องดังกล่าวก็ยังคงไม่ได้รับการยืนยัน จนกระทั่งเมื่อวาน (29 พ.ย. 64) ที่ผ่านมา

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

เรื่องการลาสิขาของ พระมหาไพรวัลย์ กลายเป็นสิ่งที่ชัดเจนเพิ่มขึ้น เมื่อมีอีกสิ่งที่เป็นสัญญาณที่ชัดเจน นั่นก็คือการเปลี่ยนชื่อเพจ เป็นชื่อฆราวาสของพระมหาไพรวัลย์ จาก "พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ" เป็น "ไพรวัลย์ วรรณบุตร" พร้อมกับโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กประหนึ่งเป็นการร่ำลา โดยได้ระบุว่า “ขอบคุณพระศาสนาที่มอบทุกอย่างให้กับเด็กบ้านนอกคนหนึ่งคนนี้ ตลอดเวลา 18 ปีที่ผ่านมา ขอบคุณข้าวน้ำจากศรัทธาของญาติโยมทุกคน...” และได้คอมเมนต์ต่อท้ายว่า “หมดเวลาแล้วว ฉันคงต้องไป”

พระมหาไพรวัลย์โพสต์ข้อความ “ขอบคุณพระศาสนาที่มอบทุกอย่างให้ตลอด18 ปีที่ผ่านมา"

พระมหาไพรวัลย์ โพสต์ความนัยประกาศลาสิกขา?

พระมหาไพรวัลย์ เปลี่ยนชื่อเพจเฟซบุ๊ก

 

ซึ่งหลังจากนั้นต่างก็มีความเคลื่อนไหวถึงเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ไม่เว้นแม้แต่ หมอแล็บแพนด้า ก็ได้โพสต์ภาพแชตของตนเองที่ได้ถามกับ พระมหาไพรวัลย์ ไปว่า "จะสึกแล้วหรอครับ" โดยพระมหาไพรวัลย์ตอบกลับมาว่า "ใช่ พี่หมอ" จึงค่อนข้างเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า พระมหาไพรวัลย์เตรียมตัวลาสิกขาในเร็ววันนี้เป็นที่แน่นอนแล้ว

ข้อมูลยืนยันจาก คมชัดลึกออนไลน์ ที่ได้ลงพื้นที่สำรวจ วัดสร้อยทอง พระอารามหลวง ตั้งแต่เมื่อวาน พบว่าบรรยากาศในวัดยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด มีเพียงพระสงฆ์จำนวนหนึ่งที่ปฏิบัติกิจออกบิณฑบาตร ทั้งจากการสอบถามในระแวกใกล้เคียงต่างก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า พระมหาไพรวัลย์ยังไม่สึก เพียงแต่ยังไม่มีใครเห็นเท่านั้น

 

ย้อนกลับมาที่โลกออนไลน์ จากการนำเสนอข่าวการประกาศลาสิกขาของ พระมหาไพรวัลย์ นั้นต่างก็มีสื่อให้ความสนใจและยังคงเสนอข่าว ก่อนที่จะเกิดกรณีดราม่าขึ้นอีกครั้ง

เมื่อ พระมหาไพรวัลย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมกับแนบรูปจากสำนักข่าวแห่งหนึ่ง ที่นำเสนอข่าวปลอม กุเรื่องว่าจากการบวชนั้นมีเงินถึง 315 ล้านบาท ซึ่งต้นเรื่องนั้นได้มีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ข้อความระบุว่า "พระมหาไพรวัลย์บวช 18 ปี มีเงินกว่า 315 ล้านบาท บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อ ภาษีและน้ำไฟไม่ต้องเสีย แถมยังมีคนกราบไหว้"

โพสต์ข่าวปลอมที่กุเรื่องถึง พระมหาไพรวัลย์

โพสต์ข่าวปลอมที่กุเรื่องถึง พระมหาไพรวัลย์

 

ซึ่งจากโพสต์ดังกล่าวนั้น ได้มีสำนักข่าวรายงานข่าวนี้ไปก่อนที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง ทำให้ พระมหาไพรวัลย์ ได้ออกมาประกาศว่า หลังจากที่สึก หากมีทนายท่านใดที่อยากหาเงินเลี้ยงชีพ ให้มาช่วยทำคดีนี้ให้ด้วย เงินที่ได้พระมหาไพรวัลย์จะไม่เอาสักบาท จะมอบให้ทนายท่านนั้นแทน พร้อมกับนำโพสต์ 2 โพสต์ของคนที่อ้างว่าพระมหาไพรวัลย์ร่ำรวยมาลง และยืนยันว่า "ไม่เอาไหว้สวยนะ"

พระมหาไพรวัลย์ ฟาดสำนักข่าวแห่งหนึ่ง

ล่าสุด พระมหาไพรวัลย์ ก็ได้อัปเดตสถานการณ์ดราม่านี้อีกครั้ง หลังจากที่มีบุคคลาฟริศนาทักมาหาหลังไมค์ เพื่อขอโทษว่าข่าวนั้นตนเองเป็นคนเขียน และจะลบข่าวให้ โดยได้ระบุว่าตนเป็นสื่อของสำนักข่าวแห่งหนึ่ง เอาข้อมูลมาเขียนโดยไม่ได้ตรวจสอบให้ดี และจะลงข่าวขอโทษ 

สุดท้ายพระมหาไพรวัลย์บอกว่า อาตมาจะยกโทษให้หากสำนักข่าวดังกล่าวลงข่าวขอขอโทษ และ "จะชอบจะชังอาตมาไม่ว่า แต่อย่าทำร้ายกันด้วยความเท็จที่ไม่จริงเลย อย่าเป็นเหยื่อของความเกลียดชัง อย่าเป็นเหยื่อของความอคติ อย่าทำร้ายใครเพียงเพราะเขาเห็นตรงกันข้ามกับเรา อาตมาจะรอการขอโทษอย่างเป็นทางการนะ แล้วอาตมาจะยุติการดำเนินคดี"

แชทจากนักข่าวคนที่อ้างว่าเป็นผู้เขียนข่าว พระมหาไพรวัลย์

แชทจากนักข่าวคนที่อ้างว่าเป็นผู้เขียนข่าว พระมหาไพรวัลย์

 

ซึ่งจากกระแสข่าวและดราม่าทั้งหมดนั้น เรื่องนี้ “พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต” พระนักเทศน์ชื่อดัง พส. ที่สนิทสนิมกับพระมหาไพรวัลย์ ที่ช่วงหลังไลฟ์สดคู่กันจนสร้างปรากฏการณ์ให้โลกโซเชียลฯ ฮือฮาออกมายืนยันหลัง วิดีโอคอลกับพระมหาไพรวัลย์ 

ปมเหตุการสึก “พระมหาสมปอง” คอนเฟิร์มว่าเหตุผลหลักๆ มาจากเรื่องแต่งตั้งเจ้าอาวาส เพราะพระมหาไพรวัลย์ เคยพูดถึงเรื่องความยุติธรรม และทราบว่า เจ้าตัวคุยกับ “เจ้าคุณอุทัย” บ่อย ที่ลาสิกขาก็เพื่อเจ้าคุณอุทัย เป็นการตัดสินใจเองล้วนๆ

ถึงแม้จะมีการชักชวนจากชาวม็อบให้ พระมหาไพรวัลย์ ไปร่วมด้วยกัย แต่ก็น่าจะต้องผิดหวังเพราะท่านยังยืนยันว่าจะไม่ยุ่งเรื่องการเมือง ส่วนทางด้านผู้จัดมิสแกรนด์อย่าง ณวัตน์ อิสรไกรศีล ที่ได้มาทาบทามให้ไปเป็นพิธีกรนั้น พระมหาสมปองคาดว่าเป็นเรื่องที่น่าจะพูดฝ่ายเดียว

งานนี้ เส้นทางใหม่และบทบาทใหม่หลังจากการลาสิกขาของ พระมหาไพรวัลย์ จะต๊าชกว่าการเป็น พส. ไหม อาจจะต้องเกาะเบาะและรอดูกันต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ