svasdssvasds

สรุปคาดการณ์และอัปเดต เหรียญ LUNA หรือ UST (Terra) ยังน่าลงทุนอยู่หรือไม่?

สรุปคาดการณ์และอัปเดต เหรียญ LUNA หรือ UST (Terra) ยังน่าลงทุนอยู่หรือไม่?

ก่อนหน้านี้ที่มีหนุ่มไทยรายหนึ่งกล้าสวนกระแสเข้าซื้อเหรียญ LUNA ระบุว่า ได้เข้าซื้อเหรียญ LUNA ตอนราคาร่วงไว้ที่ 60,000 บาท จนราคาขึ้นไปอยู่ที่ 8 ล้านบาท และอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา มูลค่าขึ้นไปอยู่ที่ 22 ล้านบาท และเจ้าตัวบอกว่าจะไม่ยอมขายจนกว่า LUNA V2 จะมา

หลายๆคนจึงมีข้อสงสัยว่าหากมีคนยังทำกำไรกับเหรียญ LUNA ได้ขนาดนี้ มันยังน่าลงทุนอยู่หรือไม่?

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักเหรียญ LUNA หรือ UST กันอีกครั้งแบบเข้าใจง่าย

เหรียญ LUNA และ UST อยู่บนเทอร่าเชนซึ่งเป็นเครือข่ายบล็อกเชนที่ขับเคลื่อนด้วย Stablecoin ซึ่งในปี 2021 นี้หลังจากได้ประกาศตัวเป็นเหรียญรูปแบบใหม่ที่มีการผูกค่าเงินกับสกุลเงินประเทศต่างๆเช่น  ดอลลาร์สหรัฐ หรือเงินวอนของเกาหลีใต้ ก็ได้เป็นเหรียญที่น่าสนใจอันดับต้นๆของโลก

ทำไม? เหรียญ LUNA ถึงราคาดิ่งลงต่ำสุด

เป็นผลมาจากสกุลเงินดอลลาร์ลดค่าลงเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม จากรายงานสัมภาษณ์นักวิเคราะห์การลงทุน สรุปได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นก่อให้เกิดผลกระทบกับตลาดคริปโตเป็นอย่างมาก เพราะสะท้อนถึงข้อเสียของ Stablecoin ที่ใช้อัลกอริธึมหนุนเครือข่าย เมื่อ UST หลุดวงจร ก็ส่งผลให้เกิดการเทขาย LUNA ตลอดจนกระทบราคาเหรียญที่ดิ่งลงเป็นประวัติการณ์
 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

อัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับเหรียญ LUNA และ UST 

ขณะนี้ทางเกาหลีใต้ได้ตั้งทีมสอบสวนในกรณีที่ล่มสลายของ LUNA และ UST

โด ควอน ผู้ก่อตั้งเหรียญ ได้ประกาศทำ Hard Fork บนเครือข่าย Terra เพื่อรักษาระบบนิเวศของเครือข่าย แผนต่อไปก็คือ เครือข่ายใหม่ไม่เชื่อมต่อกับ Stablecoin เดิมอย่างเหรียญ UST อีกทั้งจะทำการ แจกเหรียญ LUNA เหรียญใหม่ ให้แก่ผู้ถือเหรียญ UST และเหรียญ LUNC ที่เรียกว่า LUNA V2 หรือเวอร์ชั่นสองนั่นเอง 

ซึ่งเหตุการณ์นี้ผู้ที่ถือเหรียญอยู่หลายๆคนไม่เห็นด้วย และแสดงความคิดเห็นว่าเป็นการปัดความรับผิดชอบของโด ควอน และทำให้ LUNA V2 ไม่มีใครอยากกลับมาลงทุนอีก เพราะความรับผิดชอบหลายๆอย่างของทีมงาน 

ข้อเสนอ LUNA V2 ของโด ควอน โดนโหวตปฎิเสธไปกว่า 90% ของเสียงโหวต ณ ปัจจุบัน (เป็นแค่การโหวตในฟอรั่มไม่มีส่วนกับการโหวตจริง) และคาดว่าในวันนี้ 18 พฤษภาคม 2022 เราจะได้เห็นการเปิดโหวต LUNA V2 ถึงแม้จะมีหลายคนที่ไม่เห็นด้วย แต่ก็ยังมีคนที่เชื่อมั่นในสกุลเงินนี้อยู่ จึงหวังว่าเหรียญ LUNA และ UST จะกลับมาอีกครั้ง

ล่าสุดทีมกฎหมายของ Terra หลายๆคนลาออกจากบริษัทแล้ว และยังมีข่าวลือว่า โด ควอน ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นต่อการตัดสินใจนี้แล้ว 

Watcher guru กูรูด้านคริปโทเคอร์เรนซี และอินฟลูเอนเซอร์คริปโทฯหลายคน คอนเฟิร์มว่าทาง LFG ที่ยังตรึงเงินอยู่ เก็บเหรียญบิทคอยน์ (BTC) ไว้อยู่อีก 1.2 ล้านเหรียญ ซึ่งทำให้เป็นที่ถกเถียงกันสองกลุ่ม ว่าจะให้นำบิทคอยน์เหล่านี้มาช่วยเหลือผู้ที่เสียหาย และมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องการให้นำบิทคอยน์ไปสร้างเหรียญเวอร์ชั่น 2 

Binance เปิดระบบการซื้อขายอีกครั้งของเหรียญ LUNA หลังจากที่เขาขาดทุนถึง 1.6 พันล้านดอลลาร์ได้หายไปชั่วพริบตา ซึ่งอันนี้เป็นประเด็ดที่หลายคนต่างหวาดกลัวว่าจะเป็นการล่อให้คนเข้าไป และมีประโยชน์หลายอย่าง เช่น ดึงเงินทุนให้กลับเข้ามาในระบบ แล้วใช้ช่องว่างนี้คืนทุนที่เสียไป,วัดความเชื่อมั่นของกลุ่มคนที่เคยถือเหรียญนี้ 

ฉางเผิง จ้าว (CZ) เจ้าของ Binance ยังระบุด้วยว่า เพื่อเป็นการปกป้องผู้ลงทุนรายย่อย ทาง Binance ยินดีที่จะยอมสูญเสียเงินดังกล่าวไป โดยขอให้ทีมงาน Terra จ่ายเงินชดเชยให้กับนักลงทุนรายย่อยที่ได้รับความเสียหายเป็นอันดับแรกก่อน หลังจากนั้นจึงค่อยชดเชยให้กับกลุ่มผู้ลงทุนรายใหญ่

ขณะที่ Luna Foundation Guard ออกมาเปิดเผยถึงจำนวนเงินสำรองที่เหลืออยู่ที่ได้ใช้ไปกับการพยุง UST ไว้ในเหตุการณ์ที่ผ่านมา พร้อมประกาศจะนำเงินสำรองที่เหลืออยู่ออกมาช่วยเหลือนักลงทุนรายย่อยที่ได้รับผลกระทบ แต่ยังไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดอย่างแน่ชัด

อย่างไรก็ตามของเหตุการณ์ครั้งนี้ที่ทำให้นักลงทุนและคนทั่วโลกรู้เกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซีมากยิ่งขึ้น
เช่น ทำให้คนรู้ทั่วกันว่า คริปโทเคอร์เรนซี เป็นสินทรัพย์ความเสี่ยงสูงเพื่อเก็งกำไรก็ต้องยอมรับว่ามีโอกาสขาดทุนด้วย หรือคนที่ลงทุนกับ UST มองว่าเหรียญนี้คือ Stablecoin หรือเหรียญที่มั่นคง ซึ่งจริงแล้วมันไม่มั่นคงจริง

ซึ่งหากเป็นนักลงทุนมือใหม่เรียกได้ว่าเหรียญนี้ยังไม่เหมาะกับคนไม่สามารถยอมรับความเสี่ยงสูงได้ เพราะนักลงทุนทั่วโลกยังคงจับตามองแนวทางของ LUNA และ UST กันอยู่และยังไม่มีใครกล้าขยับตัว 

สรุปได้ว่า การเล่นหรือลงทุนในเหรียญ LUNA ในตอนนี้ “เปรียบเสมือนการเดิมพัน”

เพราะมีทั้งคนที่กอบโกยกำไรในช่วงหนึ่ง จึงเกิดกระแสที่เรียกว่า FOMO หรือการกลัวตกรถ หรือลงทุนไม่ทัน ซึ่งเหมือนกับการเสี่ยงโชคว่าคุณจะอยู่ในช่วงไหน 

ผู้เชี่ยวชาญด้านคริปโทฯหลายคนแนะนำเป็นเสียงเดียวกันว่า “ให้แบ่งเงินที่พร้อมจะเสียหรือทิ้งไปลงทุน” และให้ตีเงินส่วนนี้เป็นศูนย์ไปเลย แต่ถ้าได้กำไรก็ถือว่าโชคดี 

ซึ่งขณะที่เกิดการ FOMO ที่เป็นกระแสกันก่อนหน้านี้ ว่าเหรียญนี้สามารถทำกำไรได้หลักหลายล้าน ทำให้เกิดคนสองกลุ่มคือ 

1.คนที่รู้ว่าช่วงเวลานี้สามารถทำกำไรได้และพร้อมรับกับความเสี่ยง 
2.คนที่เข้ามาเพราะกระแสโซเชียลต่างๆนาๆ ซึ่งกลุ่มคนพวกนี้จะกลายเป็นกลุ่มที่เรียกว่า “แมลงเม่า” ที่เข้ามาลงทุนโดยไม่รับรู้ความเสี่ยงและอยากได้ผลกำไร 

หากคุณได้อ่านและเห็นข้อดีข้อเสียของการลงทุนในช่วงนี้แล้ว ก็คงทำให้คุณสามารถตัดสินใจลงทุนกับเหรียญกระแสดังนี้ได้ไม่ยาก และทำให้ทราบว่าการลงทุนแบบนี้เหมาะกับคุณหรือไม่

related