สนช.เห็นชอบงบปี 61 วงเงิน 2.9 ล้านล้าน

31 ส.ค. 2560 เวลา 11:49 น.

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

 

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ งบประมาณ ปี 2561 แล้ว โดย รองนายกรัฐมนตรี ยืนยัน จะใช้งบอย่างคุ้มค่า ถูกกฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาในทุกด้าน รวมถึงปัญหาการบริหารจัดการน้ำด้วย ขณะที่ สมาชิก สนช.เสนอให้รัฐยุบองค์การมหาชนที่ไม่จำเป็น และให้กระทรวงกลาโหมแจงงบจะซื้อยุทโธปกรณ์ให้ประชาชนเข้าใจด้วย

ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. มีมติเอกฉันท์เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2561 วงเงิน 2.9 ล้านล้านบาท ให้ประกาศใช้เป็นกฎหมาย โดยนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ ชี้แจง ว่า การพิจารณาตัดงบในปีนี้ เน้น ตัดงบในโครงการที่ไม่ประหยัดค่าใช้จ่าย มีความจำเป็นน้อย งบการฝึกอบรมสัมมนา การเดินทางไปราชการต่างประเทศ รวมทั้งโครงการที่มีรายการดำเนินการล่าช้ากว่ากำหนด ซึ่งรวมแล้วปรับลดงบได้ถึง 22,000 ล้านบาท

และนำงบไปเพิ่มให้กับงบกลางและหน่วยงานต่างๆ รวม 6 รายการ โดยงบส่วนใหญ่กว่า 21,000 หมื่นล้านบาท ถูกนำไปเพิ่มในรายการงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ทำให้งบในรายการนี้เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ตั้งไว้ 70,166 เป็น 91,423 ล้านบาท

ขณะที่สมาชิก สนช. อภิปรายแสดงความเป็นห่วงเรื่องการปรับลดงบประมาณของกระทรวงต่าง ๆ โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข เพราะมีงบประมาณที่ใช้ดูแลสุขภาพของประชาชนและผู้สูงอายุ แต่ประธานกรรมาธิการฯ ยืนยันว่า งบประมาณที่กรรมาธิการฯ ปรับลด เป็นเรื่องการก่อสร้าง ไม่ส่งผลกระทบต่อระบบหลักประกันสุขภาพประชาชนและการดูแลผู้สูงอายุ จากนั้น ที่ประชุม สนช. มีมติเอกฉันท์เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 ด้วยคะแนน 200 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง เพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

ด้าน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ตัวแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณ สนช.พร้อมย้ำว่า รัฐบาลจะใช้ งบประมาณอย่างคุ้มค่าและถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะรับฟังข้อสังเกตของ สนช. เรื่องใดดำเนินการได้ก่อนก็จะเร่งดำเนินการ

นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การที่กรรมาธิการปรับลดงบประมาณรายจ่ายของหน่วยงานอื่น แล้วมาเพิ่มในรายการงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จะช่วยให้การบริหารงบประมาณมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ถ้ารัฐบาลจะมีนโยบายหรือมาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจออกมาก็สามารถนำงบส่วนนี้ไปใช้ได้ พร้อมกับเชื่อว่างบกลางที่ตั้งไว้จำนวนมากไม่มีความน่ากังวลอะไร เพราะไม่ได้ปรับลดงบประมาณรายจ่ายในภาพรวม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด