
SHORT CUT
LISA เข้าร่วมแคมเปญระดับโลกกับ Nike ปลุกชีพตำนานรองเท้าวิ่งยุค 1971 อย่าง 'Moon Shoe' ที่มาพร้อมพื้นวาฟเฟิลสุดคลาสสิก เตรียมวางจำหน่ายทั่วโลกแล้ววันนี้ ราคา 3,700 บาท
LISA x NIKE ปลุกกระแส 'Nike Moon Shoe' ดีไซน์สุดคลาสสิกจากยุค 1971 ทำไมไนกี้ถึงเลือกรุ่นนี้? และมีความสำคัญอย่างไรในหน้าประวัติศาสตร์แฟชั่น? ชวนย้อนตำนานกว่า 55 ปีของรองเท้าวิ่งที่กำลังจะกลับมาสร้างปรากฏการณ์อีกครั้ง
ย้อนกลับไปในปี 1971 ก่อนที่จะเกิดชื่อแบรนด์ Nike รองเท้าต้นแบบรุ่นนี้เผยโฉมเป็นครั้งแรกโดยได้ชื่อ Moon Shoe จากตอนที่บรรดานักวิ่งหันไปเห็นรอยพิมพ์พื้นรองเท้าลายวาฟเฟิลที่ทิ้งไว้ ชวนให้นึกถึงรอยเท้าบนดวงจันทร์
Bill Bowerman โค้ชกรีฑาและผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ กำลังมองหาวิธีสร้างพื้นรองเท้าที่ยึดเกาะลู่วิ่งได้ดีเยี่ยมโดยไม่ต้องใช้ตะปูแหลมที่มีน้ำหนักมาก วันหนึ่งขณะที่เขากำลังกินอาหารเช้า เขาเกิดไอเดีย จึงเทยางเหลวลงใน 'เตาทำวาฟเฟิล' ของภรรยา
ผลลัพธ์ที่ได้คือ 'Waffle Sole' พื้นรองเท้าที่มีปุ่มยางแพทเทิร์นตาราง ซึ่งให้ทั้งความยืดหยุ่น การยึดเกาะ และน้ำหนักที่เบาหวิว รองเท้ารุ่นต้นแบบนี้ถูกผลิตขึ้นด้วยมือเพียงประมาณ 12 คู่เท่านั้น เพื่อให้นักกีฬาใช้ในการแข่งขันคัดเลือกตัวแทนโอลิมปิกปี 1972
รอยเท้าที่ประทับลงบนพื้นดินดูคล้ายกับรอยเท้านักบินอวกาศบนดวงจันทร์ จึงเป็นที่มาของชื่อ 'Moon Shoe'
ความหายากและสตอรี่ที่น่าสนใจ ทำให้ 'Moon Shoe' กลายเป็นตำนาน โดยในปี 2019 รองเท้า Moon Shoe สภาพสมบูรณ์คู่หนึ่งถูกประมูลไปในงานของ Sotheby's ด้วยราคาสูงถึง 437,500 ดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 14 ล้านบาท) ทำลายสถิติรองเท้าผ้าใบที่แพงที่สุดในโลก ณ เวลานั้น
การที่ Nike เลือก LISA มาเป็นโปรโมทแคมเปญนี้ มีความน่าสนใจในเชิงแฟชั่นและการตลาดที่ลึกซึ้งกว่าแค่ 'กระแสของศิลปิน'
เพราะ 'Nike Moon Shoe' คือของสะสมที่คนยุคนี้อาจไม่เคยสัมผัส การร่วมงานคอแลปกับ LISA คือการปัดฝุ่นประวัติศาสตร์จากปี 1971 ให้กลับมามีชีวิตชีวาและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นผ่านแฟชั่นไอคอนระดับโลก
เดิมที Moon Shoe คือรองเท้าที่ดิบเถื่อน สร้างมาเพื่อวิ่งบนลู่วิ่งดิน แต่แคมเปญนี้เลือกสไตลิ่ง LISA ในชุดสีแดง ซึ่งช่วยเบลนด์ความคลาสสิกวินเทจของทรงรองเท้า ให้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ไอเทมที่แมตช์เข้ากับสตรีทแฟชั่นได้อย่างลงตัวและเข้าถึงง่าย
ที่มา : Nike