svasdssvasds

ออฟฟิศไร้รองเท้า สูตรใหม่บริษัทเทคฯ หวังซื้อใจแรงงาน Gen Z

ออฟฟิศไร้รองเท้า สูตรใหม่บริษัทเทคฯ หวังซื้อใจแรงงาน Gen Z

จาก WFH สู่ถุงเท้าในออฟฟิศ บริษัทเทคโนโลยีงัดนโยบายสุดแหวก “ออฟฟิศไร้รองเท้า” หวังมัดใจพนักงาน Gen Z ท่ามกลางความสับสนของวัฒนธรรมการทำงานยุคใหม่

SHORT CUT

  • บริษัทเทคฯ โดยเฉพาะในซิลิคอนแวลลีย์ กำลังทดลองนโยบายแปลกใหม่ เช่น ไม่บังคับใส่รองเท้า เพื่อชดเชยสิ่งที่พนักงาน Gen Z สูญเสียไปจากการทำงานแบบ Remote และทำให้การกลับเข้าออฟฟิศ “รู้สึกไม่อึดอัดจนเกินไป”
  • ขณะที่บางบริษัทพยายามสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย บางแห่งกลับใช้วิธีสุดโต่งหรือย้อนแย้ง เช่น เติมผลิตภัณฑ์นิโคติน หรือส่งพนักงาน Gen Z เข้าอบรมมารยาท สะท้อนช่องว่างทางวัฒนธรรมระหว่างผู้บริหารกับแรงงานรุ่นใหม่
  • แม้นโยบายอย่าง “ใส่สลิปเปอร์ได้” หรือ “เดินเท้าเปล่าในออฟฟิศ” จะช่วยผ่อนคลายบรรยากาศ แต่ไม่อาจทดแทนความต้องการหลักของ Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance ความเคารพจากผู้บังคับบัญชา และขอบเขตชีวิตการทำงานที่ชัดเจน

จาก WFH สู่ถุงเท้าในออฟฟิศ บริษัทเทคโนโลยีงัดนโยบายสุดแหวก “ออฟฟิศไร้รองเท้า” หวังมัดใจพนักงาน Gen Z ท่ามกลางความสับสนของวัฒนธรรมการทำงานยุคใหม่

บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในซิลิคอนแวลลีย์ของสหรัฐฯ ผุดไอเดียใหม่เอาใจพนักงาน Gen Z ที่ต้องกลับมานั่งโต๊ะด้วยนโยบายสุดแหวก รวมถึง นโยบายออฟฟิศไร้รองเท้า หวังรักษาความพึงพอใจแรงงานรุ่นใหม่

ทำงานที่บ้านไม่ได้ไม่เป็นไร แต่ใส่สลิปเปอร์มาออฟฟิศได้นะ

ในช่วงปีที่ผ่านมา บรรดายักษ์ใหญ่ในซิลิคอนแวลลีย์ต่างพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้พนักงานกลับเข้าออฟฟิศ ตอนนี้เมื่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีสามารถดึงคนกลับมานั่งโต๊ะทำงานได้แล้ว สิ่งที่ตามมาคือคำถามใหม่ว่าจะทำให้พนักงานมีความสุขได้อย่างไร การหลั่งไหลกลับมาของชาวออฟฟิศ ซึ่งรวมถึงกลุ่มคนรุ่น Gen Z ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้บริษัทเหล่านี้เริ่มหันมาทดลองแนวคิดใหม่ ๆ เช่น นโยบายออฟฟิศไร้รองเท้า

หนังสือพิมพ์ New York Times รายงานว่า กระแส “ไม่ใส่รองเท้า” กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มสตาร์ทอัพหลายแห่ง ด้วยการที่บริษัทต่าง ๆ สนับสนุนให้พนักงานถอดรองเท้าทิ้งไว้ที่หน้าประตู โดย “เบน แลง” (Ben Lang) พนักงานรายหนึ่งจาก Cursor บริษัท AI ด้านการเขียนโค้ดที่ไม่บังคับพนักงานให้ใส่รองเท้า ถึงกับเปิดตัวเว็บไซต์ชื่อ “Noshoes.fun” ขึ้น เพื่อรวบรวมรายชื่อบริษัทสำหรับผู้สมัครงานที่ชอบปล่อยนิ้วเท้าให้ได้สัมผัสกับอากาศสดชื่น

ออฟฟิศไร้รองเท้า สูตรใหม่บริษัทเทคฯ หวังซื้อใจแรงงาน Gen Z

 

ในรายชื่อบริษัทที่หวังมัดใจพนักงานรุ่น Gen Z รวมถึง บริษัท Notion ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มทำงานดิจิทัล บริษัท Gusto ผู้พัฒนาระบบจัดการเงินเดือน รวมถึง Supercell ผู้พัฒนาเกมมือถือ และสตาร์ทอัพสาย AI อีกหลายแห่ง อย่าง Replicate และ Rime Labs

การเดินเท้าเปล่าต่อหน้าคนอื่นจะช่วยเพิ่มความสบายในการทำงานขึ้นมากน้อยแค่ไหนนั้นอาจคงเป็นเรื่องความชอบส่วนบุคคล แต่แนวคิดเบื้องหลังของเรื่องนี้คือการพยายามมอบความสบายบางส่วนที่พนักงานเคยมีจากการทำงานที่บ้านให้กับพนักงานที่ถูกบังคับให้ต้องกลับมาเผชิญหน้ากับการเดินทางไปทำงาน นอกจากนี้ สาเหตุอีกส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะพนักงานในออฟฟิศเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ และบริษัทต่าง ๆ กำลังพยายามทำความเข้าใจว่าแท้จริงแล้ว Gen Z ต้องการอะไรกันแน่

ในขณะที่บริษัทบางแห่ง แนวทางกลับไม่ได้มุ่งไปทางการฟื้นฟู แต่กลับออกไปในทางเสื่อมถอยมากกว่า โดย Wall Street Journal รายงานว่า สตาร์ทอัพบางแห่งเติมถุงนิโคตินและผลิตภัณฑ์นิโคตินอื่น ๆ ไว้ในมุมขนมขบเคี้ยว โดยเฉพาะบริษัท Palantir บริษัทเทคโนโลยีด้านการสอดแนวที่บริหารโดย “อเล็กซ์ คาร์ป” (Alex Karp) ผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และสนับสนุนการทำอาชญากรรมสงคราม ดูเหมือนจะเป็นผู้นำเทรนด์นี้ ซึ่งอาจเป็นเพราะฤทธิ์ของนิโคตินเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยให้พนักงานสงบสติอารมณ์ได้ หลังจากอัพเดตระบบใหม่ที่เพิ่มประสิทธิภาพของโดรนสังหาร 

ในตอนนี้ ดูเหมือนว่าภาคธุรกิจของอเมริกาจะอยู่ในภาวะสับสนมึนงงว่าจะปรับตัวอย่างไรให้เข้ากับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความคาดหวังต่อนายจ้างสูงกว่าคนรุ่นก่อน ๆ โดยผู้บริหารหลายคนตราหน้า Gen Z ว่า ไม่มีวินัย เอาแต่ใจและขี้เกียจ ทั้งที่จริงแล้ว คนทุกรุ่นก็มักจะโดนค่อนแคะลักษณะนี้เมื่อเริ่มก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน

อย่างไรก็ตาม ช่องว่างทางวัฒนธรรมในครั้งนี้ดูเหมือนจะกว้างกว่าครั้งไหน ๆ โดยรายงานจาก CBS News ระบุว่าบางบริษัทถึงขั้นส่งพนักงานรุ่น Gen Z เข้าคอร์สอบรมมารยาท เพื่อเรียนรู้วิธีการวางตัวในสังคมออฟฟิศที่มีคนหลากหลายวัยอยู่รวมกัน

หากมองในแง่ดีที่สุด นี่คือความพยายามช่วยให้กลุ่มคน Gen Z ได้เรียนรู้บทเรียนทางสังคมบางอย่างที่อาจขาดหายไปในช่วงที่ทักษะการเข้าสังคมถูกพรากออกไปโดยวิกฤตโรคระบาดใหญ่ที่เกิดขึ้นทั่วโลก แต่หากมองในแง่ร้ายกว่านั้น นี่อาจเป็นเพียงความพยายามขององค์กรธุรกิจที่จะผลักดันคนรุ่นใหม่ที่มีความคาดหวังสูงเรื่องสมดุลชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) มีขีดเส้นแบ่งเวลาชัดเจน และต้องการความเคารพจากเจ้านายมากขึ้น ให้ยอมสยบต่อวัฒนธรรมองค์กรของอุตสาหกรรมที่เทิดทูนการทำงานหนักเหนือสิ่งอื่นใด

เมื่อเป็นเช่นนั้น จึงเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการว่า แต่การปล่อยให้พนักงานยืนคุยกันข้างตู้กดน้ำโดยไม่ใส่รองเท้า ใส่แค่ถุงเท้าหรือรองเท้าแตะ จะเพียงพอที่จะซื้อใจพวกเขาได้จริง

ที่มา : Gizmodo

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

 

related