svasdssvasds

ส่องเทรนด์การค้า-เศรษฐกิจปี2026 AI สำคัญ-รักษ์โลกต้องมา

ส่องเทรนด์การค้า-เศรษฐกิจปี2026 AI สำคัญ-รักษ์โลกต้องมา

พาส่องเทรนด์การค้า-เศรษฐกิจปี2026 จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026องค์กรต้องการคนสร้างนวัตกรรม-AI สำคัญ-รักษ์โลกต้องมา

SHORT CUT

  • AI คือหัวใจองค์กรยุค 2026 เพราะ AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่กลายเป็น “สมององค์กร” ใครใช้ไม่จริง เสี่ยงเสียความสามารถแข่งขัน
  • เศรษฐกิจสีเขียว-ความไม่แน่นอนโลกกดดันธุรกิจ Net Zero และความยั่งยืนเป็นเงื่อนไขอยู่รอด ท่ามกลางสงครามการค้า ความขัดแย้ง และนโยบายโลกผันผวน
  • แรงงานต้องเร่งอัปสกิล ลดความเสี่ยงตกงานทักษะมีอายุสั้น เกิด Skill Gap สูง 5 ทักษะจำเป็นคือ วิเคราะห์ข้อมูล ใช้ AI ให้เกิดผล เรียนรู้เร็ว สื่อสารธุรกิจ และนวัตกรรม

พาส่องเทรนด์การค้า-เศรษฐกิจปี2026 จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026องค์กรต้องการคนสร้างนวัตกรรม-AI สำคัญ-รักษ์โลกต้องมา

โลกธุรกิจและเศรษฐกิจกำลังหมุนเร็วกว่าเดิมหลายเท่า เทคโนโลยีใหม่เปลี่ยนวิธีคิด วิธีทำงาน และวิธีแข่งขันในพริบตา งาน Future Trends Ahead Summit 2026 จึงกลายเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมสัญญาณอนาคตของการค้าและเศรษฐกิจโลกไว้ในที่เดียว ตั้งแต่บทบาทของ AI ที่ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่กำลังเป็นหัวใจของการสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ ความต้องการบุคลากรที่สามารถพัฒนา นวัตกรรมใหม่ เพื่อตอบโจทย์โลกยุคดิจิทัล

ทั้งนี้รวมไปจนถึงการยกระดับธุรกิจให้เดินควบคู่กับแนวคิด รักษ์โลกและความยั่งยืน ซึ่งไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญของการเติบโตในอนาคต ขณะเดียวกัน ความผันผวนจาก สงครามและความขัดแย้งทั่วโลก ก็ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทุกองค์กรต้องจับตาอย่างใกล้ชิด สกู๊ปนี้จะพาไปถอดรหัสเทรนด์สำคัญจากเวที Future Trends Ahead Summit 2026 เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจและคนทำงานไทย “รู้ทัน” และ “ปรับตัวทัน” ต่อโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

 

พามาดูเทรนด์เศรษฐกิจ การค้า ต่างๆจากงาน Future Trends Ahead Summit 2026 ที่ได้อัปเดตเทรนด์สำคัญของประเทศ มาในงานสัมมนาสรุปเทรนด์ประจำปีที่ผู้บริหารระดับสูงมารวมตัวกันจากสถาบันวิจัยทั้งในไทยและต่างประเทศกว่า 16 แห่งไว้ในงานเดียว กับเทรนด์ 19 ด้าน เช่น เศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยีและ AI สุขภาพ การเงินและการกุศล ความยั่งยืน ผู้บริโภค เมืองกับไลฟ์สไตล์ การตลาด ทักษะอนาคต ผู้นำCommerce Design อสังหา เกษตร ท่องเที่ยว Art & Culture อีเวนต์ และการศึกษา

โดยสามารถสรุปภาพรวมของงานได้ดังนี้ โดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายอุตสาหกรรมได้ร่วมกันถอดรหัสความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น โดยเน้นย้ำว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นความปกติใหม่ และเทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่คือผู้พลิกโฉมโครงสร้างสังคมและธุรกิจอย่างสิ้นเชิง ซึ่งสามารถสรุปประเด็นสำคัญรายบุคคลได้ดังนี้

ส่องเทรนด์การค้า-เศรษฐกิจปี2026 AI สำคัญ-รักษ์โลกต้องมา

ด้านเศรษฐกิจและการค้า

รับมือสงครามราคามังกรและเศรษฐกิจสีเขียว ตัวแทนจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ระบุว่า ธุรกิจไทยในปีนี้ต้องเผชิญกับ ‘สงครามราคา’ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะการขยายตัวของกลุ่มธุรกิจจากประเทศจีนที่เข้ามามีบทบาทในไทยมากขึ้น ทั้งในเชิงการร่วมทุนและกฎหมายการค้า นอกจากนี้ยังต้องจับตาเรื่อง Green Economy ที่อาจเผชิญความผันผวนจากนโยบายระดับโลก เช่น นโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่ปรับตัวไปสู่ความยั่งยืนแล้ว พร้อมเน้นย้ำเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชันเพื่อลดต้นทุนแฝงของประเทศ

ด้านตัวแทนจากสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า AI คือ ‘The Great Disruptor’ ทางการเมืองในมิติด้านการเมือง มองว่าการเมืองโลกเป็นตัวกรองสำคัญในการวิเคราะห์สถานการณ์ โดยเฉพาะการจับตานโยบายต่างประเทศของไทยที่เป็นประตูสู่ความเข้าใจโลกที่เปลี่ยนไป สำหรับการเมืองไทยนั้นความเชื่อมโยงระหว่างเครือข่ายพรรคการเมืองกับกลุ่มอุตสาหกรรมจะเป็นตัวบ่งชี้ทิศทางการสนับสนุนของรัฐบาล ที่สำคัญคือการมองว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงผู้เปลี่ยนเกม แต่เป็น ‘The Great Disruptor’ ที่จะเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างการทำความเข้าใจการเมืองและประชาธิปไตยจากฐานราก

นอกจากนี้ยังมีผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยี กล่าวในงานนี้ว่า ก้าวข้ามการใช้ AI เพียง 10% สู่การเป็น ‘สมอง’องค์กร เพราะAI กำลังกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ทำหน้าที่เสมือน ‘สมอง’ มากกว่าแค่แอปพลิเคชันทั่วไป องค์กรควรเลิกใช้ AI เพียงแค่ 10-20% เพื่อทำงานเล็กน้อย แต่ต้องใช้เป็นหัวใจหลักในการทำ Organization Transformation เป้าหมายสำคัญคือการมีบัญชีดิจิทัล (Digital Assistant) ที่ช่วยคิดและทำงานแทนมนุษย์ในระดับกระบวนการเพื่อสร้างมูลค่าที่แท้จริง

ส่วนตัวแทนจากสภาอุตสาหกรรมฯ กล่าวว่า อุตสาหกรรมสมัยใหม่ยุค Aging Society และ Net Zero ทิศทางอุตสาหกรรมไทยจะเติบโตตามเทรนด์ Aging Society (เครื่องมือแพทย์) และพฤติกรรมครอบครัวยุคใหม่ที่นิยมเลี้ยงสัตว์แทนลูก (อาหารสัตว์เลี้ยง), กลยุทธ์ความอยู่รอดคือการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและการควบรวมกิจการเพื่อสู้กับทุนข้ามชาติ นอกจากนี้ยังมีการนำ Physical AI มาใช้จริงในระบบขนส่งและรถยนต์ไร้คนขับ โดยมีเป้าหมายใหญ่คือการมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050 เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก,

อย่างไรก็ตามเชื่อว่ากฎเดิมใช้ไม่ได้ผล เทรนด์ผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนจากยุคที่คาดเดาไม่ได้ ไปสู่ยุคแห่ง ‘ความบ้าบอ’ (Erraticism/Madness) ที่ทุกอย่างแหกกฎเกณฑ์ โดยเฉพาะความฉลาดของ AI ที่อาจก้าวข้ามการควบคุมของมนุษย์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้การสร้างคอนเทนต์ในอนาคตต้องมีความบ้าบิ่นและแตกต่างอย่างมากเพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคที่ถูกกระหน่ำด้วยข้อมูลมหาศาล

ในส่วนของพฤติกรรมผู้บริโภค มองว่าว่าผู้บริโภคยุค Polycrisis ที่มองโลกตามความจริง ในด้านการตลาด โลกกำลังอยู่ในภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต(Polycrisis) ทำให้ผู้บริโภคมีทัศนคติที่มองโลกตามความเป็นจริง (Realistic) มากขึ้น ส่งผลให้เกิดความคาดหวังและกดดันให้แบรนด์ต่างๆ ต้องแสดงความรับผิดชอบ ช่วยแบ่งเบาภาระ และสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

ดังนั้น Future Skill  5 ทักษะทองคำเพื่อความอยู่รอดในตลาดแรงงาน ทักษะที่จำเป็นในอนาคตประกอบด้วย 1. Analytical Ability (เปลี่ยนข้อมูลเป็นอินไซต์) 2. AI Productivity (ใช้ AI เพิ่มผลผลิตไม่ใช่แค่ความบันเทิง) 3. Business Language (ภาษาอังกฤษเพื่อการเจรจา) 4. Learning Agility (ความรวดเร็วในการเรียนรู้) และ 5. Innovation (การสร้างนวัตกรรม) เนื่องจากปัจจุบันทักษะมีอายุสั้นลง การเรียนรู้และปรับตัวอย่างรวดเร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

อย่างไรก็ตามต้องจับตาสัญญาณอันตรายใน 3-5 ปี หากไม่ปรับทักษะตลาดแรงงานกำลังเกิดช่องว่างขนาดใหญ่ (Skill Gap) โดยเฉพาะในเด็กจบใหม่ที่ทักษะไม่ตรงกับความต้องการขององค์กรที่เปลี่ยนแปลงเร็วคาดการณ์ว่าในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ผู้ที่ไม่สามารถปรับตัวตามเทรนด์อาชีพที่เปลี่ยนไปได้จะมีความเสี่ยงสูงในการ ‘ตกงาน’ เนื่องจากโครงสร้างการจ้างงานจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

สำหรับเรื่องผู้นำ ในปี2026 ผู้นำต้องปรับ Flow งาน รองรับความต้องการพนักงาน ผลวิจัยพบว่าพนักงานไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะเป็นอันดับต้นๆ แต่มีเพียง 28% ที่รู้สึกว่าองค์กรมีแผนการรับมือที่ชัดเจน ผู้นำองค์กรจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน (Process) เดิมๆ และนำ AI เข้ามาช่วยออกแบบกระบวนการใหม่ให้สอดคล้องกับความรู้ระดับสากล เพื่อป้องกันไม่ให้คนในองค์กรล้าหลัง

ด้านการแพทย์จะมีข่าวดีทางการแพทย์มะเร็งจะกลายเป็นโรคเรื้อรังที่คุมได้ในมิติด้านสุขภาพ สังคมสูงวัยคือสัญลักษณ์ของความสำเร็จทางการแพทย์ เทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้โรคที่เคยน่ากลัวอย่าง มะเร็ง (เช่น มะเร็งปอด) สามารถรักษาได้ด้วยการกินยาและเปลี่ยนให้กลายเป็นโรคเรื้อรังที่ใช้ชีวิตอยู่กับมันได้ นอกจากนี้การใช้หุ่นยนต์ผ่าตัด (Robotic Surgery) ยังช่วยให้การผ่าตัดใหญ่ในอดีตกลายเป็นเรื่องง่ายที่คนไข้สามารถฟื้นตัวและกลับบ้านได้ภายในวันเดียว

ไม่เพียงเท่านี้ยังมีคำแนะนำว่าให้เลิกวิ่งไล่ตามเทรนด์ แต่ให้ใช้ Strategy Foresight องค์กรไม่ควรวิ่งไล่ตามเทรนด์รายปีจนต้องเปลี่ยนแผนบ่อยครั้ง แต่ควรใช้ Strategy Foresight หรือการมองอนาคตเพื่อเตรียมความพร้อมล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ปี โดยมองเทรนด์เป็นเพียงสัญญาณ (Signal) เพื่อวางแผนรับมือทั้งในกรณีที่เทรนด์นั้นเกิดขึ้นหรืออาจจะไม่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน

จากข้อมูลทั้งหมดทำให้เราได้รู้ว่าการเตรียมตัวสู่อนาคตเปรียบเสมือนการที่นักเดินเรือต้องมีทั้ง เรดาร์ที่แม่นยำ (Foresight) และ ทักษะการคุมใบเรือที่ดี (New Skills) แม้พายุความเปลี่ยนแปลงจะถาโถมเข้ามา แต่หากมีการเตรียมพร้อมที่เป็นระบบ เราจะไม่เพียงแค่รอดชีวิต แต่จะสามารถนำเรือลำนี้ไปสู่โอกาสใหม่ๆ ได้สำเร็จครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

related