svasdssvasds

ภาพลักษณ์คอร์รัปชันไทยแย่ลง คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก

ภาพลักษณ์คอร์รัปชันไทยแย่ลง คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก

ภาพลักษณ์คอร์รัปชันไทยแย่ลง CPI เหลือ 33 คะแนน นักลงทุนมองการแข่งขันถดถอย ฉุดอันดับโลก ภาคธุรกิจมองลบ ทำอันดับโลกทรุดลงอีก

SHORT CUT

  • ปี 2568 ไทยได้คะแนน CPI 33/100 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก (42) อันดับโลกตก 9 ขั้น สะท้อนว่าภาพลักษณ์การคอร์รัปชันของไทยเมื่อเทียบกับนานาชาติถดถอยลง
  • คะแนนที่ลดลงส่วนใหญ่มาจากมุมมองของนักลงทุนและเอกชน โดยเฉพาะด้านการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ขณะที่มิติการเมืองและกฎหมายมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอจะสร้างความเชื่อมั่น
  • คะแนนของไทยใกล้เคียงประเทศที่ไม่เป็นประชาธิปไตย สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้าง จำเป็นต้องเร่งสร้างความเป็นอิสระของกระบวนการยุติธรรม เพิ่มพื้นที่ภาคประชาชน และลดอิทธิพลนอกระบบการเมืองในการบริหารประเทศ

ภาพลักษณ์คอร์รัปชันไทยแย่ลง CPI เหลือ 33 คะแนน นักลงทุนมองการแข่งขันถดถอย ฉุดอันดับโลก ภาคธุรกิจมองลบ ทำอันดับโลกทรุดลงอีก

มื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เพจ KRAC Corruption ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยแพร่รายงานผลคะแนน ดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index: CPI) ประจำปี 2568 ซึ่งจัดทำโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) พบว่า ประเทศไทยได้คะแนน 33 จาก 100 คะแนน อยู่ในอันดับที่ 116 ของโลก ขณะที่คะแนนเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 42 คะแนน สะท้อนว่าไทยยังคงมีภาพลักษณ์ด้านการคอร์รัปชันต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2567 คะแนน CPI ของไทย ลดลง 1 คะแนน และอันดับโลก ตกลงถึง 9 อันดับ สะท้อนว่าสถานการณ์คอร์รัปชันของไทยเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกมีแนวโน้มแย่ลง

การวิเคราะห์เชิงลึกของดัชนีองค์ประกอบที่ใช้คำนวณ CPI พบว่า คะแนนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญส่วนใหญ่มาจากดัชนีที่สะท้อน มุมมองของนักลงทุนและภาคธุรกิจเอกชน โดยเฉพาะในมิติด้าน การแข่งขันทางเศรษฐกิจ จากการประเมินของ IMD World Competitiveness Yearbook ซึ่งคะแนนลดลงถึง 10 คะแนนจากปีก่อน

ขณะเดียวกัน ดัชนีที่เกี่ยวข้องกับ มิติการเมืองและโครงสร้างทางกฎหมาย ของประเทศไทยกลับมีแนวโน้ม ดีขึ้นในเกือบทุกด้าน สะท้อนความพยายามด้านโครงสร้างเชิงสถาบัน แม้จะยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นในสายตาภาคเอกชนได้มากนัก

ในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทย หล่นมาอยู่อันดับ 7 ของอาเซียน จากเดิมอันดับ 5 โดยตามหลัง สิงคโปร์ (84 คะแนน), บรูไน (63), มาเลเซีย (52), เวียดนาม (41), อินโดนีเซีย (34) และลาว (34) ตามลำดับ

สำหรับทิศทางการทำงานด้านการต่อต้านคอร์รัปชันในปี 2569 องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติได้เน้นย้ำ 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

  1. การสร้างหลักประกันให้สถาบันยุติธรรมมีความเป็นอิสระ โปร่งใส และประชาชนเข้าถึงได้
  2. การจัดการอิทธิพลที่ไม่เหมาะสมต่อกระบวนการตัดสินใจทางการเมือง
  3. การเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับความเสียหายจากการทุจริตสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม
  4. การส่งเสริมพื้นที่ภาคพลเมือง การรายงานการทุจริต และการคุ้มครองเสรีภาพของภาคประชาสังคมและผู้แจ้งเบาะแส

ข้อเสนอแนะเหล่านี้สะท้อนแนวคิดการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันที่ให้ความสำคัญกับ การมีส่วนร่วมของประชาชน และ ความโปร่งใสทางการเมือง เพื่อลดอิทธิพลของกลุ่มบุคคลนอกระบบการเมืองในการกำหนดทิศทางการบริหารประเทศ

ทั้งนี้ แม้คะแนน CPI จะไม่สามารถสะท้อนสถานการณ์คอร์รัปชันที่เกิดขึ้นจริงได้ทั้งหมด แต่ยังถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยชี้ให้เห็นว่า การทำงานด้านการต่อต้านคอร์รัปชันของไทยยังคงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในประเด็น การตรวจสอบโดยประชาชน และ การยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งประเทศไทยยังมีงานวิจัยและองค์ความรู้ในด้านนี้ค่อนข้างจำกัด 

ด้าน นายกิตติเดช ฉันทังกูล ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ให้ความเห็นว่า แม้คะแนนเฉลี่ย CPI ของโลกอยู่ที่ 42 คะแนน แต่ประเทศไทยได้เพียง 33 คะแนน และเมื่อพิจารณาตามประเภทระบอบการปกครอง พบว่า ประเทศที่จัดอยู่ในกลุ่ม ประชาธิปไตยที่มีข้อบกพร่อง (Flawed Democracy) มีคะแนนเฉลี่ยสูงถึง 47 คะแนน ขณะที่ประเทศไทยซึ่งถูกมองว่าเป็น “ประชาธิปไตยครึ่งใบ” กลับมีคะแนนใกล้เคียงกับกลุ่มประเทศที่ไม่ได้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเพียง 32 คะแนน สะท้อนระดับคุณภาพประชาธิปไตยของไทยผ่านมุมมอง CPI ได้อย่างชัดเจน 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

 

related