มาสาย 10 นาที ไม่ถือว่าสาย มุมมองจากพนักงานออฟิศรุ่นใหม่

มาสาย 10 นาที ไม่ถือว่าสาย มุมมองจากพนักงานออฟิศรุ่นใหม่

มาสาย 10 นาที ยังถือว่าตรงเวลา? งานวิจัยชี้ Gen Z มองเวลาทำงานต่างจากคนรุ่นก่อน ไม่เหมือนเจ้านาย เพราะพวกเขาโตมากับประชุมออนไลน์และชีวิตหลังโควิด

งานวิจัยปี 2024 ของบริษัทประชุมออนไลน์ Meeting Canary สำรวจความคิดเห็นผู้ใหญ่ชาวอังกฤษกว่า 1,000 คนเกี่ยวกับเรื่อง “การตรงต่อเวลา” และพบช่องว่างที่น่าสนใจระหว่างวัย โดยเฉพาะในหมู่คนทำงานรุ่นใหม่ 

ผลสำรวจระบุว่า เกือบครึ่งหนึ่งของคนอายุ 16-26 ปี มองว่า การมาสายประมาณ 5-10 นาที ยังถือว่า “พอ ๆ กับการมาตรงเวลา” หรืออย่างน้อยก็ไม่ได้เป็นเรื่องร้ายแรงนัก

แต่เมื่ออายุมากขึ้น ความอดทนต่อการมาสายกลับลดลงอย่างชัดเจน ในกลุ่มมิลเลนเนียล ราว 40% ยังพอให้อภัยเพื่อนร่วมงานที่มาช้ากว่าเวลานัด 10 นาทีได้ แต่ตัวเลขนี้ลดลงเหลือ 26% ในกลุ่มเจนเอ็กซ์ และเหลือเพียง 20% ในกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ 

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ คนที่มีหัวหน้าเป็นเบบี้บูมเมอร์อาจต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะสำหรับคนกลุ่มนี้ การมาถึงหลังเวลานัด แม้เพียง 1 นาที ก็ถือว่า “สาย” แล้ว โดยผลสำรวจพบว่า 70% ของเบบี้บูมเมอร์ไม่มีความอดทนต่อการมาสายเลย

ทำไม GEN Z ไม่ซีเรียสเรื่องมาสาย 

ส่วนหนึ่งอาจมาจากประสบการณ์การทำงานที่ต่างกัน โดยเฉพาะคนเจนซีจำนวนมากเริ่มเข้าสู่โลกการทำงานในช่วงโควิด-19 ซึ่งเป็นยุคที่การประชุมออนไลน์จากบ้านกลายเป็นเรื่องปกติ การรอใครสักคนเข้าประชุมช้าเพราะปัญหาอินเทอร์เน็ต กล้อง ไมค์ หรือระบบออนไลน์ จึงกลายเป็นมารยาทแบบใหม่ที่คนรุ่นนี้คุ้นเคย

เจนซีมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับสมดุลชีวิตและการทำงาน รวมถึงสุขภาพจิต มากกว่าการยอมเร่งรีบเพื่อให้ทันประชุมทุกครั้ง การทำงานจากบ้านทำให้เส้นแบ่งของ “มารยาทการประชุมที่ดี” เปลี่ยนไปในสายตาคนรุ่นใหม่ ขณะที่คนทำงานรุ่นเก่ายังยึดมุมมองแบบดั้งเดิมมากกว่า คือเวลานัดคือเวลานัด และการมาช้าก็คือการมาสาย

พูดอีกอย่างคือ คนรุ่นใหม่จำนวนมากอาจไม่เคยผ่านประสบการณ์แบบออฟฟิศดั้งเดิม ที่ต้องเดินเข้าห้องประชุมสาย ท่ามกลางสายตาของทั้งทีมที่นั่งรออยู่แล้ว ความรู้สึกกดดันแบบนั้นจึงอาจไม่ได้ฝังอยู่ในวัฒนธรรมการทำงานของพวกเขาเท่าคนรุ่นก่อน

อย่างไรก็ตาม การมาสายก็อาจกลายเป็นภาพลักษณ์ลบของเจนซีในที่ทำงานได้ แม้เหตุผลเบื้องหลังอาจไม่ได้มาจากการไม่เคารพเวลาคนอื่นเสมอไป

related