ส่องโอกาส! หมากเกมใหม่รัฐ! ท่าเรือระนอง-รถไฟ Missing Link หลังรัฐเท ‘แลนด์บริดจ์

ส่องโอกาส! หมากเกมใหม่รัฐ! ท่าเรือระนอง-รถไฟ Missing Link หลังรัฐเท ‘แลนด์บริดจ์

เปิดหมากเกมใหม่รัฐ! กระตุ้นเศรษฐกิจ ท่าเรือระนอง-รถไฟ Missing Link หลังรัฐเท ‘แลนด์บริดจ์’ แต่..ทำไมถึงเลือกเป็น2สิ่งนี้ พาส่องโอกาส และศักยภาพ

SHORT CUT

  • รัฐเปลี่ยนเกมหลังพับ ‘แลนด์บริดจ์’เดินหน้า ‘ท่าเรือระนอง-รถไฟ Missing Link’ แทนโครงการใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูง
  • ท่าเรือระนอง เปิดประตูการค้าใหม่เชื่อมอันดามัน เมียนมา อินเดีย และ BIMSTEC เพิ่มโอกาสส่งออกไทย
  • Missing Link ลดต้นทุนขนส่งเชื่อมระบบราง-เรือ เพิ่มศักยภาพไทยสู่ฮับโลจิสติกส์ภูมิภาค

เปิดหมากเกมใหม่รัฐ! กระตุ้นเศรษฐกิจ ท่าเรือระนอง-รถไฟ Missing Link หลังรัฐเท ‘แลนด์บริดจ์’ แต่..ทำไมถึงเลือกเป็น2สิ่งนี้ พาส่องโอกาส และศักยภาพ

รัฐบาลพยายามออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งระยะสั้นผ่านมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย และระยะยาวผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หนึ่งในโครงการที่ถูกพูดถึงมากที่สุด คือ ‘แลนด์บริดจ์’ โครงการเชื่อมอ่าวไทย-อันดามัน ที่เคยถูกวางให้เป็นเมกะโปรเจกต์พลิกโฉมโลจิสติกส์ไทย

 

แต่ล่าสุด รัฐบาลตัดสินใจ ‘พับแผนแลนด์บริดจ์’ หลังผลศึกษาชี้ว่าไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ มีความเสี่ยงด้านงบประมาณและสิ่งแวดล้อม ก่อนปรับยุทธศาสตร์ใหม่ หันมาเร่งลงทุนในโครงการที่ทำได้จริงและเห็นผลเร็วกว่า ด้วยการพัฒนา ‘ท่าเรือระนอง’ ควบคู่กับการสร้างรถไฟสายชุมพร-ระนอง หรือ ‘Missing Link’ เพื่อเชื่อมระบบขนส่งของประเทศให้สมบูรณ์

เหตุผลที่รัฐบาลเลือกเดินเกมนี้ เพราะ ‘ท่าเรือระนอง’ ถือเป็นประตูการค้าฝั่งอันดามันที่สามารถเชื่อมการค้ากับเมียนมา อินเดีย และกลุ่มประเทศ BIMSTEC ได้ ขณะที่รถไฟชุมพร-ระนองจะทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมสำคัญ ขนส่งสินค้าจากฝั่งอันดามันเข้าสู่โครงข่ายรถไฟของไทย ก่อนส่งต่อไปยังท่าเรือแหลมฉบัง ภาคตะวันออก รวมถึงเชื่อมต่อไปยัง สปป.ลาว จีน มาเลเซีย และสิงคโปร์

หากโครงการนี้เกิดขึ้น จะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ เพิ่มทางเลือกในการขนส่งสินค้า กระจายความเสี่ยงจากเส้นทางเดินเรือโลก และยกระดับไทยให้เป็นศูนย์กลางการค้าและการขนส่งของภูมิภาค โดยรัฐบาลมองว่า การเติมเต็ม ‘Missing Link’ ของระบบรางและท่าเรือ เป็นการลงทุนที่ใช้ประโยชน์ได้จริง สร้างผลตอบแทนได้เร็ว และมีความคุ้มค่ามากกว่าการเดินหน้าเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ในรูปแบบเดิม

สำหรับการพัฒนา ‘ท่าเรือระนอง’ และโครงการรถไฟสาย ‘ชุมพร–ระนอง (Missing Link)’ หลายฝ่ายมองว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่า ใช้งบประมาณน้อยกว่า และต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานเดิมได้ทันที พร้อมยกระดับไทยสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค ตามนโยบายของรัฐบาลและการศึกษาของ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม

จุดเด่นของท่าเรือระนองคือการเป็น ‘ประตูการค้าฝั่งอันดามัน’ เชื่อมการค้ากับอินเดีย กลุ่มประเทศ BIMSTEC ตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรป ช่วยกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาท่าเรือฝั่งอ่าวไทยเพียงแห่งเดียว และเปิดโอกาสใหม่ให้การส่งออกของไทย ซึ่งสอดคล้องกับการวิเคราะห์ของ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์

ขณะที่รถไฟ ‘Missing Link’ ช่วงชุมพร–ระนอง ถือเป็นจิ๊กซอว์สำคัญของระบบรางไทย เพราะจะเชื่อมเครือข่ายรถไฟเข้าถึงท่าเรือระนองโดยตรง ลดการเปลี่ยนถ่ายสินค้าจากรถไฟสู่รถบรรทุก ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ ระยะเวลาขนส่ง และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่รัฐบาลและ สนข. ผลักดันเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งทางถนน ทางราง และทางน้ำให้เป็นระบบเดียวกัน

นอกจากนี้ การพัฒนาทั้งสองโครงการยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้ ดึงดูดการลงทุนด้านคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และธุรกิจโลจิสติกส์ รวมถึงรองรับการเติบโตของตลาดอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจที่ขยายตัวเร็วที่สุดของโลก จึงถูกมองว่าเป็นการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจได้อย่างคุ้มค่าในระยะยาว

related