
SHORT CUT
อดีต สส. เพื่อไทย วางสนุ๊ก!? ล้มไพรมารีโหวต ตัดโอกาสพรรคเพื่อไทยส่งตัวแทนลงสมัครนครนายก เปิดฉากศึกบ้านใหญ่ 'กิตติธเนศวร' เขต 1-2
ศึกเลือกตั้งสนามนครนายก เขต 1 และเขต 2 เริ่มดุเดือด เมื่อผู้สมัครที่น่าจับตามองในขณะนี้เหลือเพียงแค่ตัวแทนจาก 2 พรรคการเมืองได้แก่ เขต 1 พล.ต.ต.สุรพล บุญมา เบอร์ 1 จากพรรคภูมิใจไทย และปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร เบอร์ 2 จากพรรคกล้าธรรม กับเขต 2 วุฒิชัย กิตติธเนศวร เบอร์ 4 จากพรรคกล้าธรรม และเกรียงไกร กิตติธเนศวร เบอร์ 6 จากพรรคภูมิใจไทย ที่ต่างเป็นคู่แข่งเก่ากันในสนามเลือกตั้งเมื่อปี 2566
หลัง แพทองธาร ชินวัตร พ้นสภาพนายกรัฐมนตรีจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีคลิปเสียงกับสมเด็จฮุนเซน และสภาผู้แทนราษฎรโหวต อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี พล.ต.ต.สุรพล และเกรียงไกร ก็ย้ายค่ายจากสังกัดพรรคเพื่อไทย มาสวมเสื้อสีน้ำเงิน ลงเลือกตั้งภายใต้สังกัดพรรคภูมิใจไทย เบียดเจ้าของพื้นที่เดิม คือ 2 พ่อ-ลูกกิตติธเนศวร วุฒิชัย-ปิยวัฒน์ ต้องย้ายไปซบพรรคกล้าธรรมแทน
ก่อนหน้านี้ ศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ออกมาเปิดเผยว่าพบกระบวนการในการส่งผู้สมัคร สส.ของพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง จัดทำไพรมารีโหวตไม่ถูกต้องในพื้นที่ภาคกลาง โดยไม่มีตัวแทนพรรคการเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมายในจังหวัดนั้น แต่พรรคการเมืองดังกล่าวได้ออกหนังสือรับรองผู้สมัครในหลายเขตเลือกตั้งของจังหวัดนั้น ซึ่งหากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดจริงตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มีบทลงโทษร้ายแรง อาจนำไปสู่การยุบพรรคได้
จากนั้น ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย ชี้แจงเรื่องนี้ว่า ในพื้นที่ จ.นครนายก ได้เกิดขบวนการขัดขวางไม่ให้พรรคเพื่อไทยส่งผู้สมัคร หลังจากที่พรรคได้ส่งรายชื่อผู้สมัครไปที่ตัวแทนพรรคประจำจังหวัดเพื่อเข้ากระบวนการเลือกตั้งขั้นต้น แต่ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด ที่คาดว่าย้ายพรรคไปตาม อดีต สส. แต่ยังไม่ยอมถอนชื่อออกจากการเป็นตัวแทนพรรคประจำจังหวัด ได้ส่งรายชื่อบุคคลอื่นที่ไม่ได้มาจากการรับสมัครที่คณะกรรมการสรรหาของพรรคส่งชื่อไปให้และไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค กลับมาที่พรรค ถือว่าผิดขั้นตอนตามกฏหมาย พรรคจึงได้ทำหนังสือยืนยันรายชื่อเดิมกลับไปให้ตัวแทนดำเนินการเลือกตั้งขั้นต้นใหม่แต่ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด อ้างว่านัดประชุมใหม่แล้วแต่ไม่มีสมาชิกเข้าประชุม ไม่ตอบสนองต่อแนวทางของกรรมการสรรหาผู้สมัครและคณะกรรมการบริหารพรรค ทำให้พรรคไม่สามารถส่งผู้สมัคร สส.นครนายก ทั้งจังหวัดได้ทันเวลา
ต่อมา เพจโจฮ์ คอนสแตนติน และเพจที่นี่ "นครนายก" ออกมาเปิดเผยว่า เกรียงไกร อดีต สส. เพื่อไทย แม้จะลาออกจากพรรคไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยแล้ว เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 (เพียง 3 วันหลังยุบสภา) แต่ยังมีพรรคพวกที่เป็นตัวแทนพรรคประจำจังหวัดอยู่จำนวนมาก และส่งนอมินีของตัวเองและ พล.ต.ต.สุรพล เป็นผู้สมัคร สส. ของพรรคเพื่อไทยแทน พรรคปฏิเสธและให้ทำไพรมารีโหวตใหม่ แต่การทำไพรมารีโหวตใหม่กลับมีสมาชิกพรรคมาร่วมไม่ครบองค์ประชุมและทำให้ไม่สามารถส่งผู้สมัครได้ทัน
ทำให้ ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.นครนายก ออกมาเรียกร้องพรรคเพื่อไทยกรณีที่ไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง สส. นครนายก ให้ชี้แจงให้ชัดเจนว่าเบื้องหน้าเบื้องหลังคืออะไรกันแน่ ทำไมพรรคเพื่อไทยไม่เปลี่ยนตัวผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งคนใหม่ พร้อมแต่งตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัดชุดใหม่ให้แล้วเสร็จ? หรือมีบ้านใหญ่ที่มีอำนาจเหนือพรรคเพื่อไทย? ถือเป็นการดูถูกหรือริดรอนสิทธิของประชาชนหรือไม่?
ผู้สมัครในเขตเลือกตั้งที่ 1 มีทั้งหมด 5 คน ได้แก่ พล.ต.ต.สุรพล บุญมา พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 1 ปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร พรรคกล้าธรรม เบอร์ 2 ปริญ โอวาทกานนท์ พรรคประชาชน เบอร์ 3 สำเร็จ ศรีจันทร์ พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 4 พล.ท.วีรากร ประกอบ พรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 5
ผู้สมัครในเขตเลือกตั้งที่ 2 มีทั้งหมด 6 คน ได้แก่ ร.ต.อ.ธวัชชัย ถนนทอง พรรคแรงงานสร้างชาติ เบอร์ 1 สำราญ ตลับเพ็ชร์ พรรคประชาชน เบอร์ 2 ธนานุพงษ์ มีมา พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 3 วุฒิชัย กิตติธเนศวร พรรคกล้าธรรม เบอร์ 4 สมชาย หวังสวัสดิ์ พรรคพลังประชารัฐ เบอร์ 5 เกรียงไกร กิตติธเนศวร พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 6
การเลือกตั้งปี 2566 เขตเลือกตั้งที่ 1 เมืองนครนายก–ปากพลี พล.ต.ต.สุรพล ในขณะนั้นสังกัดพรรคเพื่อไทย ชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนน 35,030 เอาชนะลำดับสอง ปิยวัฒน์ ในขณะนั้นสังกัดพรรคภูมิใจไทย ที่ได้คะแนน 25,191 ก่อนที่ พล.ต.ต.สุรพล จะกลายมาเป็นงูเห่าโหวตสวนมติพรรคเลือกอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี และย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทยในเวลาต่อมา ทำให้ ปิยวัฒน์ ต้องย้ายมาสังกัดพรรคกล้าธรรมแทน
ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 2 บ้านนา–องครักษ์ เกรียงไกร ในขณะนั้นสังกัดพรรคเพื่อไทย เอาชนะ วุฒิชัย ในขณะนั้นสังกัดพรรคภูมิใจไทย ด้วยคะแนน 39.496 ต่อ 24,479 ซึ่ง วุฒิชัย เจ้าของพื้นที่ 5 สมัย มีศักดิ์เป็นอาของเกรียงไกร ลูกชายของ สิทธิชัย กิตติธเนศวร เจ้าของพื้นที่นครนายก 3 สมัย ที่กลายมาเป็นคู่แข่งกันในสนามเลือกตั้งปี 2566 เป็นต้นมา