svasdssvasds

Gen Z ไม่เลือกสักพรรค รักอิสระ เมื่อคนรุ่นใหม่ ไม่สนการเลือกตั้ง

Gen Z ไม่เลือกสักพรรค รักอิสระ เมื่อคนรุ่นใหม่ ไม่สนการเลือกตั้ง

เทรนด์การเมืองสหรัฐฯ 2026 เปลี่ยนทิศ เมื่อ Gen Z ปฏิเสธการเลือกพรรคการเมืองแบบเดิม กลุ่ม 'อิสระ' ทุบสถิติใหม่ 45% สะท้อนความไม่เชื่อมั่นในระบบสองขั้วอำนาจ

SHORT CUT

  • Gen Z กว่า 56% ปฏิเสธการตีตราตัวเองภายใต้พรรคใดพรรคหนึ่ง เพราะรักความอิสระทางความคิด และต้องการมองโลกแบบไม่มีฟิลเตอร์ของพรรคการเมือง
  • เมื่อพรรคใหญ่ยิ่งสุดโต่ง คนรุ่นใหม่ยิ่งถอยห่าง กลุ่มอิสระจึงกลายเป็น 'Safe Zone' ของคนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม
  • การไม่สังกัดพรรคทำให้คนรุ่นใหม่กลายเป็นกลุ่ม Swing Vote ที่ทรงพลังที่สุด เพราะพรรคการเมืองต้องทำงานหนักกว่าเดิมหลายเท่าเพื่อ 'ซื้อใจ' พวกเขาให้ได้ในทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง

เทรนด์การเมืองสหรัฐฯ 2026 เปลี่ยนทิศ เมื่อ Gen Z ปฏิเสธการเลือกพรรคการเมืองแบบเดิม กลุ่ม 'อิสระ' ทุบสถิติใหม่ 45% สะท้อนความไม่เชื่อมั่นในระบบสองขั้วอำนาจ

รายงานล่าสุดจาก Gallup Poll 2025 เผยให้เห็นจุดเปลี่ยนสำคัญของหน้าประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ

เมื่อประชากรถึง 45% ระบุว่าตนเองเป็น 'กลุ่มอิสระ (Independent)' ไม่ฝักใฝ่พรรคเดโมแครตหรือรีพับลิกัน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่มีการเก็บสถิติมา และเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากเมื่อ 20 ปีก่อนที่มีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น

Gen Z ไม่เลือกสักพรรค รักอิสระ เมื่อคนรุ่นใหม่ ไม่สนการเลือกตั้ง

 

เมื่อ 'การไม่เลือกข้าง' คือจุดยืนของคนรุ่นใหม่

Gen Z และ Millennials คือหัวหอกหลักของเทรนด์นี้ ข้อมูลระบุว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของคนกลุ่ม Gen Z (56%) และ Millennials (54%) ปฏิเสธการเลือกพรรคการเมือง ซึ่งต่างจากคนรุ่น Baby Boomers หรือ Silent Generation ที่ส่วนใหญ่ยังคงยึดมั่นในฐานเสียงของพรรคใดพรรคหนึ่ง

Gen Z ไม่เลือกสักพรรค รักอิสระ เมื่อคนรุ่นใหม่ ไม่สนการเลือกตั้ง

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่า 'คนรุ่นใหม่ไม่ได้มองว่าพรรคการเมืองเดิมสามารถตอบโจทย์หรือเป็นตัวแทนทางความคิดของพวกเขาได้อีกต่อไป'

แม้ตัวเลขกลุ่มอิสระจะพุ่งสูงขึ้น แต่เมื่อต้อง 'เลือกข้าง' ในทางปฏิบัติ พบว่ากลุ่มอิสระเริ่มเอนเอียงไปทางฝั่ง 'เดโมแครต' มากขึ้น (47% เทียบกับรีพับลิกัน 42%) 

ในขณะที่พรรคการเมืองใหญ่ทั้งสองพรรคเริ่มมีความเป็น 'สุดโต่ง' มากขึ้น (รีพับลิกันเน้นอนุรักษนิยมจัด 77% และเดโมแครตเน้นเสรีนิยม 60%) แต่กลุ่มอิสระกลับมีแนวคิดแบบ 'สายกลาง' ถึง 47%

สิ่งนี้กลายเป็นโจทย์หินของทั้งสองพรรค หากต้องการชนะใจคนรุ่นใหม่และกลุ่มอิสระ พวกเขาอาจต้องยอมลดความเข้มข้นของอุดมการณ์พรรคเพื่อดึงดูดคนกลุ่มใหญ่ที่สุดในประเทศนี้

Gen Z ไม่เลือกสักพรรค รักอิสระ เมื่อคนรุ่นใหม่ ไม่สนการเลือกตั้ง

แม้จะเป็นข้อมูลจากสหรัฐฯ แต่แรงสั่นสะเทือนนี้สะท้อนมาถึงทั่วโลก เพราะการที่คนรุ่นใหม่ไม่เลือกสังกัดพรรค ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่สนใจสังคม แต่หมายความว่า 'พรรคการเมืองที่มีอยู่... อาจยังดีไม่พอ' ที่จะชนะใจพวกเขาได้ สะท้อนให้เห็นว่า Brand Loyalty ในโลกการเมืองกำลังตายลง และถูกแทนที่ด้วยการประเมินผลงานแบบ Case by Case

ที่มา : NBC

related