svasdssvasds

กกต.ชงศาลฎีกาถอนชื่อผู้สมัคร สส. 28 ราย เหตุไม่ไปเลือกตั้ง-เอาผิดอาญา

กกต.ชงศาลฎีกาถอนชื่อผู้สมัคร สส. 28 ราย เหตุไม่ไปเลือกตั้ง-เอาผิดอาญา

กกต.มีมติส่งศาลฎีกา สั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส.อีก 28 ราย เหตุถูกจำกัดสิทธิ เพราะไม่ไปเลือกตั้ง เล็งเอาผิดอาญาทั้งผู้สมัคร-หัวหน้าพรรค เหตุรู้ไม่มีสิทธิสมัครแต่แรก

SHORT CUT

  • กกต. มีมติยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อขอให้ถอนชื่อผู้สมัคร สส. 28 ราย เนื่องจากขาดคุณสมบัติจากการไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งก่อน
  • ผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติอาจถูกดำเนินคดีอาญาเพิ่มเติม โทษจำคุกสูงสุด 10 ปี และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี
  • หัวหน้าพรรคการเมืองที่ลงนามรับรองผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติ อาจต้องรับผิดทางอาญาและถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี
  • หากศาลสั่งถอนชื่อไม่ทันวันเลือกตั้ง และผู้สมัครรายดังกล่าวชนะการเลือกตั้ง กกต. จะไม่รับรองผลและต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่

กกต.มีมติส่งศาลฎีกา สั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส.อีก 28 ราย เหตุถูกจำกัดสิทธิ เพราะไม่ไปเลือกตั้ง เล็งเอาผิดอาญาทั้งผู้สมัคร-หัวหน้าพรรค เหตุรู้ไม่มีสิทธิสมัครแต่แรก

แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า การประชุม กกต. ในสัปดาห์นี้ มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของสำนักงาน กกต. ให้ดำเนินการ ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อขอให้มีคำสั่งถอนชื่อผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จากพรรคการเมืองต่างๆ เพิ่มอีก 28 ราย หลังตรวจสอบพบว่า บุคคลดังกล่าวอยู่ในระหว่างถูกจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

สาเหตุสำคัญมาจาก ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งก่อน และไม่ได้แจ้งเหตุแห่งการไม่ไปใช้สิทธิ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 35 (2) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2561

ขณะนี้สำนักงาน กกต. อยู่ระหว่างเร่งจัดทำร่างคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ ก่อนมอบหมายให้ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขต ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาตามขั้นตอนกฎหมาย

หากศาลสั่งไม่ทันเลือกตั้งยังเป็นผู้สมัคร แต่ไม่รับรองผล

ตามบทบัญญัติกฎหมาย หากมีการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแล้ว แต่ศาลยังไม่มีคำสั่งถอนชื่อผู้สมัคร ไม่ทันก่อนวันเลือกตั้ง จะยังถือว่าบุคคลทั้ง 28 รายมีสถานะเป็นผู้สมัครโดยสมบูรณ์ สามารถลงแข่งขันได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม หากบุคคลใดได้รับเลือกตั้ง กกต.จะไม่ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง และจะต้องสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขตนั้นทันที สร้างแรงกระเพื่อมทั้งทางการเมืองและงบประมาณเลือกตั้ง

เล็งฟันอาญาหนัก ลามไปถึงหัวหน้าพรรค

กกต.เตรียมพิจารณาดำเนินคดีอาญาเพิ่มเติมกับผู้สมัครที่เข้าข่าย “รู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีสิทธิสมัคร แต่ยังลงสมัคร” ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 151 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มีโทษ

  • จำคุกตั้งแต่ 1–10 ปี
  • ปรับตั้งแต่ 20,000–200,000 บาท
  • ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนานถึง 20 ปี

หัวหน้าพรรคไม่รอด เซ็นรับรองก็โดน

ขณะเดียวกัน หัวหน้าพรรคการเมืองที่ลงนามรับรองการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง ก็อาจต้องรับผิดชอบตามมาตรา 56 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560

มีโทษตามมาตรา 120 คือ

  • จำคุกไม่เกิน 5 ปี
  • ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ศาลอาจสั่ง เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี

แหล่งข่าวใน กกต. ระบุว่า กรณีนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนพรรคการเมืองอย่างชัดเจน ว่าการคัดกรองผู้สมัครต้องรอบคอบมากขึ้น เพราะความผิดไม่ได้จบแค่ตัวผู้สมัคร แต่ ลากยาวถึงผู้บริหารพรรคโดยตรง

ที่มา : thansettakij 

related