svasdssvasds

"ชลบุรีโมเดล" เมื่อ 'บัตรเขย่ง-ไฟดับ-หีบลึกลับ' เขย่าศรัทธา กกต.

"ชลบุรีโมเดล" เมื่อ 'บัตรเขย่ง-ไฟดับ-หีบลึกลับ' เขย่าศรัทธา กกต.

จากธัญบุรีสู่ ‘ชลบุรีโมเดล’ เมื่อบัตรเขย่ง-ไฟดับ ทำพิษเลือกตั้ง 69 พลิกล็อกถล่มทลาย จนส้ม-แดงต้องจับมือทวงคืนความโปร่งใส

SHORT CUT

  • เกิดข้อกังขาเรื่องความโปร่งใสในการเลือกตั้งปี 2569 ที่เรียกว่า "ชลบุรีโมเดล" จากเหตุการณ์ผิดปกติหลายอย่าง เช่น บัตรเขย่ง ไฟดับ และการจัดการหีบบัตรที่น่าสงสัย ซึ่งกระทบต่อความน่าเชื่อถือของ กกต.
  • จุดเริ่มต้นมาจากเหตุการณ์ที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ก่อนจะลุกลามมาที่ จ.ชลบุรี ซึ่งประชาชนพบหีบบัตรเลือกตั้งถูกนำไปรวมไว้ที่สนามแบดมินตันในสภาพที่ปิดผนึกไม่ถูกต้อง
  • พรรคการเมืองอย่างน้อย 2 พรรค ได้แก่ พรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทย ได้เรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยพรรคประชาชนได้ยื่นขอนับคะแนนใหม่ใน 10 เขตเลือกตั้ง
  • กกต. ชี้แจงว่ากระบวนการรวมคะแนนเป็นไปตามระเบียบ และผลคะแนนถูกปิดประกาศหน้าหน่วยแล้วทำให้แก้ไขไม่ได้ แต่ได้ส่งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบที่ชลบุรีแล้ว
  • อำนาจในการสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่หรือจัดการเลือกตั้งใหม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ กกต. ชุดใหญ่เท่านั้น ซึ่งจะพิจารณาจากคำร้องคัดค้านหรือหลักฐานที่ปรากฏ

จากธัญบุรีสู่ ‘ชลบุรีโมเดล’ เมื่อบัตรเขย่ง-ไฟดับ ทำพิษเลือกตั้ง 69 พลิกล็อกถล่มทลาย จนส้ม-แดงต้องจับมือทวงคืนความโปร่งใส

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่ทำเอาแฮชแท็ก #กกตมีไว้ทำไม กลับมาติดเทรนด์อีกครั้ง หลังการเลือกตั้งปี 2569 ผ่านพ้นไป แต่สิ่งที่ตามมากลับไม่ใช่ความชัดเจน แต่เป็นข้อกังขาเรื่องความโปร่งใส โดยเฉพาะปรากฏการณ์ที่ถูกเรียกว่า “ชลบุรีโมเดล” ซึ่งกำลังลามไปหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

ชนวนเหตุประการสำคัญที่สำนักงาน กกต.กำลังโดนถล่มอยู่ในเวลานี้ เป็นเพราะผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ (นับแล้ว 95%) ที่ออกมา เกิดพลิกล็อกเหนือความคาดหมายหลายเขตเลือกตั้ง ส่งผลให้ “ค่ายน้ำเงิน” ผงาดแทบจะ “แลนด์สไลด์” กวาดไป 194 ที่นั่ง ส่วนแชมป์เก่าอย่าง “ก๊กส้ม” ได้ไปเพียง 116 ที่นั่ง ด้าน “ค่ายแดง”หนักสุด ได้ไปเพียง 76 ที่นั่งเท่านั้น ขณะที่พรรคกล้าธรรม ขึ้นมารั้งอันดับ 4 ได้ สส.ไปมากถึง 57 ที่นั่ง

จะเห็นได้ว่ามีหลายหน่วยเลือกตั้ง ตั้งแต่หลังปิดหีบนับคะแนนเลือกตั้งหลัง 17.00 น. วันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ลากยาวถึงกระบวนการรวมคะแนนรายเขต และขั้นตอนขนส่งหีบบัตร และอุปกรณ์เลือกตั้ง เกิดความไม่ชอบมาพากล ลากยาวตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ.จนถึงปัจจุบัน    

มีหลายหน่วยเลือกตั้งเกิด “ไฟดับ” แต่พัดลมในหน่วยกลับยังเปิดติดอยู่ หรือการเขียนผลการเลือกตั้งบนกระดาน สวนทางกับการขีดนับ รวมไปถึงคะแนนรวมของเขตเลือกตั้ง มากกว่าผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ภาษาการเมืองเรียกว่า “บัตรเขย่ง” เป็นต้น

"ชลบุรีโมเดล" เมื่อ 'บัตรเขย่ง-ไฟดับ-หีบลึกลับ' เขย่าศรัทธา กกต.

จุดเริ่มต้นจาก "ธัญบุรี" สู่ "ชลบุรีโมเดล"

สารตั้งต้นของปรากฎการณ์ดังกล่าว คือเหตุการณ์ที่หน่วยเลือกตั้งเขต 7 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี มีนักศึกษา มทร.ธัญบุรี บุกเข้าไปในหน่วยเลือกตั้ง เรียกร้องให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ เพราะพบเหตุการณ์ผิดปกติในการนับคะแนนเลือกตั้ง มีถุงดำมาคลุมกล้องวงจรปิด ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อผลคะแนนของผู้ชนะการเลือกตั้ง

ต่อมา กกต.ปทุมธานี รวมถึง กกต.ส่วนกลาง ชี้แจงกรณีนี้แล้วว่า เกิดการปล่อย “เฟกนิวส์” แต่ในข้อเท็จจริงการนับคะแนนใหม่ดังกล่าวไม่ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อการนับคะแนนใหม่ โดยผู้ชนะคือคนเดิม และมีการเปลี่ยนแปลงคะแนนเพียงเล็กน้อย 1-2 คะแนนเท่านั้น ไม่ส่งผลต่อการเปลี่ยนตัวผู้ชนะแต่อย่างใด

"ชลบุรีโมเดล" เมื่อ 'บัตรเขย่ง-ไฟดับ-หีบลึกลับ' เขย่าศรัทธา กกต.

ปรากฎการณ์ “ธัญบุรีโมเดล” กลายเป็นไฟลามทุ่ง จนกระทั่งช่วงเย็น 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ประชาชนจำนวนมากไปติดตามหีบบัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้งเขต 1 จ.ชลบุรี จนพบว่าถูกนำมารวมไว้ที่สนามแบดมินตัน เทศบาลเมืองชลบุรี โดยพบความผิดปกติว่า กองที่รวมบัตรหน่วยต่างๆ ปิดผนึกไม่ถูกต้องตามระเบียบ กกต. จนประชาชนเริ่มไลฟ์สด และกลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว

ต่อมาประชาชนจำนวนมากรุดมาที่เกิดเหตุ และเรียกร้องให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ทั้งคืน แม้ว่า กกต.จะส่งรองเลขาธิการ กกต. มาเจรจา แต่เหตุการณ์ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง จนทั้ง 2 ฝ่ายเผชิญหน้า และเฝ้าหีบบัตรเลือกตั้งกันทั้งคืน

ทั้งนี้มีพรรคการเมืองอย่างน้อย 2 พรรค ได้แก่ พรรคประชาชน (ปชน.) และพรรคเพื่อไทย แถลงเรียกร้องให้ กกต.ดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ผิดปกติในหลายเขตเลือกตั้งด้วย

ช่วงบ่ายวานนี้ (10 ก.พ.) ปชน.ส่งทีมเฉพาะกิจไปยื่นเรื่องถึง กกต.ขอนับคะแนนใหม่ใน 10 เขตเลือกตั้ง ในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น เขต 3 ลำปาง เขต 2 สุราษฎร์ธานี เขต 1 ชลบุรี เขต 1 นครราชสีมา เขต 13 ชัยนาท เขต 1 สมุทรปราการ เขต 6 ตาก เขต 1 สระบุรี เขต 1

"ชลบุรีโมเดล" เมื่อ 'บัตรเขย่ง-ไฟดับ-หีบลึกลับ' เขย่าศรัทธา กกต.

ด้านพรรคเพื่อไทย ได้แถลงเรียกร้องให้ กกต.เร่งสอบสวนหาข้อเท็จจริง กรณีข้อร้องเรียนกระบวนการจัดการเลือกตั้งส่อไม่โปร่งใส โดยพบข้อมูลหลายพื้นที่ถูกร้องเรียนเกี่ยวกับความสุจริต โปร่งใสในการนับคะแนน ปัจจุบันพรรคกำลังรวบรวมข้อเท็จจริง และตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดในทุกเขต ภายใต้หลักฐานและกรอบของกฎหมาย

ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต.ชี้แจงว่า ประชาชนอาจเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ กระบวนการ “ยุบหีบ” เพื่อรวมคะแนนเลือกตั้ง เป็นไปตามระเบียบของ กกต.ทุกประการ ส่วนคะแนนผลการเลือกตั้ง จะมีการติดประกาศไว้หน้าหน่วยเลือกตั้งนั้น ๆ ภาษาเลือกตั้งเรียกว่า ใบ สส.5/18 และ สส.5/18 มช.2 ซึ่งเปิดเผยต่อสาธารณชน ตรวจสอบได้

ทางฝั่งของ ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ยังยืนยันว่า การแก้ไขผลคะแนนเลือกตั้งเป็นไปไม่ได้ เพราะมีการติดใบ สส.5/18 และ สส.5/18 มช. ไว้หน้าหน่วยเลือกตั้งแล้ว ส่วนเรื่องความไม่ชอบมาพากลระหว่างขนย้ายหีบบัตร หรือการยุบหีบรวมบัตรนั้น เป็นเรื่องในระหว่างกระบวนการ

"ชลบุรีโมเดล" เมื่อ 'บัตรเขย่ง-ไฟดับ-หีบลึกลับ' เขย่าศรัทธา กกต.

เบื้องต้น กกต.ชุดใหญ่ มีมติส่งรองเลขาธิการ กกต.ด้านการสืบสวนสอบสวน พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ชลบุรีแล้ว นอกจากนี้ยังสั่งให้ ผอ.กกต.ประจำชลบุรี ส่งผลคะแนนภาพรวมทั้งจังหวัดเข้ามา เพื่อพิจารณา โดยทั้งหมดให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 2 วัน

ประเด็นขอให้มีการ “นับคะแนน” หรือให้มีการจัด “เลือกตั้งใหม่” นั้น รองเลขาธิการ กกต.รายนี้ ยืนยันว่า เป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต.ชุดใหญ่ เท่านั้น โดยจะต้องพิจารณาที่มาจาก 2 ส่วน คือ 1.มีผู้ร้องเรียนคัดค้าน โดยจะพิจารณาจากพยานหลักฐานของผู้ร้อง พร้อมกับใบบันทึกประจำหน่วยเลือกตั้ง ที่ดำเนินการโดยกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) 2.ปรากฎความต่อ กกต.หรือ กกต.ยกเรื่องขึ้นมาไต่สวนเอง ซึ่งทั้ง 2 ที่มานี้ จะต้องผ่านมติ กกต.ชุดใหญว่า จะสั่งการให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือนับคะแนนใหม่ หรือยกคำร้อง เป็นต้น

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ , Nation Photo

related