svasdssvasds

ผลสำรวจชี้คนไทยส่วนใหญ่ ไม่เชื่อมั่น กกต. จัดเลือกตั้งสุจริตโปร่งใส

ผลสำรวจชี้คนไทยส่วนใหญ่ ไม่เชื่อมั่น กกต. จัดเลือกตั้งสุจริตโปร่งใส

KPI Poll สถาบันพระปกเกล้า เปิดผลสำรวจคนไทย พบสัญญาณที่น่ากังวลต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการเลือกตั้ง โดยเฉพาะในประเด็นความสุจริตเที่ยงธรรม อยากให้ กกต. ปรับปรุงเรื่องคะแนนให้โปร่งใสมากที่สุด .

SHORT CUT

  • ผลสำรวจสถาบันพระปกเกล้าพบว่า ประชาชน 87.7% ไม่เชื่อมั่นว่า กกต. จะจัดการเลือกตั้งได้อย่างสุจริตเที่ยงธรรม
  • ประชาชนให้คะแนนการป้องกันและปราบปรามการทุจริต การให้ข้อมูล และการนับคะแนนที่โปร่งใสในระดับต่ำ แม้จะพอใจการเตรียมความพร้อมหน้าหน่วยเลือกตั้ง
  • สิ่งที่ประชาชนต้องการให้ กกต. ปรับปรุงเร่งด่วนที่สุด 3 อันดับแรก คือ การนับคะแนนที่โปร่งใส การบังคับใช้กฎหมาย และการสื่อสารข้อมูลก่อนการเลือกตั้ง

KPI Poll สถาบันพระปกเกล้า เปิดผลสำรวจคนไทย พบสัญญาณที่น่ากังวลต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการเลือกตั้ง โดยเฉพาะในประเด็นความสุจริตเที่ยงธรรม อยากให้ กกต. ปรับปรุงเรื่องคะแนนให้โปร่งใสมากที่สุด .

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันพระปกเกล้า (KPI Poll) เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง "เลือกตั้ง เช็คคะแนน กกต. ในสายตาประชาชน" ระหว่างวันที่ 13-16 ก.พ. 2569 จากกลุ่มตัวอย่าง 20,000 คนทั่วประเทศ พบสัญญาณที่น่ากังวลต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการเลือกตั้ง โดยเฉพาะในประเด็นความสุจริตเที่ยงธรรม

การเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนมองว่ามีความสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่

เสียงส่วนใหญ่ชัดเจนว่า “ไม่เชื่อมั่นต่อความสุจริตเที่ยงธรรม”

  • 87.7% รู้สึก “ไม่ค่อยสุจริตเที่ยงธรรม-ไม่สุจริตเที่ยงธรรมเลย” สูงสุด
  • มีเพียง 12.3% ที่รู้สึก “ค่อนข้างสุจริตเที่ยงธรรม-สุจริตเที่ยงธรรมมากที่สุด”

ช่องว่างความเชื่อมั่นที่กว้างมาก (กลุ่มเชิงลบมากกว่ากลุ่มเชิงบวกประมาณ 7 เท่า) สะท้อนวิกฤตความกังวลและความไว้วางใจต่อ “ความสุจริตเที่ยงธรรม” ของกระบวนการจัดเลือกตั้งครั้งนี้

หน้างาน “พอได้” แต่ โจทย์ความน่าเชื่อถือของระบบยังหนัก

  • เรื่องที่ผลประเมิน “ค่อนข้างดี” คือ ความพร้อมของสถานที่ อุปกรณ์ และป้ายต่างๆ (61.9%) สูงสุด รองลงมา คือ การอำนวยความสะดวกแก่คนมาใช้สิทธิ (59.9%) และ การปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบการเลือกตั้ง (56.4%)  
  • เรื่องที่ผลประเมิน “พอใช้-แย่” คือ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต (67.6%) สูงสุด รองลงมา คือ การให้ข้อมูลแก่ประชาชน (57.6%) การรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการที่ถูกต้องและรวดเร็ว (54.7%) การควบคุมการหาเสียง/พฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย (54.3%) และ การนับคะแนนที่โปร่งใสตรวจสอบได้ (50.6%)

ภาพรวมสะท้อนว่า งานเชิงปฏิบัติการหน้าหน่วยเลือกตั้งทำได้ค่อนข้างดี จึงเป็นจุดแข็งที่ควรรักษามาตรฐานให้สม่ำเสมอทุกพื้นที่ แต่ขณะเดียวกัน ปัญหาหลักอยู่ที่มิติความน่าเชื่อถือของระบบและการกำกับกติกา ประชาชนไม่ได้กังวลเรื่อง “จัดหน่วยเลือกตั้งได้ไหม” แต่กังวลว่า “ระบบยุติธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และบังคับใช้กฎหมายจริงหรือไม่”

การบ้านเร่งด่วน 3 เรื่อง: “นับคะแนนโปร่งใส–บังคับใช้กฎหมาย–สื่อสารก่อนเลือกตั้ง”

สิ่งที่ประชาชนอยากให้ กกต. ปรับปรุงเร่งด่วนที่สุด 3 อันดับแรก

  • การนับคะแนนที่โปร่งใส (23.6%) สูงสุด
  • การบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง (23.3%)
  • การสื่อสารประชาสัมพันธ์ข้อมูลก่อนเลือกตั้ง (20.5%)
  • การรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการที่ถูกต้องและรวดเร็ว (7.8%)
  • การอำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุและผู้พิการ (6.5%)
  • การจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า (4.6%)

สะท้อนว่า ประชาชนอยากเห็น กกต. เร่งแก้ “จุดตัดสินความไว้วางใจ” ของการเลือกตั้ง มากกว่าการแก้เรื่องหน้างานทั่วไป ต้องการหลักฐานและกระบวนการที่ตรวจสอบได้มากขึ้น เพื่อลดช่องว่างที่ทำให้เกิดความสงสัย ข่าวลือ หรือความไม่ไว้วางใจ

ผลสำรวจชี้คนไทยส่วนใหญ่ ไม่เชื่อมั่น กกต. จัดเลือกตั้งสุจริตโปร่งใส

มุมมอง “ความไม่สุจริตเที่ยงธรรม” ในการจัดเลือกตั้งตามภาค-ใต้และกทม. 

สัดส่วนประชาชนที่มองว่าการจัดเลือกตั้ง “ไม่ค่อยสุจริตเที่ยงธรรม-ไม่สุจริตเที่ยงธรรมเลย”

  • ภาคใต้สูงสุด (74.9%)
  • รองลงมา คือ กรุงเทพมหานคร (70.7%)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (65.3%)
  • ภาคเหนือ (59.4%)
  • ภาคตะวันออก (44.4%)
  • ภาคกลาง (21.5%) 

ความกังวลไม่เท่ากันตามพื้นที่ สะท้อนปัจจัยเชิงบริบท ได้แก่ ประสบการณ์ในพื้นที่ การรับรู้ข่าวสาร ความเชื่อมโยงทางการเมือง/กรณีร้องเรียน กกต. จึงควรวางมาตรการและการสื่อสารแบบ เจาะพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่อุณหภูมิความกังวลสูง เพื่อทำให้กระบวนการตรวจสอบได้และลดช่องว่างความสงสัยของประชาชน
บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 10

การสำรวจครั้งนี้สะท้อนภาวะ “ความไว้วางใจต่อกระบวนการเลือกตั้ง” ที่สั่นคลอนอย่างชัดเจน แม้งานด้าน “หน้างาน” บางเรื่องถูกมองว่าค่อนข้างดี แต่มีประเด็นจำนวนมากที่ประชาชนให้ กกต. สอบตก โดยเฉพาะด้านการป้องกันและปราบปรามทุจริต โดยรวมจึงเป็นสัญญาณว่า ประชาชนไม่ได้กังวลเฉพาะเหตุการณ์เฉพาะจุด แต่กังวลต่อความน่าเชื่อถือของทั้งกระบวนการและมาตรฐานการกำกับดูแล

ดังนั้น การยกระดับความเชื่อมั่นไม่ได้อยู่ที่ “การจัดหน่วยเลือกตั้ง” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำให้ประชาชนรู้สึกว่า ตรวจสอบได้จริง ตั้งแต่การบังคับใช้กฎหมาย การสื่อสารข้อมูล ไปจนถึงการนับคะแนนและการรายงานผล และ จากนี้ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของกกต. ที่ต้องเร่งกู้ความไว้วางใจและวิกฤตศรัทธา เพราะอีกไม่นานนี้ จะมีการเลือกตั้ง “ผู้ว่า กทม.” เป็นสนามต่อไป ซึ่งประชาชนจะจับตาดูการทำงานของ กกต.อย่างเข้มข้นขึ้นแน่นอน

related