
SHORT CUT
กกต.มีมติส่งฟ้องคดี “ฮั้ว สว.” เอาผิด 77 คน จากผู้ถูกกล่าวหา 427 คน เตรียมจัดทำคำร้องภายใน 60 วัน ก่อนส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำโดยนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาลงมติคดีฮั้วเลือก ส.ว. โดย กกต.แต่ละคนจะส่งใบลงมติของตนเองที่มีต่อผู้ถูกกล่าวหาใน 7 ข้อกล่าวหา ภายหลังได้รับไปตั้งแต่การประชุมเมื่อครั้งจบการรับฟังข้อเท็จจริงในสำนวนเสร็จสิ้น เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่สำนักการประชุมจะรวบรวมผลการลงมติและขานมติ
การตั้งข้อหาในชั้นการพิจารณาของ กกต. นั้น มีการพิจารณารวมทั้งสิ้น 7 ข้อหา ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ได้แก่
คดีฮั้วเลือก สว. มีจุดเริ่มต้นมาจากคณะไต่สวนชุดที่ 26 ที่ กกต. แต่งตั้ง โดยมี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เป็นประธาน ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ซึ่งมีความเห็นเสนอให้ส่งฟ้องผู้กระทำผิดรวม 229 คน แบ่งเป็น สว. ชุดปัจจุบันจำนวน 138 คน และกรรมการบริหารพรรคพร้อมเครือข่ายพรรคการเมืองอีก 91 คน
ต่อมาสำนักงาน กกต. โดย นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ได้มีความเห็นยืนตามมติของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ส่งต่อไปยังคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 25 ก.ย.2568 โดยประธาน กกต. ในขณะนั้น คืออิทธิพร บุญประคอง
วันที่ 12 มี.ค. 69 คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ได้มีมติ 5 ต่อ 2 สวนทางกับคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 โดยระบุว่าทั้ง 229 คนไม่มีมูลความผิด
ต่อมา วันที่ 8 มิ.ย. 69 กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงชั้นสุดท้ายเริ่มขึ้น โดย 7 เสือ กกต. เริ่มพิจารณาสำนวนคดีนัดแรก และพิจารณาต่อเนื่องมาจนถึงเดือนสิงหาคม โดย กกต. พิจารณาสำนวนรวม 7 ข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. และจะลงมติผู้ถูกกล่าวหาเป็นรายบุคคล จนกระทั่งพิจารณาสำนวนเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2569 และนัดประชุมเพื่อขานมติในวันที่ 14 ก.ย. 69
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน ที่มี นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ เป็นประธาน ได้ประชุมเพื่อลงมติในคดี ฮั้ว สว. ซึ่งมีผู้ถูกกล่าวหารวม 427 คน
ล่าสุด นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. และ ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร สิริภคยาพร คือ รองเลขาธิการ กกต. แถลงว่า กกต.มีมติเสียงข้างส่งฟ้องศาลฎีกา รวม 77 คน โดยไม่มีนักการเมืองรวมอยู่ด้วยแต่อย่างใด
หลังจาก กกต.มีมติดังกล่าวแล้ว กระบวนการจะเข้าสู่ขั้นตอนของสำนักงาน กกต. โดยจะต้องรวบรวมความเห็นของกรรมการแต่ละคน เพื่อนำไปจัดทำเป็นคำวินิจฉัยและคำร้องตามขั้นตอนกฎหมาย ภายใน 60 วัน ก่อนส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง
เมื่อจำแนกตามประเภทของผู้ถูกร้องที่ กกต. มีมติส่งศาลฎีกา พบว่ากลุ่มผู้มีสิทธิเลือก สว. ที่ไม่ใช่ตัว สว. หรือ สว. สำรอง มีจำนวนมากที่สุดถึง 36 คน รองลงมาคือกลุ่ม สว. ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะที่ถูกร้อง จำนวน 26 คน และกลุ่มบุคคลอื่น จำนวน 15 คน
ขณะที่กลุ่ม สว. สำรองที่อยู่ในบัญชีรายชื่อ และกลุ่มกรรมการบริหารพรรคพรรคภูมิใจไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) รวมถึงผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่มีผู้ถูกส่งเรื่องดำเนินคดีในรอบนี้