Breaking News การเมือง

ผู้สูงอายุเฮ! สนช.จ่อพิจารณานำภาษีบาปเพิ่มเบี้ยยังชีพเดือนละ 100

 

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ รับหลักการร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ โดยนำภาษีเหล้า- บุหรี่ ร้อยละ 2 ไปเพิ่มให้เบื้อผู้สูงอายุ อีกเดือนละ 100 บาท

วันที่ 5 ต.ค.60 ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. มีมติรับหลักการวาระแรกร่างพระราชบัญญัติ ผู้สูงอายุ ตามที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ด้วยคะแนนเสียง 206 เสียง ไม่เห็นด้วย 1 เสียง และงดออกเสียง 4 เสียง พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เพื่อพิจารณาจำนวน 19 คน มีกรอบการทำงาน 45 วัน

 

โดยสาระสำคัญ เป็นปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุปี 2546 ให้มีความสอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบันมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ รัฐบาลจึงมีนโยบายในการดูแลผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยโดยการให้เงินช่วยเหลือเพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยให้ได้รับสวัสดิการที่จำเป็น โดยการนำเงินกองทุนจากภาษีบาป 2% หรือ 4,000 ล้านบาทต่อปี มาเพิ่มเป็นเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เดือนละ 100 บาท เช่น คนที่อายุเกิน 60 ปี จากเดิมได้เบี้ยยังชีพ 600 บาท เพิ่มเป็น 700 บาท คนที่อายุเกิน 70 ปี จากเดิมได้ 700 บาท เพิ่มเป็น 800 บาท โดยยึดจากบัญชีผู้สูงอายุที่ขึ้นทะเบียนเบี้ยยังชีพ จำนวน 2.15 ล้านคน โดยจะเป็นผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย และไม่ใช่ข้าราชการ หรือได้รับบำเหน็จบำนาญอย่างอื่น

ทั้งนี้ ในส่วนภาษีบาป 2% จะถูกนำมาเพิ่มค่าเบี้ยยังชีพจำนวน 2,400 ล้านบาทต่อปี ส่วนที่เหลืออีก 1,600 ล้านบาท จะถูกนำไปใช้เป็นสวัสดิการดูแลผู้สูงอายุ เช่น การซ่อมแซมและสร้างบ้านเรือนผู้สูงอายุ การดูแลผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง การจัดกิจกรรมของชมรมผู้สูงอายุ ซึ่งกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะเป็นผู้ดูแลงบประมาณในส่วน

 

ขณะที่ สมาชิก สนช. ส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับหลักการของร่างกฎหมายดังกล่าว พร้อมเสนอแนะในหลายประเด็น เช่น กรณีผู้มีหน้าที่ส่งเงินบำรุงกองทุนมีเจตนาหลีกเลี่ยงไม่ส่งเงินควรมีคณะกรรมการเปรียบเทียบปรับเป็นผู้พิจารณาโทษเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และควรแยกเบี้ยยังชีพออกจากเงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้การปฏิรูประบบเงินบำนาญเกิดปัญหาในอนาคต