"สามารถ" โต้ "ทิม" ไม่ควรใช้เด็กนักศึกษาเป็นเครื่องมือ

13 ส.ค. 2020 เวลา 4:32 น.

"สามารถ" โต้ "ทิม" ไม่ควรใช้เด็กนักศึกษาเป็นเครื่องมือเพื่อแสวงหาอำนาจให้กับพวกพ้อง แนะ หันกลับทำงานเพื่อประชาชนและแก้ปัญหาความเดือดร้อนดีกว่ามาปั้นวาทะกรรม

ม็อบปลดแอก วานนี้ (12 ส.ค. 63) - นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ร้องทุกข์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเตือนสติ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่า มีประชาชนส่งข้อมูลมาให้ตนเมื่ออ่านแล้วรู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับ นายพิธา สนับสนุนม็อบปลดแอกซึ่งปราศรัยจาบจ้วงล่วงเกินสถาบัน นับเป็นการให้ท้ายม็อบที่กระทำผิดอยู่ นายพิธา ไม่ควรใช้เด็กนักศึกษาเป็นเครื่องมือเพื่อแสวงหาอำนาจให้กับพวกพ้อง และอย่าโยงเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะสถาบันอยู่เหนือการเมือง ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ซึ่งประชาชนคนไทยทั้งประเทศเคารพรักเทิดทูน ทั้งนี้ นายพิธา อย่าหยิบยกประเด็นข้อเรียกร้องต่างๆ มาเป็นเงื่อนไขทางการเมือง โดย นายพิธา ไม่ใช่คนเดือนตุลาจึงอาจไม่เข้าใจ ไม่มีความรู้ ฝากให้ไปอ่านหนังสือเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยและสิ่งสำคัญต้องเรียนรู้ถึงสามัญสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเพราะทุกพระองค์เสียสละเพื่อประเทศชาติมาตั้งแต่บรรพบุรุษ

นายสามารถ กล่าวอีกว่า สำหรับ นายพิธา ออกมายืนยันสนับสนุนม็อบปลดแอกที่มี 10 ข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสถาบัน ตนไม่เข้าใจว่า นายพิธา ได้ฟังหรืออ่านเกี่ยวกับข้อเรียกร้องดังกล่าวหรือไม่ ถ้าได้อ่านแล้วยืนยันเหมือนเดิมตนก็รู้สึกเป็นห่วงและผิดหวังกับ แนวคิดของ นายพิธา แต่ถ้ายังก็ควรไปอ่านเสียก่อน อีกทั้ง ขอเตือนสติ นายพิธา เพราะใน 10 ข้อเรียกร้องนั้นมีการยกเลิก มาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญที่ว่าผู้ใดจะกล่าวฟ้องร้องกษัตริย์มิได้ , ยกเลิกกฎหมายอาญา มาตรา 112 และให้ยกเลิก พรบ.จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ เป็นต้น อยากทราบว่า นายพิธา รับได้หรือไม่ และต้องออกมาชี้แจงเหตุผลให้กับสังคมด้วย

“พระมหากษัตริย์เป็นสถาบันหลักของชาติไทย ในรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ชัดเจนว่า องค์พระมหากษัตริย์เป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ฉะนั้น การที่มีคนเรียกร้องและนายพิธาเห็นด้วย ผมคิดว่าไม่น่าจะเกิดเป็นคนไทย เพราะประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ มีการปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนั้น กรณี นายพิธาออกมาพูดเช่นนี้อาจเป็นการล้มล้างการปกครองและถ้าไปตีความอาจจะทำให้ถูกยุบพรรค และก็จะมาโวยวายหาว่าถูกรังแก ซึ่งสิ่งที่ นายพิธา ทำอยู่นั้นไม่รู้ว่าศึกษากฎหมายมาหรือไม่ หรือเป็นการโยนหินล่อกระเบื้อง”

นายสามารถ กล่าวต่อว่า หากพรรคก้าวไกลถูกยุบนั้นก็จะปลุกระดมให้มวลชนออกมาสร้างความวุ่นวายให้กับประเทศชาติและประชาชน โดยตนเป็นห่วง นายพิธา หากเดินแบบไม่มีหลักการอยู่เช่นนี้จะสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย รวมทั้ง ตนไม่แปลกใจเลยว่าการเลือกตั้งซ่อม จ.สมุทรปราการ คะแนนนิยมของพรรคก้าวไกลน้อยกว่าเดิมและยังน้อยกว่าพรรคเพื่อไทย อย่างไรก็ตาม อยากให้ นายพิธา หันกลับทำงานเพื่อประชาชนและแก้ปัญหาความเดือดร้อนดีกว่ามาปั้นวาทะกรรมสร้างความเกลียดชังทำลายสถาบันหลักของประเทศ อย่าอยู่หลังหรือให้ท้ายม็อบเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง เพื่อให้พรรคก้าวไกลเป็นที่พึ่งแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด