สปสช. ยืนยันยกเลิกสัญญา คลินิก-โรงพยาบาล ปมทุจริตกระทบคนไข้ 8 แสนคน

18 ก.ย. 2563 เวลา 4:01 น.

สปสช. แถลงยกเลิกสัญญา คลินิก-โรงพยาบาล หลังพบทุจริตเงินบัตรทอง กระทบคนไข้ 800,000 คน ยืนยันประชาชนเข้ารับบริการหน่วยบริการของรัฐได้ทุกแห่งก่อน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

จากกรณีตรวจสอบพบทุจริตบัตรทอง หลังเจอความผิดปรกติในการเบิกจ่าย นำไปสู่การขยายผลหลังพบการทุจริต จนพบอีกกว่า 60 คลินิกที่มีข้อสงสัย ซึ่งส่งผลกระทบแก่ประชาชนจำนวนหลายแสนคน 

ล่าสุดวันที่ 18 ก.ย. นพ.การุณย์ คุณติรานนท์ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า สปสช.มีความจำเป็นจริงๆ ที่ตจะต้องบอกเลิกสัญญากับคลินิกและโรงพยาบาลเหล่านี้ เนื่องจากพบประชาชนถูกสวมสิทธิ โดยประชาชนกลุ่มนี้จะไม่ได้มีโอกาสคัดกรองความเสี่ยงโรคเบาหวาน และความดัน ทำให้ไม่รู้ตัวว่ามีโรคประจำตัวหรือไม่ และไม่ได้เข้ารับการรักษา งบประมาณที่ถูกทุจริตก็เป็นงบประมาณของประเทศและมาจากภาษีประชาชน สปสช.จึงจำเป็นต้องดำเนินการ

สปสช. แถลงยกเลิกสัญญา คลินิก-โรงพยาบาล หลังพบทุจริตเงินบัตรทอง กระทบคนไข้  800,000 คน ยืนยันประชาชนเข้ารับบริการหน่วยบริการของรัฐได้ทุกแห่งก่อน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้ สปสช.ได้ประสานให้ กทม.ประสานหน่วยบริการในพื้นที่รองรับประชาชนทั้ง 800,000 คน ที่ได้รับผลกระทบ โดยทุกคนสามารถเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลรัฐที่ใดก็ได้ใน กทม. หรือโรงพยาบาลและคลินิกที่เป็นคู่สัญญากับ สปสช. กรณีผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หากต้องการข้อมูลยาหรือผลเลือดครั้งก่อนๆ กทม.ได้เตรียมการไว้รองรับแล้ว โดยประชาชนสามารถขอข้อูมลจากคลินิที่รักษาได้ หรือขอรับข้อมูลได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ กทม. 

ขณะเดียวกัน สปสช.ยังได้เร่งหาผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาทดแทน เนื่องจากหน่วยบริการสุขภาพของภาครัฐต้องรองรับประชาชนกว่า 4 ล้านคน อาจทำให้เกิดความแออัดและได้รับการดูแลไม่ทั่วถึง ซึ่งผู้ประกอบการหลายรายอยู่ระหว่างขึ้นทะเบียน โดย สปสช.อำนวยความสะดวกให้ ปรับเกณฑ์ให้ง่ายขึ้นเพื่อเข้ามาดำเนินการ

ด้าน ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ระบุว่า สำหรับประชาชนที่เคยไปคลินิกไหน แล้วกลายเป็นคลินิกที่ไม่ได้เป็นหน่วยบริการคู่สัญญากับ สปสช.แล้ว สปสช.ได้แบ่งผู้ป่วยออกเป็น 4 กลุ่มเร่งด่วน ดังนี้

-ผู้ป่วยคลินิกชุมนุม กลุ่มโรงพยาบาลรับส่งต่อ ซึ่งโรงพยาบาลนัดผ่าตัดแล้ว สปสช. และ กทม.ได้ติดต่อขอรายชื่อรวมถึงประสานเตรียมโรงพยาบาลรองรับการรักษาต่อเนื่องไว้แล้ว

-ผู้ป่วยในโรงพยาบาล

-หญิงตั้งครรภ์ ซึ่งนัดวันผ่าตัดหรือคลอดไว้แล้ว

-ผู้ป่วยที่ต้องฟอกไตต่อเนื่อง

ทั้ง 4 กลุ่มถือเป็นผู้ป่วยเร่งด่วน สปสช.ได้ติดต่อไปแล้วบางส่วน หากใครยังไม่ได้รับการติดต่อ สามารถโทรมาได้ที่สายด่วน 1330 ตลอด 24 ชั่วโมง โดย สปสช.เตรียมไว้ 60 คู่สาย หรือติดต่อมาได้ที่เฟซบุ๊ก สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ ไอดีไลน์ 1330_2 โดยขอให้ระบุรายละเอียดได้แก่ ชื่อ เลขบัตรประชาชน เบอร์โทรติดต่อกลับ และปัญหาที่พบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ติดต่อกลับ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด