กรมสุขภาพจิต แจงข้อมูลการฆ่าตัวตายจากโควิด 19 ไม่สามารถวัดเพียงปัจจัยเดียวได้

29 เม.ย. 2563 เวลา 11:42 น.

กรมสุขภาพจิต ชี้แจง ข้อมูลผู้เสียชีวิตและคนที่ฆ่าตัวตายจากไวรัสโควิด 19 ที่มีการเสนอก่อนหน้านี้ เป็นเพียงปัจจัยเดียว ไม่สามารถใช้ชี้วัดได้

กรมสุขภาพจิต ชี้แจงบทความ "การรวบรวมข้อมูลผู้เสียชีวิตและคนที่ฆ่าตัวตายจากไวรัสโควิด 19 และข้อเสนอแนะ” ที่มีการแชร์อย่างแพร่หลาย ไม่สามารถวัดปัจจัยใดเพียงปัจจัยเดียวได้

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงบทความที่มีการเผยแพร่เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2563 ที่จัดทำโดยคณะผู้วิจัยโครงการวิจัยคนจนเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปในสังคมเมืองที่เปลี่ยนแปลง ในหัวข้อ “การรวบรวมข้อมูลผู้เสียชีวิตและคนที่ฆ่าตัวตายจากไวรัสโควิด 19 และข้อเสนอแนะ”

กรมสุขภาพจิต ได้นำบทความวิจัยนี้มาประเมินอีกครั้ง โดยนักวิชาการที่เชี่ยวชาญการวิจัยด้านสุขภาพจิต และพบข้อสังเกตจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับระเบียบวิธีวิจัย และความถูกต้องของเนื้อหา ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดของประชาชนได้

กรมสุขภาพจิต แจงข้อมูลการฆ่าตัวตายจากโควิด 19 ไม่สามารถวัดเพียงปัจจัยเดียวได้

กรมสุขภาพจิตชี้แจงข้อมูล

1. งานวิจัยนี้เป็นเพียงบทวิเคราะห์สื่อ และการนำเสนอปัจจัยสาเหตุจากมุมมองของสื่อมวลชน ซึ่งไม่สามารถนำมาใช้เป็นตัวแทน หรือใช้เป็นข้อเท็จจริงที่สะท้อนปัญหาการฆ่าตัวตายในสังคมไทยได้ เนื่องจากโดยปกติแล้วงานวิจัยด้านสุขภาพจิตต้องใช้นักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญในการเก็บข้อมูลปัจจัยด้านสุขภาพจิต

2. การนำเสนอและวิเคราะห์ เลือกแสดงข้อมูลเพียงเดือนเมษายนเท่านั้น โดยขาดการเปรียบเทียบกับข้อมูลการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายของประชากรในเดือนก่อนหน้านี้ และการนำข้อมูลเปรียบเทียบกับการเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด 19 นั้น ก่อให้เกิดการตีความและความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

3. การอภิปรายผลการวิจัยโดยขาดการทบทวนวรรณกรรม หรืองานวิจัยสุขภาพจิตที่มีมาก่อนหน้านี้ รวมถึงไม่อยู่บนพื้นฐานทฤษฎีด้านสุขภาพจิต อาจสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอย่างมากให้กับประชาชน

นายแพทย์เกียรติภูมิ กล่าวว่า การกล่าวถึงความเชื่อมโยงระหว่างปัญหาการฆ่าตัวตายกับปัจจัยใดเพียงปัจจัยเดียวนั้นไม่สามารถทำได้ เพราะจากการวิเคราะห์ข้อมูลการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายสำเร็จ ปี 2561-2562 พบว่า ปัญหาการฆ่าตัวตายนั้นมีความสลับซับซ้อน และเกิดจากกลุ่มปัจจัยที่มีการซ้อนทับกัน

ปัญหาที่เป็นปัจจัยร่วมที่พบได้บ่อยที่สุดคือ ปัญหาความสัมพันธ์ รองลงมาเป็น การใช้สุรา โรคทางกาย โรคจิตเวช และปัญหาเศรษฐกิจ

ซึ่งในช่วงปี 2563 นั้น กรมสุขภาพจิตได้ทำการคาดการณ์ว่า ตัวเลขการฆ่าตัวตายในประเทศไทยอาจสูงมากขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยในทุกปี ตามกลไกทางจิตวิทยาสังคมที่อยู่ในภาวะวิกฤต ปัจจัยด้านเศรษฐกิจจะมีบทบาทมากขึ้น และอัตราส่วนที่สูงขึ้น

กลุ่มปัญหาความสัมพันธ์ เช่น การทะเลาะกับคนใกล้ชิด ความน้อยใจ ความหึงหวง มักเป็นปัจจัยที่พบร่วมด้วยมากที่สุด อาจกล่าวได้ว่า หากบุคคลใดต้องเผชิญกับปัญหาส่วนตัวอย่างรุนแรง แต่มีทักษะการปรับตัว มีความยืดหยุ่น และมีคนที่เข้าใจอยู่รอบข้าง ก็จะเป็นปัจจัยปกป้องช่วยลดความเสี่ยงในการฆ่าตัวตายได้อย่างดี

การเผยแพร่ข้อมูลที่มีเนื้อหาระบุว่าปัจจัยใดเพียงปัจจัยหนึ่ง เช่น เศรษฐกิจ หรือนโยบาย เป็นเหตุแห่งการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายนั้น อาจก่อให้เกิดการมองข้ามความสำคัญในการจัดการกับปัจจัยอื่นๆ ที่มีร่วม หรือมองข้ามการใช้ปัจจัยความเข้มแข็งอื่น เป็นเครื่องป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตายในสังคมไทย

กรมสุขภาพจิตมองว่า เป็นเรื่องที่ดี ที่นักวิจัยจากหลากหลายสาขาให้ความสนใจในการทำงานวิจัยด้านสุขภาพจิต ตรงกับเป้าหมายของกรมสุขภาพจิตที่ดำเนินงานผลิตผลงานวิจัยที่มีคุณภาพมาโดยตลอด ซึ่งหากข้อมูลมีความถูกต้องตามหลักวิชาการ และเกิดจากการทำวิจัยบนระเบียบวิธีวิจัยที่ได้มาตรฐานแล้ว จะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติเป็นอย่างมาก กรมสุขภาพจิตจะยังคงดำเนินการติดตามปัญหาเรื่องการฆ่าตัวตายในสังคมไทยอย่างใกล้ชิด ต่อเนื่อง และทำงานเชิงรุกประสานกับภาคประชาสังคมในการจัดการปัญหาในทุกมิติที่อาจนำไปสู่การสูญเสียในสังคมไทยต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด