Spring News

ชนเผ่ามาคาห์ในสหรัฐฯขอทวงคืนประเพณีล่าวาฬสีเทาอันศักสิทธิ์

14 พ.ย. 2564 เวลา 9:30 น. 369

การทวงคืนประเพณีล่าวาฬกำลังเป็นที่ถกเถียงกันในรัฐวอชิงตันว่าควรยกเว้นเป็นกรณีพิเศษหรือไม่ หลังจากชนเผ่าพยายามต่อสู้ทางกฎหมายมาอย่างนาวนาน

การล่าวาฬสีเทาเป็นประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ของชนเผ่ามาคาห์มาเป็นเวลานานแล้ว แต่ในช่วงไม่กี่ศตวรรษที่ผ่านมา นักอนุรักษ์ต้องเผชิญกับการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน และชนเผ่าที่ตั้งอยู่ในรัฐวอชิงตัน ได้ต่อสู้ดิ้นรนทางกฎหมายมาอย่างยาวนาน เพื่อทวงคืนพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิของพวกเขา และในที่สุดสถานการณ์ก็ใกล้จะได้คลี่คลายแล้ว

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ช่วงเวลาแสดงความคิดเห็นสาธารณะถูกปิดลง หลังจากเปิดให้ผู้คนร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อตัดสินใจ ซึ่งโพลนี้จัดตั้งโดย National Marine Fisheries Service ว่าจะอนุญาตให้ชนเผ่าได้รับการยกกเว้นให้เป็นกรณีพิเศษหรือไม่

คาดว่าประเพณีเหล่านี้อายุมาไม่น้อยกว่า 2700 ปีแล้ว การตัดสินครั้งนี้หากสำเร็จจะทำให้สมาชิกเผ่ามาคาห์ได้กลับมาปฏิบัติภารกิจล่าวาฬอันศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง 

สมาชิก จากชนเผ่ามาคาห์เตรียมพร้อมที่จะเก็บเกี่ยววาฬ พ.ศ. 2453 cr. wiki/isecosmetic.com

ช่วงแสดงความคิดเห็นจัดตั้งขึ้นหลังจากมีข้อเสนอแนะล่าสุดต่อกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนการสละสิทธิ์ชนเผ่าภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล ซึ่งห้ามฆ่าสัตว์เลี้ยงลูกดด้วยนมในทะเลเด็ดขาด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผู้พิพากษากฎหมายปกครอง จอร์จ เจ จอร์แดน (George J Jordan) ได้ให้ข้อเสนอแนะในการแสดวความคิดเห็นต่อประเพณีการล่าวาฬสีเทาในมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันออกเฉียงเหนือว่า “ชนเผ่าอาจจะไม่เสียเปรียบจากการสละสิทธิ์และจะไม่ผลกระทบอย่างเป็นนัยยะสำคัญต่อการกระจายพันธุ์ การผสมพันธุ์หรือนิสัยการย้ายถิ่นของพวกมัน”

ทางด้านโฆษกของ Nation Oceanic and Atmospheic Administration (NOAA) กล่าวว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวมีอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจครั้งสุดท้ายของศาล

ข้อเสนอแนะของจอร์แดนรวมถึงกฎระเบียบที่เสนอมา เช่น อนุญาตให้สมาชิกชนเผ่ามาคาห์ล่าสัตว์ได้เพียง 4 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ซึ่งเป็นปีคี่ และสามารถโจมตีวาฬสีเทาในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือทางตะวันออกได้เพียง 2 ตัวทั้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาพวกเขาได้รับอนุญาตให้ล่าสัตว์เป็นเวลา 6 เดือนโดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมและโจมตีได้ไม่เกิน 3 ครั้งเหมือนการเล่นเกม

ในสัปดาห์ต่อมา สมาชิกในชุมชนและกลุ่มด้านสิ่งแวดล้อมได้ส่งความคิดเห็นมามากกว่า 100 รายการเพื่อตอบสนองต่อข้อเสนอแนะ บางส่วนต่อต้านการล่าวาฬ โดยอ้างว่าชนเผ่านี้ไม่ต้องการล่าปลาวาฬเพื่อยังชีพอีกต่อไปแล้ว ในขณะที่คนอื่นๆโต้แย้งว่าสัตว์เหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการคุ้มครอง บางส่วนที่สนับสนุนการสละสิทธิ์ อ้างว่าเป็นสิทธิ์อธิปไตยของชนเผ่าและประวัติการล่าววาฬที่มีมายาวนาน

การตัดสินใจของ NOAA Fisheries ว่าจะให้ชนเผ่าสละสิทธิ์หรือไม่ ระยะเวลาและข้อกำหนดนั้นยังไม่ชัดเจน แต่คาดว่าจะอยู่บนพื้นฐานของเอกสารเช่นคำแนะนำของผู้พิพากษา การแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่ และส่วนเพิ่มเติมในร่างแถลงการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมปี 2015

Timothy J Greene Sr. ประธานสภาชนเผ่ามาคาห์อธิบายว่า ชนเผ่ามาคาห์ ปัจจุบันมีสมาชิกที่ลงทะเบียนไว้แล้วประมาณ 3,100 คน พร้อมนำเสนอการประกอบพิธีกรรมด้วยการเต้นรำ ร้องเพลง ทัศนศิลป์ และแสดงตราประจำตระกูล เสร็จสิ้นพิธีด้วยกระบวนการขอบคุณและรับทราบสำหรับของขวัญที่ผู้สร้างมอบให้แก่พวกเขา และหากการล่าประสบความสำเร็จ สมาชิกของชนเผ่าจะใช้แทบจะทุกส่วนของสิ่งมีชีวิตที่ล่ามา ตั้งแต่กระดูกและเนื้อของพวกมัน ไปจนถึงลำไส้และบาลีน (กระดูกในปากปลาวาฬ)

นักล่ามาคาห์ลอกเนื้อจากวาฬค. 1910 Cr.Wikipedia/isecosmetic.com

“พวกเราทราบดีถึงชีวิตของวาฬผ่านกระบวนการและพิธีกรรม เราให้ความเคารพแก่ชีวิตนั้นตามสมควร เราเชื่อว่าชีวิตของเขาไม่ได้ต่างจากของเรา แต่สิ่งมีชีวิตเลือกที่จะมอบชีวิตให้กับเราเพื่อรักษาเราและสานสัมพันธ์กับมหาสมุทรและโลกธรรมชาติ ”

ในสนธิสัญญาอ่าวเนียห์ ค.ศ.1855 ชนเผ่าได้สละพื้นที่ลายแสนเอเคอร์ ในขณะเดียวกันก็ให้สิทธิในการล่าวาฬอย่างชัดเจนในพื้นที่ที่คุ้นเคยหรือเคยทำพิธีกรรม

ในช่วง ค.ศ.1920 การล่าวาฬเชิงพาณิชย์และจำนวนวาฬลดลงอย่างเห็นได้ชัด ชนเผ่าจึงหยุดล่าด้วยความสมัครใจ ปนะธานกรีนกล่าวว่าการล่าที่ประสลความสำเร็จล่าสุดของชนเผ่าคือเมื่อปี 1999 ไม่นานหลังจากที่วาฬสีเทาถูกลบออกจากรายชื่อสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ โดยเชื่อว่าเป็นเพราะการสวดมนต์ขอพรและถือศีลอดของสมาชิกในชุมชนทำให้วาฬกลับมาอุดมสมบูรณ์มากขึ้น มีการฝึกฝนอย่างเข้มข้นและเตรียมการโดยทีมล่าวาฬในเวลาต่อมา การล่า เป็นช่วงเวลาที่นำความสุขมาสู่ชุมชนอย่างแท้จริง มันนำชุมชนมารวมกันในแบบที่ฉันไม่เคยได้เห็นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

แต่ก็ไม่วายมีกระแสตอบกลับอย่างรุนแรงจากกลุ่มอนุรักษ์ ซึ่งรวมไปถึงสมาคมอนุรักษ์สัตว์ทะเล Sea Shepherd ซึ่งเป็นองค์กรอนุรักษ์ทางทะเลที่ไม่แสวงหากำไร ตั้งอยู่ในรัฐวอชิงตัน แต่พวกเขาไม่ได้อนุญาตให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด อาจจะเป็นเพราะยังโกรธเคืองคำขอของชนเผ่าอยู่

ตอนนี้หลังจากผ่านกระบวนการทางกฎหมายในการพยายามกลับไปล่าวาฬให้ได้ สมาชิกของชนเผ่าก็ตั้งตารอคำตัดสินที่สำคัญอย่างใจใจจ่อที่กำลังจะมาถึงเร็วๆนี้ แต่ถึงแม้จะได้รับการผ่อนปรน มันก็ต้องมีขั้นตอนที่เกี่ยวข้องอีกมากมายก่อนที่พวกเขาจะออกไปล่าได้อย่างสบายใจ รวมไปถึงต้องยื่นใบขออนุญาตล่าด้วย

และไม่ใช่วาฬสีเทาเท่านั้นที่ถูกล่า วาฬหลังค่อมก็ถูกล่าด้วยเช่นกัน

ดีเจ ชูเบิร์ต (DJ Schubert) นักชีววิทยาสัตว์ป่าแห่งสถาบันสวัสดิภาพสัตว์ ได้ต่อต้านชนเผ่ามาคาห์ต่อการกลับมาล่าวาฬสีเทา เขากล่าวว่า มันเป็นไปไม่ได้ที่สัตว์ขนาดใหญ่จะถูกฆ่าอย่างมีมนุษยธรรม เราต่อต้านพวกเขาเพราะกิจกรรมมันก่อให้เกิดการลดลงของจำนวนวาฬสีเทาในมหาสมุทรแปซิหิกเหนือทางตะวันออกตั้งแต่ปี 2019 อันเนื่องมาจากการตายที่ไม่ปกติของวาฬ รวมไปถึงจำนวนวาฬทางตะวันตกเฉียงเหนือก็ใกล้สูญพันธุ์เต็มที จากการได้รับบาดเจ็บหรือถูกฆ่าโดยไม่ได้ตั้งใจ

“ในขณะที่เราเคารพมาคาห์ เราเคารพในวัฒนธรรมและประเพณีของพวกเขา และเราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าพวกเขาจะเฉลิมฉลองวาฬต่อไป ผ่านการเต้นรำ การร้องเพลง และการเล่าเรื่อง เป็นต้น เราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยขึ้นอยู่กับความถูกต้องทางกฎหมายหรือทางวิทยาศาสตร์หรือตามหลักจริยธรรมในการล่าวาฬสีเทานั่นแหละ”

ที่มาข้อมูล The Guardian

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ