ข่าวภาคกลาง

มือมืดเผาไร่อ้อยจุดพบศพ “น้องซูลุยพิว” กระทบหลักฐานหาปมเสียชีวิต

พ.ต.อ.กฤษณ์ วาฤทธิ์ รองผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ให้สัมภาษณ์ หลังจากเรียกเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง มารายงานความคืบหน้าของคดี เด็กชายซูลุยพิว อายุ 2 ขวบ ชาวเมียนมา ที่หายไปกลางไร่อ้อย จ.สุพรรณบุรี นานกว่า 9 วัน และพบศพในสภาพเน่าเปื่อยอยู่บริเวณร่องน้ำกลางไร่อ้อย โดยขณะนี้พร้อมกับวางแนวทางในการเสียชีวิตของเด็กว่า เดินตกร่องน้ำเสียชีวิตเอง หรือมีใครพาเด็กไปแล้วทำให้เด็กเสียชีวิต และตั้งประเด็นของการหายตัวไป และพยายามสืบสวนให้ครบทุกประเด็น ว่าตอนนี้ประเด็นไหนที่ยังสงสัยอยู่ จะต้องหาความจริงให้มากที่สุด ซึ่งก็ได้ให้ทุกฝ่ายดูว่ารวบรวมพยานหลักฐานครบหรือยัง มีประเด็นไหนที่ยังมองไม่บ้างโดยก็ยังมีบางจุดที่ต้องสงสัยอยู่

ผลชันสูตรศพ “น้องซูลุยพิว” ไม่พบถูกทำร้ายส่งเสื้อผ้าตรวจ DNA ยังไม่สรุปสาเหตุตาย

พ่อแม่ “น้องซูลุยพิว” จุดธูปขอลูกเข้าฝันโดนใครทำร้าย – ส่งศพชันสูตรสถาบันนิติเวช

 

เมื่อเวลา 18.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ตรงบริเวณที่พบศพ ดช.ซูลุยผิว ได้มีคนนำไฟมาจุดเผา จึงได้รีบเดินทางไปดู พบรอยไฟไหม้ก่อหญ้า บริเวณติดกับจุดพบเด็ก เป็นวงกว้างประมาณ 1 เมตร และพบขวดน้ำตกอยู่ 3 ขวด ซึ่งไม่มีใครทราบว่ามาจุดไฟเผาเพื่ออะไร อาจจะมาเผาเพื่อทำลายหลักฐานหรือจะมาจุดเผาไร่อ้อย เพื่อเตรียมจะเข้าตัดอ้อย หรือเป็นไปได้ว่า อาจมาทำพิธี เพื่อขอหวย ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อพยานหลักฐาน

 

ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ วรวีร์ ไวยวุฒิ ผู้อำนวยการกองสารพันธุ์กรรม สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ หัวหน้าคณะทำงานในการชันสูตรศพ ด.ช.ซูลุยพิ เปิดเผยว่า เบื้องต้นทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้รับการประสานมาในช่วงบ่ายวานนี้(26ธ.ค.) และได้มีการตั้งคณะทำงานร่วมกับผู้เชียวชาญจากคณะแพทย์ต่าง ๆ รวมเบื้องต้นกว่า 5 ท่าน โดยขั้นตอนต่อจากนี้จะเริ่มจากการตรวจภาพถ่ายรังสี หรือ ซีทีสแกน เพื่อตรวจสอบในเรื่องของกระดูกร่างกายทั้งหมดว่ามีการแตกหักจุดใดหรือไม่ ส่วนการตั้งประเด็นข้อสงสัยคณะทำงานจะยึดข้อสงสัยที่ทางครอบครัวต้องการทราบ เพื่อนำมาสู่การตรวจชันสูตรเพื่อคลี่คลายข้อสงสัย ซึ่งการทำงานจะใช้คณะทำงานที่รวมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการชันสูตรศพเน่าเปื่อย ร่วมชันสูตร และรวมถึงการประสานขอข้อมูลจากทางสถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจร่วมด้วย

สำหรับประเด็นที่มีข้อสงสัยในเรื่องของกระดูกขาผิดรูป แต่ไม่พบการแตกหัก ที่ทางเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าเกิดจากการเสื่อมสภาพบริเวณข้อต่อ ทำให้หลุดผิดรูป ในประเด็นนี้ในทางนิติวิทยาศาสตร์ ก็สามารถเป็นไปได้ เพราะรอยต่อของกระดูกจะมีเนื้อเยื่อเกาะอยู่หากเกิดการเสื่อมสลายก็จะหลุดทำให้ผิดรูปได้ ส่วนการหาดีเอ็นเอของผู้อื่นที่ติดตามตัวศพ โดยปกติดีเอ็นเอของผู้อื่นจะติดค้างอยู่ได้ประมาณ 2 สัปดาห์ แต่หากมีการแช่น้ำหรือถูกน้ำชะล้างก็จะลดระยะเวลาลงไปตามปริมาณของการถูกชะล้าง ซึ่งการดำเนินจะเร่งรัดให้ได้ความชัดเจนเร็วที่สุดคาดว่าใน 1 สัปดาห์จะมีความคืบหน้าที่ชัดเจน