รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการปรับปรุงทางเชื่อมสวนสาธารณะ 3 แห่ง ได้แก่ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ สวนวชิรเบญจทัศ และสวนจตุจักร

กทม.เชื่อมต่อ 3 สวนสาธารณะรวมเป็นอุทยานสวนจตุจักร

อุทยานสวนจตุจักร คืบหน้า 75% พร้อมเปิดให้บริการประชาชน 15 ก.ย.นี้

นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการปรับปรุงทางเชื่อมสวนสาธารณะ 3 แห่ง ได้แก่ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ มีพื้นที่ 196 ไร่ สวนวชิรเบญจทัศ มีพื้นที่ 375 ไร่ และสวนจตุจักร มีพื้นที่ 155 ไร่ เมื่อรวมสวนสาธารณะทั้ง 3 แห่งเข้าด้วยกันแล้ว จะเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่มีพื้นที่รวมทั้งหมดประมาณ 727 ไร่

ผลงานที่ดำเนินการ ประกอบด้วย งานปรับปรุงทางเชื่อมจุดที่ 1 สวนวชิรเบญจทัศกับสวนจตุจักร ซึ่งเป็นทางเข้าหลักของโครงการ โดยปรับปรุงลานทางเดินเชื่อม 2 สวน ด้วยวิธีการยกระดับผิวจราจรถนนกำแพงเพชร 3 ให้เสมอทางเท้าทั้ง 2 ฝั่ง ขณะนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว งานวางเหล็กพื้นลานทางเชื่อมฝั่งสวนวชิรเบญจทัศ ได้ผลงาน 45% งานเทพื้นลานทางเชื่อมฝั่งสวนวชิรเบญจทัศ ได้ผลงาน 65% และงานก่อสร้างลานทางเชื่อมฝั่งสวนจตุจักร ได้ผลงาน 85% คาดจะแล้วเสร็จวันที่ 10 ก.ย.61 งานปรับปรุงทางเชื่อมจุดที่ 2 สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์กับสวนจตุจักร โดยปรับปรุงลานทางเดินเชื่อม 2 สวน ด้วยวิธีการยกระดับผิวจราจร ให้เสมอทางเท้าทั้ง 2 ฝั่ง เช่นเดียวกับลานทางเชื่อมสวนบริเวณสวนวชิรเบญจทัศกับสวนจตุจักร งานรื้อทางเท้าถนนกำแพงเพชร 3 ฝั่งสวนจตุจักรแล้วเสร็จ งานก่อสร้างพื้นลานฝั่งสวนจตุจักร ได้ผลงาน 70% งานรื้อทางเดินเดิมฝั่งสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ได้ผลงาน 30% คาดจะแล้วเสร็จวันที่ 10 ก.ย.61 และงานปรับปรุงทางเชื่อมจุดที่ 3 สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์กับสวนวชิรเบญจทัศ โดยการปรับปรุงสะพานข้ามคูน้ำเดิมให้สวยงาม พร้อมทั้งออกแบบปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณเชิงสะพานทั้ง 2 ฝั่งให้เรียบร้อยและสวยงาม งานขยายพื้นที่ลานฝั่งสวนวชิรเบญจทัศ ได้ผลงาน 95% งานก่อสร้างกำแพงดินแล้วเสร็จ คาดจะแล้วเสร็จวันที่ 20 ส.ค.61 สำหรับผลงานโครงการปรับปรุงทางเชื่อมสวนสาธารณะ 3 แห่ง โดยรวมแล้วคืบหน้า 75% คาดจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการประชาชนในวันที่ 15 ก.ย.61

ปรับพื้นทางเดิน-วิ่งสวนวชิรเบญจทัศ เพื่อความปลอดภัยประชาชนที่มาออกกำลังกาย

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการปรับปรุงทางเดิน-วิ่งภายในสวนวชิรเบญจทัศ ความยาวประมาณ 5,100 ม. ผลการดำเนินงาน ประกอบด้วย งานถมดินปรับระดับ งานปรับปรุงท่อระบายน้ำ งานขูดไสผิวจราจรเดิม และงานปูผิวจราจร ซึ่งผู้รับจ้างได้ทำการปิดทางเดิน-วิ่ง เป็นช่วงๆ เพื่อใช้พื้นที่ในการก่อสร้าง และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนที่เข้ามาใช้บริการออกกำลังกาย ขณะนี้ผลงานที่ทำได้ 74.56% แผนงานที่วางไว้ 60.47% ซึ่งเร็วกว่าแผน 14.09% คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนก.ย.61 ส่วนการปิดการจราจรบริเวณถนนกำแพงเพชร 3 อย่างถาวร เพื่อให้ถนนเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานสวนจตุจักรและเพื่อความปลอดภัยของประชาชนที่มาใช้บริการ กรุงเทพมหานครได้นำเรื่องเสนอต่อคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) เพื่อขอปิดการจราจรบริเวณถนนกำแพงเพชร 3 อย่างไรก็ตามบริเวณดังกล่าวเป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยจะมีการหารือร่วมกันระหว่าง คจร.กับ รฟท. เกี่ยวกับการปิดการจราจรบริเวณถนนดังกล่าว และจะทำการสำรวจความคิดเห็นประชาชนให้แล้วเสร็จภายในเดือนส.ค.นี้ นอกจากนี้กรุงเทพมหานครจะจัดทำทางวิ่งมินิมาราธอน ระยะทาง 10.5 กม. ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบ ทั้งนี้ได้มอบหมายให้สำนักสิ่งแวดล้อมติดตามโครงการปรับปรุงทางเชื่อมสวนสาธารณะ 3 แห่งอย่างต่อเนื่อง รวมถึงตรวจสอบระบบไฟฟ้าส่องสว่างภายในสวนสาธารณะทั้ง 3 แห่ง ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เมื่อโครงการปรับปรุงทางเชื่อมสวนสาธารณะ 3 แห่ง ได้แก่ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ สวนวชิรเบญจทัศ และสวนจตุจักรแล้วเสร็จ จะเป็นการเชื่อมสวนสาธารณะทั้ง 3 แห่ง เข้าด้วยกันเป็นอุทยานสวนจตุจักร ในรูปแบบสวนสาธารณะระดับมหานคร อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเข้าถึงและใช้พื้นที่สวนสาธารณะที่เชื่อมต่อกัน รวมทั้งเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ สถานที่ออกกำลังกาย ท่องเที่ยว ถ่ายรูป และทำกิจกรรมร่วมกันกับครอบครัวในวันหยุด ตลอดจนเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าเรียนรู้ทางธรรมชาติสำหรับนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป

เร่งติดตั้งไฟฟ้าสวนสมเด็จย่า 84 และปรับปรุงสวนรามอินทรา คาดแล้วเสร็จเดือนก.ย.นี้

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีพื้นที่สีเขียวในรูปแบบสวนสาธารณะและสวนหย่อม รวมทั้งสิ้น 7,814 แห่ง ถ้าคิดเป็นพื้นที่รวมประมาณ 37 ล้านตร.ม. คิดเป็นอัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อประชากร 6.53 ตร.ม./คน ซึ่งสวนสาธารณะและสวนหย่อมขนาดเล็กจะอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของสำนักงานเขตในพื้นที่ ส่วนสวนสาธารณะขนาดใหญ่ จำนวน 37 แห่ง จะอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของสำนักสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อมมีโครงการปรับปรุงสวนสาธารณะ จำนวน 11 แห่ง ซึ่งสวนสมเด็จย่า 84 เป็น 1 ใน 11 แห่ง ตามโครงการปรับปรุงสวนสาธารณะ สวนสมเด็จย่า 84 มีพื้นที่ 6 ไร่ ปัจจุบันมีสภาพทรุดโทรม ระบบไฟฟ้าส่องสว่างภายในสวนชำรุดเสียหายใช้การไม่ได้ อีกทั้งมีลักษณะเป็นสวนเปิด ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่จะใช้เป็นเส้นทางเดินจากถนนลาดพร้าวผ่านสวนดังกล่าว เพื่อไปข้ามสะพานลอยคนข้ามบริเวณถนนวิภาวดีรังสิตไปยังสวนจตุจักร กรุงเทพมหานครจึงเร่งดำเนินการปรับปรุงให้มีความสะอาดสวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อยที่สำคัญเน้นเรื่องความสว่าง เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่ใช้เส้นทางในการสัญจร ซึ่งในบริเวณดังกล่าวยังเป็นสถานีรถไฟฟ้า อีกทั้งยังมีห้างสรรพสินค้าตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง และฝั่งตรงข้ามเป็นสวนจตุจักร จึงมีประชาชนมาใช้บริการที่สวนดังกล่าวเป็นจำนวนมาก สำหรับการปรับปรุง ประกอบด้วย งานปรับปรุงทางเดิน-วิ่ง งานปรับปรุงระบบไฟฟ้าแสงสว่าง งานปรับปรุงรางระบายน้ำ งามถมดินปรับระดับ ขณะนี้ผลงานที่ทำได้ 25% นอกจากนี้กรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการปรับปรุงสวนรามอินทรา เขตบางเขน เดิมสวนดังกล่าวเป็นสถานที่สำหรับกำจัดขยะ ซึ่งสำนักสิ่งแวดล้อมได้นำขยะมาฝังกลบ จนเกิดเป็นกองขยะขนาดใหญ่ ต่อมาได้ดำเนินการปรับปรุงจากกองขยะมาเป็นสวนสาธารณะ แต่เนื่องจากสภาพพื้นที่เดิมมีลักษณะเหมือนภูเขา เมื่อฝนตกจึงมีน้ำไหลบ่าลงมาก่อให้เกิดปัญหาดินสไลด์ ที่ผ่านมาสำนักสิ่งแวดล้อมได้ก่อสร้างแนวกำแพงกันดิน เพื่อป้องกันดินสไลด์ลงมาในช่วงเวลาฝนตก สวนรามอินทรา มีพื้นที่ทั้งหมด 59 ไร่ ภายในสวนจะเป็นทางเดิน-วิ่ง และทางจักรยาน ความยาว 2,457 ม. ปัจจุบันทางเดิน-วิ่ง และทางจักรยาน เกิดการชำรุดเสียหาย อาจเกิดอันตรายแก่ประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ กรุงเทพมหานครจึงได้ดำเนินการปรับปรุงเพื่อความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เข้ามาใช้บริการสวนรามอินทรา อย่างไรก็ตามคาดว่าโครงการปรับปรุงสวนสาธารณะทั้ง 11 แห่ง จะแล้วเสร็จประมาณเดือนก.ย.นี้

“สวนสาธารณะแต่ละแห่งจะมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะแห่งอยู่แล้ว อย่างเช่น สวนจตุจักร จะเป็นสวนวรรณคดี สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จะเป็นสวนพฤกษศาสตร์ สวนวชิรเบญจทัศ จะเป็นสวนครอบครัว และสวนสมเด็จย่า 84 จะเป็นสวนแห่งความสามัคคี เนื่องจากการก่อสร้างสวนสาธารณะแต่ละแห่งในอดีตจะมีประวัติความเป็นมา ซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสวนดังกล่าว อย่างไรก็ตามภายหลังจากเปิดให้บริการประชาชนมาเป็นระยะเวลานาน ความชำรุดทรุดโทรมย่อมเกิดขึ้น การปรับปรุงสวนสาธารณะจึงเป็นการปรับปรุงเพื่อประโยชน์ใช้สอย อำนวยความสะดวก และความปลอดภัยแก่ประชาชนที่มาใช้บริการ แต่เอกลักษณ์ของแต่ละสวนจะคงอยู่ดังเดิม ไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด” รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวในตอนท้าย