Spring News

ยอดติดเชื้อโควิด19 พุ่ง ขยะล้นตาม พบขยะเพิ่มขึ้น 94% ภายใน 1 เดือน

15 ส.ค. 2564 เวลา 9:30 น. 45

ขณะที่ยอดติดเชื้อโควิด19 พุ่งสูงขึ้น สิ่งที่พบตามมาคือปริมาณขยะมหาศาลที่ตกค้างรอให้มาเก็บ หลังจากที่พบขยะติดเชื้อเพิ่มขึ้นกว่า 94% ภายใน 1 เดือน

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า สถานการณ์ขยะติดเชื้อโควิด19 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉพาะช่วงเดือน ก.ค. 2564 พบปริมาณขยะติดเชื้อเกิดขึ้นมากกว่า 294 ตัน/วัน ซึ่งมีปริมาณเพิ่มขึ้น 94% ส่วนใหญ่เป็นขยะประเภทภาชนะบรรจุอาหาร เศษอาหาร , ชุด PPE , อุปกรณ์ฉีดวัคซีน และชุดตรวจ Antigen Test Kit ส่งผลทำให้เกิดปัญหาในการเก็บขนขยะติดเชื้อ

เนื่องจากหน่วยงานบริการ ผู้ปฏิบัติงานและยานพาหนะที่ใช้สำหรับการเก็บขนขยะติดเชื้อมีไม่เพียงพอ ทำให้หลายจังหวัดมีปริมาณขยะติดเชื้อตกค้าง ณ แหล่งกำเนิดและสถานที่รับกำจัดจำนวนมาก เช่น พื้นที่ นนทบุรี ระยอง เป็นต้น

กรมอนามัยจึงได้จัดทำแนวทางการลดขยะติดเชื้อในโรงพยาบาลสนาม สถานที่แยกกัก ซึ่งทางราชการกำหนด และศูนย์พักคอยผู้ติดเชื้อโควิด19 โดยให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการ ที่สามารถลดการเกิดขยะติดเชื้อ เช่น ไม่แจกกล่องโฟมใส่อาหาร หรือไม่แจกขวดน้ำบรรจุขวด แต่ติดตั้งจุดให้บริการน้ำดื่มแบบกด โดยให้ผู้ป่วยมีแก้วน้ำส่วนตัวมารับน้ำดื่มที่จุดบริการ และควรแยกขยะประเภทบรรจุภัณฑ์ ออกก่อนนำเข้าไป ในอาคารผู้ป่วย เป็นต้น

ยอดติดเชื้อโควิด19 พุ่ง ขยะล้นตาม พบขยะเพิ่มขึ้น 94% ภายใน 1 เดือน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

การคัดแยกขยะให้แยกออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

1) ขยะติดเชื้อ ได้แก่  ขยะที่ปนเปื้อนหรือสงสัยจะปนเปื้อนน้ำมูก น้ำลาย สารคัดหลั่งต่างๆ ของผู้ป่วย เช่น หน้ากากอนามัย กระดาษทิชชู ภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้ในการกินแบบใช้ครั้งเดียว เช่น ช้อน ส้อม แก้ว หลอด เป็นต้น และชุด PPE

โดยให้รวบรวมใส่ถุงแดงไม่เกิน 2/3 ส่วน มัดปากให้แน่น และเก็บรวบรวมในถังขยะสีแดง พร้อมกำหนดเวลาในการเก็บรวบรวมขยะติดเชื้อจากห้องพักไปยังที่พักรวมขยะติดเชื้อที่แยกจากขยะประเภทอื่น และประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือผู้รับทำการเก็บขนขยะติดเชื้อ โดยให้ใช้รถขนขยะติดเชื้อเฉพาะเพื่อเก็บขนไปกำจัดด้วยวิธีที่ได้มาตรฐานตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำจัดขยะติดเชื้อ พ.ศ. 2545

2) ขยะทั่วไป ได้แก่ ขยะที่ไม่ได้ปนเปื้อนน้ำมูก น้ำลาย สารคัดหลั่งต่าง ๆ ของผู้ป่วย เช่น เศษกระดาษ ถุงพลาสติก กระป๋องโลหะ ขวดแก้ว กล่องนม ขวดพลาสติก ถุงขนมบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ เป็นต้น ในแต่ละวัน ให้รวบรวมและบรรจุขยะลงในถุงดำ มัดปากถุงให้แน่นแล้วเก็บรวบรวมในถังขยะสีเขียวหรือน้ำเงิน และนำไปกำจัด ตามมาตรฐาน

และ 3) ขยะประเภทเศษอาหาร ให้คัดแยกขยะประเภทเศษอาหารออกจากขยะประเภทอื่นๆ รวบรวมใส่ภาชนะรองรับที่จัดไว้เฉพาะ จากนั้นนำไปหมักทำปุ๋ยต่อไป กระบวนการหมักที่ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นและระยะเวลา สามารถทำลายเชื้อโรคได้

และสำหรับการจัดการเตียงสนามกระดาษที่ไม่ใช้งานแล้วมีแนวทางการกำจัด ดังนี้ เตียงสนามกระดาษ เมื่อเลิกใช้งานแล้วหรือชำรุดเสียหาย ให้ทำการฆ่าเชื้อโรค โดยการเช็ดถูด้วยน้ำยาหรือสารฆ่าเชื้อโรค เช่น แอลกอฮอล์ 70% และพักรอไว้ 1-2 วัน จากนั้นให้ถอดแยกชิ้นส่วน เก็บรวบรวมและเคลื่อนย้ายไปจุดพักรวม และประสานให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำไปกำจัดเป็นขยะทั่วไป หรือให้ผู้รับซื้อขยะรีไซเคิลมารับไปรีไซเคิล

สำหรับผู้ปฏิบัติงานจัดเก็บขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องรู้จักวิธีการป้องกันตนเองขณะปฏิบัติงาน ดังนี้

  1. ให้สวมถุงมือขณะปฏิบัติงานทุกครั้ง หลีกเลี่ยงการคุ้ยเขี่ยหรือเปิดถุงขยะ
  2. สวมเสื้อผ้าให้มิดชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคหรือขยะจากสารเคมีมาสัมผัสร่างกายได้
  3. ขณะปฏิบัติงานให้สวมหน้ากากป้องกันตลอดเวลา หลีกเลี่ยงการนำมือมาสัมผัสใบหน้า ปาก จมูก ตา เพราะอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อได้ง่าย และ
  4. หลังการปฏิบัติงานทุกครั้ง ให้ทิ้งถุงมือ หน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วในภาชนะที่ปิดสนิทหรือถุงพลาสติก โดยมัดปากถุงให้แน่น แล้วล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์ และหลังเสร็จสิ้นภารกิจในแต่ละวัน ผู้ปฏิบัติงานต้องอาบน้ำ ชำระร่างกายให้สะอาดทันที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด