แฟนเพลง 4 เต่าทอง เฮ! The Beatles : Get back จะกลับมามีชีวิตในจออีกครั้ง

15 ต.ค. 2564 เวลา 12:17 น. 127

แฟนเพลง The Beatle เตรียมตัวกันไว้ให้ดีเพราะความรู้สึกแบบนี้กำลังจะกลับมาใน The Beatles : Get back หลายเรื่องจริงที่คุณอาจไม่เคยเห็น เตรียมสัมผัสได้ในซีรีย์ผ่านทาง Disney+ hotstar

The Beatles 
วงดนตรียุค 60 จากเมือง ลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ 
The Beatles

ประกอบไปด้วยสมาชิก 4 คน
จอห์น เลนนอน
พอล แมคคาร์ทนีย์
จอร์จ แฮร์ริสัน
ริงโก้ สตาร์

  • มีอิทธิพลมากที่สุดในประวัติศาสตร์ดนตรี Pop
  • มีเพลงติดท็อปชาร์ต ทุกชาร์ตเพลง
  • ยอดขายแผ่นเสียงสูงสุด
  • บัตรคอนเสิร์ต เกลี้ยงทุกครั้ง ที่เปิดการแสดง
  • เป็นผู้นำแฟชั่น ของผู้ชายยุคนั้นเลย สูทสีฉูดฉาด
  • มีเพลงดังมากมาย เช่น Here comes the sun, Come together Yesterday Can’t buy me love I wanna hold your hand

        แต่จุดจบของวง The Beatles ก็เกิดขึ้นแบบช็อกวงการ เมื่อ จอห์น เลนนอน ถูกลอบสังหารในปี 1980

       แม้วง The Beatles จะปิดฉากลง แต่ตำนานของพวกเขา ก็อาจจะบอกว่าเป็นต้นแบบ แรงบันดาลใจ ของวงดนตรียุคอื่น หรือ ยุคปัจจุบันมากมาย

        ซึ่งสำหรับใครที่โตไม่ทัน สามารถมาสัมผัสตำนานที่จะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ใน The Beatles: Get Back

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

The Beatles: Get Back

The beatles : get back

       เป็นสารคดี เล่าเรื่องราวจริง พร้อมฟุตเทจคอนเสิตจริงๆ ช่วงตอนพวกเขากำลัง ทำอัลบั้ม ปี 1970 อัลบั้ม Let It Be  ตอนแรกจะเป็นภาพยนตร์ ฉาย 4 กันยายน 2020 แต่เพราะ COVID-19  กลายเป็น สารคดีสามตอนแทน ที่ชมได้เฉพาะบน Disney+

       กำกับโดย ปีเตอร์ แจ๊กสัน ผู้กำกับ The lord of the ring ใช้เทคนิคที่ทันสมัย แปลงฟุตเทจ กว่า 55 ชั่วโมงและไฟล์เสียง 140 ชั่วโมง จากต้นฉบับ และมีภาพคอนเสิร์ตบนดาดฟ้า ความยาว 42 นาทีเต็ม ด้วย 

The beatles : Get back

       ปีเตอร์ แจ๊กสัน เปิดเผยข้อมูลว่า  เขาโล่งใจเพราะสารคดีนี้ แตกต่างจากเรื่องราวในตำนานที่หลายคนรู้อยู่แล้วมากมาย เพราะเต็มไปด้วยความดราม่า ของจริงที่แฟนๆอาจไม่เคยรู้

       ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นจากความร่วมมือจาก 3 สมาชิกในวง และภรรยาพวกเขา 4 Paul McCartney “ผมมีความสุขจริงๆ ที่ปีเตอร์ได้ถ่ายทอดข้อมูลสำคัญ ทุกเรื่องราวของเราจริงๆ ออกมาเป็น ภาพยนตร์ มันเปน เดอะบีทเทิ้ลจริงๆ

       The Beatles: Get Back ออกฉาย 25, 26 และ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ทาง Disney+ hotstar

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด