
SHORT CUT
ซัมซุงปักธงปี 2026 เปิดฉากยุค “AI Living” พลิกโฉมเทคโนโลยีสู่ “เพื่อนคู่คิด” ที่เชื่อมบ้านและความบันเทิงเป็นหนึ่งเดียว
ในยุคที่ AI ไม่ได้เป็นเพียงลูกเล่นทางเทคโนโลยีอีกต่อไป ซัมซุง (Samsung)ประกาศวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์สำหรับปี 2026 ภายใต้แนวคิด “Your Companion to AI Living” มีเป้าหมายสำคัญเพื่อยกระดับบทบาทของ AI จากระบบปฏิบัติการ สู่การเป็น “เพื่อนคู่คิด” ที่ฝังรากลึกอยู่ในทุกมิติของการใช้ชีวิตคนไทย ตั้งแต่ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ไปจนถึงโลกธุรกิจ
ซัมซุงต้องการตอกย้ำความเป็นผู้นำในระบบนิเวศ AI (AI Ecosystem) ที่สมบูรณ์แบบที่สุด โดยเชื่อมต่อฐานผู้ใช้งานกว่า 37 ล้านเครื่องในประเทศไทย ทั้ง Mobile, TV และ AI Home
เซยุน คิม ประธานบริษัทไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ชี้ให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญว่า ผู้บริโภคชาวไทยในปัจจุบันไม่ได้มองหาแค่สินค้าที่มีฟังก์ชันดีเยี่ยม แต่มองหา “คุณค่า” ที่ยกระดับคุณภาพชีวิต
กลยุทธ์นี้สะท้อนผ่านการยกระดับเทคโนโลยีให้สามารถ “คิดแทน เรียนรู้ และปรับตัว” ได้เอง ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนผ่านจากยุค Smart Home แบบเดิม เข้าสู่ยุค AI Living อย่างเต็มรูปแบบ
ในกลุ่มธุรกิจภาพและเสียง ซัมซุงกำลังสร้างมาตรฐานใหม่ด้วยแนวคิด “AI Entertainment Companion” โดยชวพจน์ เทียนทอง ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจภาพและเสียง ระบุว่า ทีวีในปี 2026 จะไม่ใช่แค่จอภาพสำหรับการรับชมฝ่ายเดียวอีกต่อไป
หัวใจสำคัญอยู่ที่เทคโนโลยี Vision AI Companion (VAC) แพลตฟอร์มอัจฉริยะที่จะเข้ามาเปลี่ยนทีวีให้เข้าใจผู้ใช้ สามารถคาดการณ์ความต้องการและนำเสนอคอนเทนต์ที่เหมาะสมกับสมาชิกแต่ละคนในครอบครัวแบบเรียลไทม์
สิ่งที่น่าจับตามองคือการใส่ใจในรายละเอียดท้องถิ่น (Localization) อย่างฟีเจอร์ AI Soccer Mode ที่ออกแบบมาเพื่อคอบอลชาวไทยโดยเฉพาะ หรือ AI Customization Mode ที่ปรับภาพและเสียงอัตโนมัติตามประเภทคอนเทนต์
นอกจากนี้ ยังจะเปิดตัวนวัตกรรมจอภาพ Micro RGB ขนาด 130 นิ้ว และยืนยันความมั่นใจด้วยการอัปเดตระบบปฏิบัติการ Tizen OS นานถึง 7 ปี เพื่อรองรับอนาคต
เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน , สารัช อักษราลิขิตสันติ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เผยถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ Home Living Companion ผ่านตระกูล Bespoke AI
ตัวเลขที่น่าสนใจคือการเติบโตของผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน SmartThings ในไทยที่มีกว่า 4.4 ล้านราย สะท้อนว่าคนไทยพร้อมแล้วสำหรับบ้านอัจฉริยะ โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การผสานพลังร่วมกับ Google Gemini ในตู้เย็น Family Hub ที่สามารถวางแผนมื้ออาหารและจัดการสต็อกของสดได้ หรือเครื่องซักผ้า AI Laundry Combo ที่คำนวณการซักได้แม่นยำ
ที่สำคัญ AI ยังเข้ามาตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืน ผ่านระบบ AI Inverter และ AI Energy Mode ที่ช่วยลดการใช้พลังงานได้สูงสุดถึง 10% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญ
ในฝั่งภาคธุรกิจ (B2B) ซัมซุงมุ่งเน้นการเป็น Technology Partner ที่แข็งแกร่ง ทั้งในกลุ่มเครื่องปรับอากาศที่เน้นการประหยัดพลังงานด้วย AI และกลุ่มธุรกิจจอภาพ (Display) ที่นำเสนอโซลูชัน Spatial Signage (3D แบบไม่สวมแว่น) และซอฟต์แวร์บริหารจัดการ VXT เพื่อขับเคลื่อน Digital Transformation ในหลากหลายอุตสาหกรรม
นี่อาจเป็นการส่งสัญญาณจากซํมซุง ว่าต่อไปนี้ สงครามเทคโนโลยี จะไม่ได้วัดกันที่สเปกของฮาร์ดแวร์ แต่จะวัดกันที่ “ความฉลาดของประสบการณ์” (Intelligence of Experience)
ด้วยรากฐานที่แข็งแกร่งในฐานะผู้นำตลาดมือถือและทีวีมายาวนาน การขยับตัวครั้งนี้เพื่อเชื่อมโยงทุกอุปกรณ์ให้เป็นหนึ่งเดียวภายใต้ร่มเงาของ AI จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนไทย และตอกย้ำสถานะของซัมซุงในฐานะแบรนด์ที่ “เข้าใจ” และพร้อมเป็น “เพื่อนคู่คิด” ของผู้บริโภคอย่างแท้จริง