
SHORT CUT
โรงงาน BYD จ.ระยอง บรรลุหมุดหมายผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ครบ 100,000 คัน ชูขีดความสามารถการผลิตเต็มรูปแบบ ใช้ชิ้นส่วนไทยกว่า 50% พร้อมลุยส่งออก 10 ประเทศทั่วโลก
บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของโรงงานประกอบรถยนต์ BYD ในนิคมอุตสาหกรรม WHA จังหวัดระยอง ด้วยการประกอบรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) สะสมครบ '100,000 คัน'
โดยรถคันประวัติศาสตร์ที่ 100,000 คือรุ่น BYD ATTO 3 หลังจากที่เริ่มส่งมอบ BYD DOLPHIN เป็นรถยนต์คันแรกของโรงงานเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา
โรงงาน BYD จ.ระยอง ถือเป็นโรงงานประกอบรถยนต์นั่งแห่งแรกของ BYD ที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีน ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 35,000 ล้านบาท บนพื้นที่เกือบ 1 ล้านตารางเมตร มีกำลังการผลิตสูงสุด 150,000 คันต่อปี โดยเน้นการผลิตจริงตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำ ไม่ใช่เพียงนำชิ้นส่วนเข้ามาประกอบ
ด้วยกระบวนการผลิตที่ครบถ้วน ทำให้รถยนต์พลังงานใหม่ทั้ง 5 รุ่นที่ผลิตจากโรงงานระยอง ได้แก่ BYD DOLPHIN, BYD ATTO 3, BYD SEAL 5 DM-i, BYD SEALION 5 DM-i และ BYD SEALION 6 DM-i ได้รับการรับรองตราสัญลักษณ์ Made in Thailand (MiT) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่คนไทยควรรู้คือการสร้างงานและการกระจายรายได้ในประเทศ โดยโรงงาน BYD ได้สร้างอาชีพให้แรงงานไทยมากกว่า 6,000 อัตรา ซึ่งมีสัดส่วนเป็นพนักงานสัญชาติไทยสูงถึง 95% ในแผนกเชื่อมมีแรงงานไทย 98% และแผนกสายไฟสูงถึง 99.3%
นอกจากนี้ BYD ยังดำเนินนโยบายพัฒนาบุคลากรคนไทยในระดับหัวหน้าและวิศวกร เพื่อเตรียมความพร้อมก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งระดับผู้จัดการโรงงานในอนาคต
ในด้านห่วงโซ่อุปทาน โรงงานใช้ชิ้นส่วนในประเทศรวมแล้วกว่า 50%โดยร่วมมือกับผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายชิ้นส่วนในไทยกว่า 266 ราย (เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ 125 ราย) และผ่านการรับรองมาตรฐาน TAI แล้วกว่า 1,090 รายการ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทยในระยะยาว
โรงงานในไทยไม่ได้ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นฐานการส่งออกไปยังกว่า 10 ประเทศ ในภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ ออสเตรเลีย และยุโรปโดยในช่วงครึ่งแรกของปีมียอดส่งออกสะสมกว่า 24,000 คัน คิดเป็นสัดส่วนถึง 40% ของการผลิตทั้งหมด
สำหรับผู้บริโภคชาวไทย BYD ได้เพิ่มการผลิตรถยนต์เทคโนโลยี DM-i (Plug-in Hybrid) เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม หรือผู้ที่ยังไม่สะดวกเรื่องสถานีชาร์จไฟ
โดยระบบ DM-i สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 80-150+ กิโลเมตรสำหรับใช้ชีวิตประจำวัน และสลับใช้น้ำมันเดินทางไกลได้ ซึ่งปัจจุบันโรงงานมีสัดส่วนการผลิตระหว่าง BEV และ HEV/PHEV อยู่ที่ 70% ต่อ 30% และมีแนวโน้มเพิ่มสัดส่วนรถยนต์ไฮบริดมากขึ้นตามความต้องการของตลาด
พร้อมกันนี้ BYD และกลุ่มธุรกิจเรเว่ ได้เน้นย้ำถึงมาตรฐานการผลิตเดียวกันทั่วโลก การจัดการสิ่งแวดล้อมและการเตรียมระบบรีไซเคิลแบตเตอรี่ Blade Battery เพื่อทำ Energy Storage รวมไปถึงความพร้อมในการให้บริการผ่านเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการ BYD และ DENZA รวม 171 สาขาทั่วประเทศ