Spring News

เบื้องลึกศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ บิ๊กตู่ VS ธรรมนัส ใครหักเหลี่ยมใคร ?

08 ก.ย. 2564 เวลา 18:47 น.

อภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านมา เป็นการหักเหลี่ยมเฉือนคมที่ว่ากันว่า เป็นศึกของคนกันเอง ที่สู้กันมันหยดจนถึงวินาทีสุดท้าย ก่อนบิ๊กตู่พลิกเกมได้อยู่ต่อ

จบไปแล้วสำหรับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ผลพ่วงที่ตามมา ก็คาดว่าจะสั่นสะเทือนวงการการเมืองไทยไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะรอยร้าวระหว่างบิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ

เป็นการหักเหลี่ยมเฉือนคม ที่เกมพลิกไปพลิกมา โดยช็อตต่อไปที่ต้องจับตา นั่นก็คือจะส่งผลกระทบไปยังการโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 ในวันที่ 10 กันยายนนี้ หรือไม่ ?

บิ๊กตู่

โดดเดี่ยวบิ๊กตู่

ก่อนศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเริ่มขึ้น ประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทย ถูกยกให้เป็นตัวแปรสำคัญ ที่อาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในสภา

แต่พอการอภิปรายฯ ดำเนินไป ไฮไลต์กลับไปอยู่ที่พรรคพลังประชารัฐ และภาพก็ค่อยๆ ชัดเจนขึ้นว่า งานนี้เป็นการหักเหลี่ยมเฉือนคมของคนกันเอง ซึ่งบรรยากาศในสภา น่าจะสร้างความเหน็บหนาวให้บิ๊กตู่ไม่ใช่น้อย

เพราะแทบไม่มี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ทำหน้าที่ประท้วงตัดเกมให้ดังการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านๆ มา และนี่น่าจะเป็นการตอกย้ำกระแสข่าวที่ว่า มีความพยายามโค่นบิ๊กตู่ผ่านการโหวตไม่ไว้วางใจ โดยการวางหมากของใครบางคน

ธรรมนัส

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

การแก้เกมของบิ๊กตู่

ดูตามรูปเกมแล้ว ช่วงแรกๆ ฝ่ายที่ต้องการโค่นบิ๊กตู่มีแต้มเป็นต่อกว่ามาก และหากไม่ดำเนินการใดๆ โอกาสที่บิ๊กตู่จะถูกสอยคาสภา ก็มีสูงลิ่ว

แต่ตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกมเริ่มพลิก นั่นก็คือการย้ายข้างของนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง จากกลุ่ม 4 ช. ที่มี ร.อ.ธรรมนัส เป็นแกนนำ มาอยู่ข้างบิ๊กตู่

เพราะนอกจากจะได้สรรพกำลังเพิ่มแล้ว ยังเท่ากับตัดกำลังในฝั่งของ ร.อ.ธรรมนัส ไปในตัว รวมถึงได้ข้อมูลต่างๆ อีกเพียบ ฉะนั้นแล้วการเข้าพบบิ๊กป้อม และแกนนำของพรรคพลังประชารัฐ ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อฯ ก่อนการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ 1 วัน  บิ๊กตู่จึงไม่ได้เข้าไปแบบมือเปล่าๆ

สภา

เกมพลิก บิ๊กตู่ได้ไปต่อ

ในการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ แม้พวกอาจจะน้อยกว่า แต่บิ๊กตู่ก็มีไพ่ใบสุดท้ายในมืออยู่ นั่นก็คือยุบสภา ซึ่งตรงนี้ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ฝั่งตรงข้ามต้องคิดหนัก หากไม่ต้องการให้เกิดการเลือกตั้งใหม่ในช่วงที่ตัวเองยังไม่พร้อม ฉะนั้นเกมที่วางไว้น่าจะเพื่อกดดันให้บิ๊กตู่ต้องยอมลาออกซะมากกว่า

แต่เมื่อท่าทีของบิ๊กตู่ คือพร้อมจะสู้ ประกอบกับผู้มากบารมีอย่างบิ๊กป้อม ที่ทั้งสองฝั่งเคารพรัก อาจส่งสัญญาณให้ถอย การเจรจาจึงจบลงตรงที่บิ๊กตู่ได้อยู่ต่อ

เมื่อเกมพลิกมาในรูปแบบนี้ ธรรมนัสกับพวกก็อยู่ยาก เพราะหลังศึกอภิปรายฯ ผ่านพ้นไป เกมจะกลับมาอยู่ในมือบิ๊กตู่แบบเต็มๆ

สภา

สิ่งที่ต้องจับตา โหวตแก้รัฐธรรมนูญวาระที่ 3

ช็อตแรกที่ใกล้ที่สุด ก็คือการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระที่ 3 ในการเปลี่ยนบัตรเลือกตั้งจาก 1 ใบ เป็น 2 ใบ ที่ตอนแรกคาดว่าน่าจะผ่านไปได้อย่างฉลุย เพราะฝั่งพลังประชารัฐ ออกโรงเป็นตัวตั้งตัวตี

แต่การเปลี่ยนระบบบัตรเลือกตั้ง เป็นเกมที่ว่ากันว่า ร.อ.ธรรมนัส ในฐานะเลขาธิการพรรค ได้ปูทางไว้ เพื่อให้พลังประชารัฐ ยังคงเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล หลังศึกเลือกตั้งครั้งต่อไป

แต่เมื่อสถานการณ์พลิกผัน และเกมนี้มีเงื่อนไขว่า ส.ว. 1 ใน 3 หรือประมาณ 84 คนขึ้นไป ต้องโหวตให้ด้วย ประกอบกับบิ๊กตู่ก็ไม่ได้มีท่าทีชื่นชอบแนวทางนี้นัก เพราะมีความเสี่ยงสูง ที่อาจเข้าทางพรรคเพื่อไทย ให้สร้างปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ ขน ส.ส. เข้าสภาเกินกว่าครึ่ง

ญัตติการแก้รัฐธรรมนูญ เปลี่ยนระบบบัตรเลือกตั้ง ที่คาดว่าผ่านฉลุย ชั่วโมงนี้... ก็ไม่แน่ซะแล้ว

ธรรมนัส

การปรับ ครม.

เกมระหว่างทั้งสองยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะคาดว่า หลังจากโหวตแก้รัฐธรรมนูญ สิ่งที่จะตามมาในระยะเวลาอันใกล้ ก็คือการปรับ ครม.

ซึ่งคาดว่า สันติ พร้อมพัฒน์ จะได้ขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการในกระทรวงเกรดเอ สักที แต่ฝั่ง 4 ช. นี่ซิ ที่ตอนนี้เหลือ 3 ช. ได้แก่ ร.อ.ธรรมนัส , วิรัช รัตนเศรษฐ และ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ อาจจะอยู่ยาก ด้วยโทษฐานทำให้บิ๊กตู่ตกที่นั่งลำบาก

ศึกครั้งนี้ ที่บิ๊กตู่สามารถพลิกสถานการณ์จากที่เพลี้ยพล้ำ กลายเป็นได้ไปต่อ (แม้คะแนนโหวตรองบ๊วย) ก็สะท้อนให้เห็นถึงวิทยายุทธ์ทางการเมืองที่แกร่งกล้าขึ้น

ส่วนวิทยายุทธ์ในการบริหารประเทศ ก็อย่างที่เราเห็นๆ ฉะนั้นแล้วไม่ว่าใครจะแพ้ ใครจะชนะ หากไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ประชาชนตาดำๆ ก็คงต้องทนชอกช้ำ และเจ็บปวดกันต่อไป  

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด