svasdssvasds

ทำไม Sinners หนังแวมไพร์ ชิงฯ ออสการ์มากที่สุด เพราะเรื่องนี้ เป็นมากกว่าแค่หนังผี

ทำไม Sinners หนังแวมไพร์ ชิงฯ ออสการ์มากที่สุด เพราะเรื่องนี้ เป็นมากกว่าแค่หนังผี

"Sinners": เมื่อหนังแวมไพร์ทุบสถิติโลก - สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ชิงรางวัลบนเวทีออสการ์มากที่สุดแบบที่ไม่เคยมีเรื่องไหนทำได้

ในประวัติศาสตร์ 97 ปีของสถาบันศิลปะและวิชาการทางภาพยนตร์ (The Academy) หรือที่เราเรียกกันว่า ออสการ์  ภาพยนตร์แนวสยองขวัญมักถูกมองข้ามและจัดอยู่ในสถานะ "เด็กหลังห้อง" ที่ถูกมองข้ามมาโดยตลอด แต่ปีนี้กฎเกณฑ์เหล่านั้นได้ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิงด้วยการมาถึงของ ภาพยนตร์ "Sinners"

ภาพยนตร์ "Sinners" ผลงานระทึกขวัญแวมไพร์เหนือธรรมชาติของผู้กำกับ ไรอัน คูเกลอร์ ไม่เพียงแค่ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ แต่ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการกวาดรายชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สูงสุดถึง 16 สาขา ทุบสถิติเดิมที่ 14 สาขา ซึ่งเคยครองร่วมกันโดยตำนานอย่าง All About Eve (1950), Titanic (1997) และ La La Land (2016)

คำถามสำคัญคือ แล้วทำไมภาพยนตร์เกี่ยวกับแวมไพร์เรื่องนี้ ถึงสามารถก้าวข้ามกำแพงมาตรฐานของฮอลลีวูด และสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ได้ ?

ทำไม Sinners หนังแวมไพร์ ชิงฯ ออสการ์มากที่สุด เพราะเรื่องนี้ เป็นมากกว่าแค่หนังผี Credit ภาพ AFP

มากกว่าแค่ "หนังผี": ส่วนผสมที่ลงตัวของความสยองขวัญรวมกับประวัติศาสตร์

ความสำเร็จของ Sinners ไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ เพราะแม้หน้าหนังจะเป็นเรื่องราวของแวมไพร์ แต่เนื้อในนั้น "เป็นมากกว่าแค่หนังผี"

ภาพยนตร์ Sinners เล่าเรื่องราวในช่วงทศวรรษ 1930 ณ รัฐมิสซิสซิปปี ผ่านตัวละครฝาแฝด (รับบทโดย ไมเคิล บี. จอร์แดน ทั้งสองบทบาท) ที่กลับมาเปิดบาร์จู้กจอยท์ (Juke joint) แต่ต้องเผชิญหน้ากับทั้งความเกลียดชังทางเชื้อชาติและฝูงแวมไพร์กระหายเลือด

จุดแข็งที่ทำให้ Sinners เข้าไปนั่งในใจกรรมการออสการ์คือ 'ส่วนผสมที่สมบูรณ์แบบ' ระหว่างความบันเทิงและสาระอันหนักแน่น

ทำไม Sinners หนังแวมไพร์ ชิงฯ ออสการ์มากที่สุด เพราะเรื่องนี้ เป็นมากกว่าแค่หนังผี

นี่หนังระทึกขวัญแนวล้างแค้น ที่ผสานการเดินทางผ่านดนตรีอันเซ็กซี่และเสเพล เพื่อสะท้อนปัญหาสีผิวในอเมริกา การต่อสู้ระหว่างความดีและความชั่ว และการไถ่บาป"  ไม่มีใครคาดคิดว่าว่าการนำแวมไพร์, กลุ่ม KKK, ตำนานพื้นบ้านลุ่มแม่น้ำมิสซิสซิปปี และประวัติศาสตร์เพลงบลูส์มามัดรวมกัน จะออกมางดงามและทรงพลังแบบนี้

การที่ Sinners เข้าชิงรางวัลใหญ่ครบทุกด้าน ทั้งภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับ, บทภาพยนตร์ และทีมนักแสดง สะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์กำลังโหยหาความสดใหม่ (Originality) ในยุคที่โรงภาพยนตร์เต็มไปด้วยภาคต่อ
 

คู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อและการเมืองในวงการหนัง 

แม้ Sinners จะนำโด่งด้วย 16 สาขา แต่การชิงออสการ์ครั้งนี้ยังไม่จบง่ายๆ เมื่อต้องเจอกับคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง "One Battle After Another" ของผู้กำกับชั้นยอด พอล โทมัส แอนเดอร์สัน ที่ตามมาติดๆ ด้วยการเข้าชิง 13 สาขา

หาก Sinners คือตัวแทนของการสะท้อนบาดแผลในอดีตผ่านเลนส์แฟนตาซี One Battle After Another คือกระจกสะท้อนความวุ่นวายทางการเมืองในยุคปัจจุบัน นำแสดงโดย ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ในบทนักปฏิวัติ ซึ่งหนังเรื่องนี้ถูกมองว่าเป็น "ตัวเต็ง" ที่อาจปาดหน้าคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปครอง
.
สิ่งที่น่าสนใจคือ ทั้งสองเรื่องล้วนอยู่ภายใต้ชายคาของ Warner Bros. สตูดิโอที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านและอาจถูกขายกิจการ (โดยมี Netflix เป็นหนึ่งในผู้สนใจ) ความสำเร็จของหนังทั้งสองเรื่องที่มีความเสี่ยงสูง—เรื่องหนึ่งเป็นหนังสยองขวัญพีเรียด อีกเรื่องเป็นหนังการเมืองยาวเหยียด จึงเป็นชัยชนะของผู้บริหารที่กล้า "เดิมพัน" กับความคิดสร้างสรรค์มากกว่าสูตรสำเร็จ

สถิติที่น่าสนใจและผู้ถูกลืม 

การประกาศผลรางวัลครั้งนี้ยังมาพร้อมสถิติที่น่าจดจำและเรื่องช็อกวงการ:

ทิโมธี ชาลาเมต์ ในวัย 30 ปี สร้างสถิติเป็นนักแสดงชายที่อายุน้อยที่สุดนับตั้งแต่ มาร์ลอน แบรนโด ที่ได้เข้าชิงออสการ์ถึง 3 ครั้ง จากบทบาทใน Marty Supreme
ความหวังจากอังกฤษ: ทีมนักแสดงจาก Sinners อย่าง เดลรอย ลินโด และ วุนมี โมซากู ได้เข้าชิงในสาขาสมทบชายและหญิงตามลำดับ
เรื่องช็อก: ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง Wicked: For Good และนักแสดงนำอย่าง อะรีอานา กรานเด หลุดโผเข้าชิงทุกสาขา ในขณะที่ พอล เมสคัล จาก Hamnet ก็พลาดการเข้าชิงอย่างน่าเสียดาย แม้เจสซี บัคลีย์ เพื่อนร่วมจอจะเป็นตัวเต็งนักแสดงนำหญิงก็ตาม

ปริมาณอาจไม่ใช่เครื่องตัดสิน

แม้ Sinners จะสร้างประวัติศาสตร์ด้วยตัวเลข 16 สาขา แต่สถิติในอดีตเตือนเราว่า "ผู้เข้าชิงสูงสุด ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ชนะเสมอไป" ในช่วง 21 ปีที่ผ่านมา มีภาพยนตร์ที่เข้าชิงสูงสุดเพียง 6 เรื่องเท่านั้นที่คว้าถ้วยรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปครองได้จริง

วันที่ 15 มีนาคมนี้ จะเป็นวันตัดสินว่า Sinners จะสามารถเปลี่ยนจาก "ผู้ท้าชิงประวัติศาสตร์" ให้กลายเป็น "ผู้ชนะตำนาน" ได้หรือไม่ หรือจะเป็นเพียงอีกหนึ่งหน้าบันทึกที่ย้ำเตือนว่า หนังสยองขวัญยังคงมีเพดานที่มองไม่เห็นกั้นอยู่บนเวทีออสการ์

 ทำเนียบภาพยนตร์ที่เข้าชิงออสการ์สูงสุดในประวัติศาสตร์
เพื่อพิจารณาความยิ่งใหญ่ของสถิติใหม่ที่เกิดขึ้น BBC ได้รวบรวมสถิติภาพยนตร์ที่เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงสูงสุดในอดีต เปรียบเทียบกับปีปัจจุบัน ดังนี้:

สถิติเข้าชิงฯออสการ์สูงสุดตลอดกาล 

16 สาขา: Sinners (2026)

เจ้าของสถิติเดิม (14 สาขา):  All About Eve (1950) , Titanic (1997) ,  La La Land (2016)

ภาพยนตร์เด่นในปี 2026 ในการเข้าชิงฯออสการ์ :
13 สาขา: One Battle After Another
9 สาขา: Marty Supreme
9 สาขา: Frankenstein
9 สาขา: Sentimental Value
8 สาขา: Hamnet

ที่มา : theguardian nytimes bbc screendaily

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

related