
SHORT CUT
Gen Z หวนหาโลกอนาล็อก ลดความล้าจากแจ้งเตือนงานคนทำงานรุ่นมิลเลนเนียลและ Gen Z ในสหรัฐฯ เริ่มกลับมาใช้อุปกรณ์สำนักงานแบบดั้งเดิมแทนเครื่องมือดิจิทัล หลังเหนื่อยล้าจากการแจ้งเตือนที่ถาโถม พบ 56% ชอบทิ้ง โน้ตบนกระดาษโพสต์-อิทให้เพื่อนร่วมงานมากกว่าส่งข้อความ
ในกลุ่มคนทำงานออฟฟิศชาวอเมริกันรุ่นมิลเลนเนียลและ Gen Z กำลังเกิดกระแสหวนกลับมาใช้เครื่องมือแบบอนาล็อก เช่น การใช้โพสต์-อิท (Post-it) กระดาษโน้ตแบบติดแถบกาวในตัวกันมากขึ้น หลังคนรุ่นใหม่รู้สึกเหนื่อยล้าจากการแจ้งเตือนเรื่องงานที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน ทำให้บางส่วนหันมาใช้การจดบันทึกด้วยลายมือ และรายการงานบนกระดาษเพื่อจัดการงานแทนเครื่องมือดิจิทัล คนทำงานรุ่นใหม่บางส่วนยังนำเครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงานมาตกแต่งโต๊ะทำงาน เพื่อสะท้อนรสนิยมและบุคลิกของตัวเองอีกทาง
ก่อนหน้านี้ Business Insider สำนักข่าวธุรกิจสหรัฐฯ เพิ่งรายงานถึงปรากฏการณ์ที่เครื่องใช้สำนักงานแบบอนาล็อกกลับมาได้รับความสนใจในกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ ในบทความที่ชื่อว่า ว่า “กลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนียลและ Gen Z กำลังนำปากกาและกระดาษกลับมาสู่สำนักงาน (Millennials & Gen Z Are Bringing Pens and Paper Back to the Office)
รายงานระบุว่า คนทำงานวัยมิลเลนเนียลและ Gen Z กำลังกลับมาใช้เครื่องมือที่ไม่พึ่งพาเทคโนโลยี ซึ่งแตกต่างอย่างชัดเจนจากเทคโนโลยีล้ำสมัยในปัจจุบัน โดยยกตัวอย่างตั้งแต่สมุดบันทึกคุณภาพสูง แผ่นรองโต๊ะสีสันสดใส การจดบันทึกด้วยลายมือ ไปจนถึงกระดาษโน้ตโพสต์-อิท
ผลสำรวจที่จัดทำโดย Quill บริษัทจัดจำหน่ายอุปกรณ์สำนักงาน เมื่อเดือนที่ผ่านมา พบว่า 94% ของพนักงานออฟฟิศในรุ่นมิลเลนเนียลและ Gen Z ระบุว่า รู้สึกพึงพอใจกับการทำเครื่องหมายว่างานเสร็จแล้วด้วยการขีดฆ่าหรือลบรายการบนกระดาษจริง ๆ มากกว่าการกดทำเครื่องหมายว่างานเสร็จสิ้นบนอุปกรณ์ดิจิทัล
นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามราว 1 ใน 3 ยังระบุว่า ต้องการทำงานด้วยวิธีอนาล็อก เนื่องจากต้องเผชิญกับการแจ้งเตือนอย่างต่อเนื่องจาก โปรแกรมสื่อสาร อย่าง Slack, อีเมล และบริการส่งข้อความอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ
กิล แกรนด์บัวส์ (Gil Grandbois) ซีอีโอของ Quill กล่าวว่า คนรุ่นมิลเลนเนียลและ Gen Z มีแนวโน้มที่จะจดบันทึกส่วนตัวหรือจดโน้ตด้วยลายมือระหว่างการประชุม มากกว่าคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ถึง 2 เท่า
ในบรรดาเครื่องมืออนาล็อกเหล่านี้ คนรุ่นใหม่แสดงความชื่นชอบกระดาษโน้ตโพสต์-อิทเป็นพิเศษ โดย 56% ของพนักงานออฟฟิศรุ่นมิลเลนเนียลและ Gen Z ระบุว่า ชอบเขียนข้อความทิ้งไว้บนโพสต์-อิทให้เพื่อนร่วมงานมากกว่าการส่งข้อความโดยตรงผ่านช่องทางดิจิทัล
เจสซี เรย์ (Jessie Ray) ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล ก็ยกให้โพสต์-อิทเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำนักงานชิ้นโปรดเช่นกัน โดยระบุว่า แทนที่จะบันทึกทุกอย่างลงใน Google Docs เธอเลือกที่จะจดบันทึกรายละเอียดการประชุม และติดโน้ตข้อความเตือนความจำเกี่ยวกับงานไว้ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยโพสต์-อิทแทน
นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า การเขียนด้วยมือช่วยให้มีสมาธิจดจ่อและจดจำข้อมูลได้ง่ายกว่าการพิมพ์ อีกทั้งยังให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติกว่ามากเมื่อเทียบกับการต้องคอยตอบโต้ให้ทันกับบทสนทนาที่ดำเนินไปผ่านแป้นพิมพ์ พร้อมมองว่า แม้อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่การได้เขียนด้วยมือถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตได้
อย่างไรก็ตาม กระแสนิยมอนาล็อกนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การนำอุปกรณ์แบบดั้งเดิมมาใช้ในการทำงานเท่านั้น แต่คนทำงานจำนวนมากยังหันมาใช้อุปกรณ์เหล่านี้เพื่อออกแบบและสร้างเอกลักษณ์ให้พื้นที่ทำงานในสไตล์ของตนเองด้วย แทนที่จะวางไว้เพียงแค่สิ่งของจำเป็นสำหรับการทำงาน บางคนกลับเลือกจัดวางของตกแต่งและเครื่องเขียนชิ้นโปรดเพื่อสะท้อนรสนิยมและตัวตน ซึ่งช่วยเปลี่ยนพื้นที่ทำงานให้กลายเป็นพื้นที่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างแท้จริง
คาลวิน ลี (Calvin Lee) พนักงานบริษัทที่ทำงานในบริษัทด้านแอนิเมชันในนครซานฟรานซิสโกของสหรัฐฯ เน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีพื้นที่ที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ของตัวเองอย่างชัดเจน โดยบอกว่า ในฐานะแฟนคลับแอนิเมชัน ตนเองรู้สึกสนุกกับการได้ตกแต่งพื้นที่ทำงานและชอบคิดหาวิธีจัดพื้นที่ทำงานให้ทั้งสามารถใช้งานได้จริง สะดวกสบายและน่าอยู่ ขณะเดียวกันก็สามารถนำสิ่งของที่ชื่นชอบมาจัดแสดงได้ด้วย
บนโต๊ะทำงานของพนักงานรายนี้จึงมีทั้ง โพสต์-อิทลายโปเกมอน ของเล่นคลายเครียดจากค่ายมาร์เวลและแล็ปท็อปที่เต็มไปด้วยสติกเกอร์ นอกจากนี้ยังมีของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ลิปบาล์มและยาหยอดตา พร้อมทิ้งท้ายว่า เป็นเรื่องน่าสนุกกับการได้เห็นว่าเพื่อนพนักงานแต่ละคนเลือกตกแต่งพื้นที่ของตัวเองอย่างไร
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ปรากฏการณ์นี้ว่าเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ให้เห็นว่าคนรุ่นมิลเลนเนียลและ Gen Z กำลังขยับออกจากรูปแบบการทำงานที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด และหันมาเลือกใช้วิธีการทำงานที่ปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับความชอบส่วนบุคคล บุคลิก และรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคนมากขึ้น
ที่มา: The Asia Business Daily
https://www.asiae.co.kr/en/article/2026081115434986776
Credit ภาพ: Reuters & Unsplash