Catch Me If You Can ความแพรวพราว ของม็อบคนรุ่นใหม่

21 ก.ย. 2563 เวลา 12:57 น.

ยุทธวิธีการชุมนุมของม็อบคนรุ่นใหม่ ซึ่งแตกต่างจากม็อบที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะสร้างความหนักใจให้กับฝ่ายรัฐ ในการจับให้ได้ หรือไล่ให้ทัน

การชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่ท้องสนามหลวง วันที่ 19 - 20 กันยายน ก็สร้างทั้งความโล่งใจ และหนักใจให้กับรัฐบาล 

สิ่งที่ทำให้รัฐบาลโล่งใจก็คือ ไม่มีการเคลื่อนม็อบไปทำเนียบฯ หรือสถานที่อื่นๆ ตามที่ฝ่ายความมั่นคงกังวล 

โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ส่งตัวแทนยื่นหนังสือข้อเรียกร้อง ซึ่ง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เป็นตัวแทนรับมอบ

ตัดเงื่อนไขที่อาจจะนำไปสู่ความรุนแรง หรือถ้ามีการแทรกแซงจากมือที่สาม ก็จะทำให้ยากลำบากในการควบคุมสถานการณ์ 

ถึงกระนั้นก็ตามที แม้การชุมนุมครั้งนี้จะไม่ยืดยื้อ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงยุทธวิธีที่แตกต่างจากม็อบที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นม็อบพันธมิตรฯ , ม็อบ นปช. และม็อบ กปปส. 

ซึ่งแม้ว่ากว่าสิบปีมานี้ ประเทศไทยจะมีม็อบหลายหน แต่รูปแบบและยุทธวิธีไม่ได้แตกต่างกันนัก จึงไม่ใช่เรื่องยากที่ฝ่ายความมั่นคงจะวิเคราะห์ ประเมิน ตั้งรับ และจับทางได้ 

แต่สำหรับม็อบคนรุ่นใหม่ที่รัฐบาลกำลังเผชิญอยู่ จะเป็นการทำงานร่วมกันของหลายเครือข่าย ที่สลับผลัดเปลี่ยนกันเป็นแกนนำ

ยุทธวิธีการชุมนุมของม็อบคนรุ่นใหม่ ซึ่งแตกต่างจากม็อบที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะสร้างความหนักใจให้กับฝ่ายรัฐ ในการจับให้ได้ หรือไล่ให้ทัน

หากนับเฉพาะอีเวนต์ใหญ่ๆ ก็เริ่มตั้งแต่ “ม็อบเยาวชนปลดแอก” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ที่กลุ่มเยาวชนปลดแอก หรือคณะประชาชนปลดแอก เป็นแม่งาน ทำให้ “ชูสามนิ้ว” กลายเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการต่อต้านรัฐบาล ที่โดดเด่นขึ้นมาอีกครั้ง   

“เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ซึ่งระบุว่าแม่งานคือ กลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย กับกลุ่มมอกะเสด ที่นำธีมแฮร์รี พอตเตอร์ มาเรียกความสนใจจากคนรุ่นใหม่ได้ไม่น้อย 

“ม็อบธรรมศาสตร์จะไม่ทน" ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม จัดโดยกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่มีการยกระดับข้อเรียกร้อง ไปยังประเด็นอ่อนไหวในสังคมไทย 

“ม็อบประชาชนปลดแอก” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันที่ 16 สิงหาคม จัดโดยคณะประชาชนปลดแอก โฟกัสที่การโจมตีรัฐบาลเป็นหลัก ก่อนจะปิดอีเวนต์ ด้วยการที่แกนนำเดินทางไปยัง สน.สำราญราษฎร์  

กระทั่งมาถึงการชุมนุม “19 กันยา ทวงคืนอํานาจราษฎร” จัดโดยกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และท้องสนามหลวง

ซึ่งมีเครือข่ายต่างๆ ร่วมด้วยช่วยกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง และเป็นข่าวดังชิงพื้นที่สื่อก่อนถึงวันงานร่วมสัปดาห์ อันเนื่องมาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีประกาศไม่ให้ใช้สถานที่ 

แต่ในที่สุด ก็สามารถจัดชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ ก่อนแกนนำจะย้ายเวทีมาที่ท้องสนามหลวง 

ยุทธวิธีการชุมนุมของม็อบคนรุ่นใหม่ ซึ่งแตกต่างจากม็อบที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะสร้างความหนักใจให้กับฝ่ายรัฐ ในการจับให้ได้ หรือไล่ให้ทัน

โดยเมื่อช่วงเช้าวันที่ 19 กันยายน ก่อนการชุมนุม น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง หนึ่งในแกนนำ ได้โพสต์รูปหมุดคณะราษฎร 2563 ซึ่งก็ก่อให้เกิดข้อสงสัยต่างๆ ตามมามากมาย 

กระทั่งช่วงค่ำๆ ของวันเดียวกัน เธอได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า จะมีการปักหมุดดังกล่าวในวันที่ 20 กันยายน ประกอบกับ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน หนึ่งในแกนนำ ได้ให้สัมภาษณ์ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน “พรุ่งนี้มีบิ๊กเซอร์ไพรส์”

ทำให้มีการคาดการณ์ว่า แกนนำอาจไม่เคลื่อนม็อบไปทำเนียบรัฐบาล ตามที่แจ้งไว้ก่อนหน้านี้ แต่อาจนำม็อบไปอีกสถานที่หนึ่งแทน

กระทั่งถึงช่วงเช้าวันที่ 20 กันยายน ก็ได้มีพิธีฝังหมุดคณะราษฎร 2563 ที่ท้องสนามหลวง ก่อนจะยื่นหนังสือข้อเรียกร้องให้กับตัวแทนฯ 

แม้โดยภาพรวม จะเป็นไปตามที่ฝ่ายความมั่นคงประเมินไว้ว่า การจัดม็อบครั้งนี้ ทางแกนนำยังไม่มีเป้าหมายให้ถึงขั้นแตกหัก แต่ก็มีหลายช็อตหลายช่วงที่การดำเนินการต่างๆ อยู่เหนือความคาดหมาย 

โดยอาศัยยุทธวิธีที่แพรวพราว ผ่านกระบวนการขบและคิดที่แหลมคม อย่างเข้าใจโลกยุคใหม่ ส่งผลให้คอนเทนต์ต่างๆ ที่นำเสนอนั้นทรงพลัง จนสามารถดึงดูดผู้ชุมนุม และทำให้อีกฝ่ายหัวหมุน ในเวลาเดียวกัน

และนี่น่าจะเป็นสิ่งที่สร้างความหนักใจให้กับรัฐบาล ในการรับมือกับม็อบคนรุ่นใหม่ครั้งต่อๆ ไป  ที่ยังไม่สามารถจับได้ไล่ทัน และกลับกลายเป็นว่า ยิ่งไล่ ยิ่งต้อน แต่ไปๆ มาๆ ตัวเองต่างหาก ที่อาจกำลังจนมุม

ยุทธวิธีการชุมนุมของม็อบคนรุ่นใหม่ ซึ่งแตกต่างจากม็อบที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะสร้างความหนักใจให้กับฝ่ายรัฐ ในการจับให้ได้ หรือไล่ให้ทัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด