ครู-นร.เตรียมอุดมฯแต่งดำ ประท้วงผอ.ย้าย 7 ครูก่อนเกษียน 2 วัน

30 ก.ย. 2563 เวลา 13:58 น.

วันนี้ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา คุณครูและนักเรียนได้มีการนัดหมายแต่งชุดดำ บอยคอตแสดงออกทางเชิงสัญลักษณ์และประกาศไม่เข้าเรียนประท้วงหลังผู้อำนวยการโรงเรียนเซ็นสั่งย้ายครู 7 ตำแหน่ง ก่อนที่จะเกษียณอายุเพียงแค่ 2 วัน และมีความไม่โปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ ครูและนักเรียนบางส่วน นำโดย ครูภราดร นาทันรีบ นายกสโมสรอาจารย์เตรียมอุดมศึกษา ได้นัดแต่งชุดดำและมารวมตัวกันที่บริเวณหน้าตึก 8 โดยนักเรียนพากันผูกโบว์สีชมพู ใส่ชุดนักเรียน ชุดพละศึกษาและเสื้อคลุมสีดำ รวมถึงนำรูปของ ดร.โสภณ กมล ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับครูที่ถูกย้าย 7 ตำแหน่งและทวงคืนความงดงามของวัฒนธรรมโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษากลับมา ซึ่งวันนี้เป็นวันเกษียณอายุของผู้อำนวยการ เหล่าครูนักเรียนบอกว่าออกมาเพื่อสาปส่งและขอทวงคืนความงดงามของโรงเรียนกลับมา โดยตัวแทนนักเรียนได้ชี้แจงข้อผิดพลาดและความไม่โปร่งใสของผู้อำนวยการ ทั้งหมด 8 ข้อ ดังนี้ 1.การเลือกวิชาเพิ่มเติมที่นำมาใช้ในการจัด เช่น ห้องเรียนวิทย์-คณิต ของชั้น ม.5 ที่ไม่มีเกณฑ์ชัดเจน นำไปสู่การจัดนักเรียนไม่เหมาะสมเช่น 1 ห้องมีนักเรียนกว่า 50 คน 2. ไม่มีความชัดเจนในการประกาศต่างๆ เช่น ประกาศตารางสอน ตารางสอบ ประกาศห้องเรียน สร้างความสับสนให้กับเด็กนักเรียน 3. ไม่สนับสนุนกิจกรรมของนักเรียน โดยการไม่อนุมัติงบประมาณให้นักเรียน 4.ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนบิดเบือน ปิดบังข้อผิดพลาดตนเอง เช่น วันรับเกรดบอกว่าวันปัจฉิมนิเทศ และไม่พูดข้อผิดพลาดตัวเอง 5.การดำเนินการลงโทษบุคลากรล่าช้า ซึ่งบุคลากรคนดังกล่าวพูดจาสร้างความเกลียดชัง ผู้ปกครองของนักเรียนยื่นเรื่องต่อ ผอ.แล้ว ไม่โดนสอบวินัย แต่ได้รับการแต่งตั้งแบบไม่เห็นหัวนักเรียน และวัฒนธรรมหรือระบบที่มีมา 6.การสร้างเว็บไซต์เรียนออนไลน์ที่มีราคาสูงแต่ไม่มีประสิทธิภาพ 7.การจัดซื้ออุโมงค์ตรวจวัดอุณหภูมิที่ราคาสูง มาไว้ที่โรงเรียน 3 เครื่อง โดยไม่มีความจำเป็น ทั้งที่มีครูเวรรอตรวจวัดอุณหภูมิให้เด็กอยู่แล้ว 8.การเรียกเก็บเงินค่าหนังสือจากนักเรียน เช่นเก็บ 1,000 บาท เมื่อคำนวนต้นทุนค่าหนังสือเพียงแค่ 800 บาท และไม่ออกใบเสร็จรับเงินให้ รวมถึงมีการจัดการที่ไม่โปร่งใส ผอ.ขาดความรู้ความเข้าใจและวัฒนธรรมคำสอน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ผอ.โสภณ กมล มีพฤติกรรมที่นำไปสู่การร้องเรียน ปปช. ในวันที่ 22 ก.ย.2563 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาตั้งเเต่ย้ายมา รร.เตรียมฯ ปลายปี 2561 การร้องเรียนด้วยการส่งเรื่องไปตามสายงาน แม้ว่าเรื่องถึง รมต.ศธ ณัฐพล มาโดยตลอด แต่ไม่มีความคืบหน้า และหลังจากถูกร้อง ปปช. มาใน1-2 วันนี้ ก่อนที่ตัวเองจะเกษียณ 30 ก.ย.2563 ผอ.โสภณ กมล ยังออกคำสั่งย้ายครูที่เห็นต่าง และอยู่ในตำแหน่ง ออกไป ให้คนของตนเองมาแทน นี่เป็นสาเหตุทำให้เด็กและครูเห็นว่าไม่มีความเป็นธรรมเพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามระบบระเบียบที่มีมานาน

วันนี้ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา คุณครูและนักเรียนได้มีการนัดหมายแต่งชุดดำ บอยคอตแสดงออกทางเชิงสัญลักษณ์และประกาศไม่เข้าเรียนประท้วงหลังผู้อำนวยการโรงเรียนเซ็นสั่งย้ายครู 7 ตำแหน่ง ก่อนที่จะเกษียณอายุเพียงแค่ 2 วัน และมีความไม่โปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ 
         ครูและนักเรียนบางส่วน นำโดย ครูภราดร นาทันรีบ นายกสโมสรอาจารย์เตรียมอุดมศึกษา ได้นัดแต่งชุดดำและมารวมตัวกันที่บริเวณหน้าตึก 8 โดยนักเรียนพากันผูกโบว์สีชมพู ใส่ชุดนักเรียน ชุดพละศึกษาและเสื้อคลุมสีดำ รวมถึงนำรูปของ ดร.โสภณ กมล ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับครูที่ถูกย้าย 7 ตำแหน่งและทวงคืนความงดงามของวัฒนธรรมโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษากลับมา ซึ่งวันนี้เป็นวันเกษียณอายุของผู้อำนวยการ เหล่าครูนักเรียนบอกว่าออกมาเพื่อสาปส่งและขอทวงคืนความงดงามของโรงเรียนกลับมา 
         โดยตัวแทนนักเรียนได้ชี้แจงข้อผิดพลาดและความไม่โปร่งใสของผู้อำนวยการ ทั้งหมด 8 ข้อ ดังนี้
 1.การเลือกวิชาเพิ่มเติมที่นำมาใช้ในการจัด เช่น ห้องเรียนวิทย์-คณิต ของชั้น ม.5 ที่ไม่มีเกณฑ์ชัดเจน  นำไปสู่การจัดนักเรียนไม่เหมาะสมเช่น 1 ห้องมีนักเรียนกว่า 50 คน
 2. ไม่มีความชัดเจนในการประกาศต่างๆ เช่น ประกาศตารางสอน ตารางสอบ ประกาศห้องเรียน สร้างความสับสนให้กับเด็กนักเรียน
3. ไม่สนับสนุนกิจกรรมของนักเรียน โดยการไม่อนุมัติงบประมาณให้นักเรียน
 4.ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนบิดเบือน ปิดบังข้อผิดพลาดตนเอง  เช่น วันรับเกรดบอกว่าวันปัจฉิมนิเทศ และไม่พูดข้อผิดพลาดตัวเอง
5.การดำเนินการลงโทษบุคลากรล่าช้า  ซึ่งบุคลากรคนดังกล่าวพูดจาสร้างความเกลียดชัง ผู้ปกครองของนักเรียนยื่นเรื่องต่อ ผอ.แล้ว ไม่โดนสอบวินัย  แต่ได้รับการแต่งตั้งแบบไม่เห็นหัวนักเรียน และวัฒนธรรมหรือระบบที่มีมา
6.การสร้างเว็บไซต์เรียนออนไลน์ที่มีราคาสูงแต่ไม่มีประสิทธิภาพ
7.การจัดซื้ออุโมงค์ตรวจวัดอุณหภูมิที่ราคาสูง มาไว้ที่โรงเรียน 3 เครื่อง โดยไม่มีความจำเป็น ทั้งที่มีครูเวรรอตรวจวัดอุณหภูมิให้เด็กอยู่แล้ว
8.การเรียกเก็บเงินค่าหนังสือจากนักเรียน เช่นเก็บ 1,000 บาท เมื่อคำนวนต้นทุนค่าหนังสือเพียงแค่ 800 บาท และไม่ออกใบเสร็จรับเงินให้ รวมถึงมีการจัดการที่ไม่โปร่งใส
ผอ.ขาดความรู้ความเข้าใจและวัฒนธรรมคำสอน

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ก่อนหน้านี้ ผอ.โสภณ กมล  มีพฤติกรรมที่นำไปสู่การร้องเรียน ปปช. ในวันที่ 22 ก.ย.2563 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาตั้งเเต่ย้ายมา รร.เตรียมฯ ปลายปี 2561 การร้องเรียนด้วยการส่งเรื่องไปตามสายงาน แม้ว่าเรื่องถึง รมต.ศธ ณัฐพล มาโดยตลอด แต่ไม่มีความคืบหน้า และหลังจากถูกร้อง ปปช. มาใน1-2 วันนี้ ก่อนที่ตัวเองจะเกษียณ 30 ก.ย.2563 ผอ.โสภณ กมล ยังออกคำสั่งย้ายครูที่เห็นต่าง และอยู่ในตำแหน่ง ออกไป ให้คนของตนเองมาแทน นี่เป็นสาเหตุทำให้เด็กและครูเห็นว่าไม่มีความเป็นธรรมเพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามระบบระเบียบที่มีมานาน วันนี้ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา คุณครูและนักเรียนได้มีการนัดหมายแต่งชุดดำ บอยคอตแสดงออกทางเชิงสัญลักษณ์และประกาศไม่เข้าเรียนประท้วงหลังผู้อำนวยการโรงเรียนเซ็นสั่งย้ายครู 7 ตำแหน่ง ก่อนที่จะเกษียณอายุเพียงแค่ 2 วัน และมีความไม่โปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ 
         ครูและนักเรียนบางส่วน นำโดย ครูภราดร นาทันรีบ นายกสโมสรอาจารย์เตรียมอุดมศึกษา ได้นัดแต่งชุดดำและมารวมตัวกันที่บริเวณหน้าตึก 8 โดยนักเรียนพากันผูกโบว์สีชมพู ใส่ชุดนักเรียน ชุดพละศึกษาและเสื้อคลุมสีดำ รวมถึงนำรูปของ ดร.โสภณ กมล ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับครูที่ถูกย้าย 7 ตำแหน่งและทวงคืนความงดงามของวัฒนธรรมโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษากลับมา ซึ่งวันนี้เป็นวันเกษียณอายุของผู้อำนวยการ เหล่าครูนักเรียนบอกว่าออกมาเพื่อสาปส่งและขอทวงคืนความงดงามของโรงเรียนกลับมา 
         โดยตัวแทนนักเรียนได้ชี้แจงข้อผิดพลาดและความไม่โปร่งใสของผู้อำนวยการ ทั้งหมด 8 ข้อ ดังนี้
 1.การเลือกวิชาเพิ่มเติมที่นำมาใช้ในการจัด เช่น ห้องเรียนวิทย์-คณิต ของชั้น ม.5 ที่ไม่มีเกณฑ์ชัดเจน  นำไปสู่การจัดนักเรียนไม่เหมาะสมเช่น 1 ห้องมีนักเรียนกว่า 50 คน
 2. ไม่มีความชัดเจนในการประกาศต่างๆ เช่น ประกาศตารางสอน ตารางสอบ ประกาศห้องเรียน สร้างความสับสนให้กับเด็กนักเรียน
3. ไม่สนับสนุนกิจกรรมของนักเรียน โดยการไม่อนุมัติงบประมาณให้นักเรียน
 4.ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนบิดเบือน ปิดบังข้อผิดพลาดตนเอง  เช่น วันรับเกรดบอกว่าวันปัจฉิมนิเทศ และไม่พูดข้อผิดพลาดตัวเอง
5.การดำเนินการลงโทษบุคลากรล่าช้า  ซึ่งบุคลากรคนดังกล่าวพูดจาสร้างความเกลียดชัง ผู้ปกครองของนักเรียนยื่นเรื่องต่อ ผอ.แล้ว ไม่โดนสอบวินัย  แต่ได้รับการแต่งตั้งแบบไม่เห็นหัวนักเรียน และวัฒนธรรมหรือระบบที่มีมา
6.การสร้างเว็บไซต์เรียนออนไลน์ที่มีราคาสูงแต่ไม่มีประสิทธิภาพ
7.การจัดซื้ออุโมงค์ตรวจวัดอุณหภูมิที่ราคาสูง มาไว้ที่โรงเรียน 3 เครื่อง โดยไม่มีความจำเป็น ทั้งที่มีครูเวรรอตรวจวัดอุณหภูมิให้เด็กอยู่แล้ว
8.การเรียกเก็บเงินค่าหนังสือจากนักเรียน เช่นเก็บ 1,000 บาท เมื่อคำนวนต้นทุนค่าหนังสือเพียงแค่ 800 บาท และไม่ออกใบเสร็จรับเงินให้ รวมถึงมีการจัดการที่ไม่โปร่งใส
ผอ.ขาดความรู้ความเข้าใจและวัฒนธรรมคำสอน

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ก่อนหน้านี้ ผอ.โสภณ กมล  มีพฤติกรรมที่นำไปสู่การร้องเรียน ปปช. ในวันที่ 22 ก.ย.2563 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาตั้งเเต่ย้ายมา รร.เตรียมฯ ปลายปี 2561 การร้องเรียนด้วยการส่งเรื่องไปตามสายงาน แม้ว่าเรื่องถึง รมต.ศธ ณัฐพล มาโดยตลอด แต่ไม่มีความคืบหน้า และหลังจากถูกร้อง ปปช. มาใน1-2 วันนี้ ก่อนที่ตัวเองจะเกษียณ 30 ก.ย.2563 ผอ.โสภณ กมล ยังออกคำสั่งย้ายครูที่เห็นต่าง และอยู่ในตำแหน่ง ออกไป ให้คนของตนเองมาแทน นี่เป็นสาเหตุทำให้เด็กและครูเห็นว่าไม่มีความเป็นธรรมเพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามระบบระเบียบที่มีมานาน

วันนี้ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา คุณครูและนักเรียนได้มีการนัดหมายแต่งชุดดำ บอยคอตแสดงออกทางเชิงสัญลักษณ์และประกาศไม่เข้าเรียนประท้วงหลังผู้อำนวยการโรงเรียนเซ็นสั่งย้ายครู 7 ตำแหน่ง ก่อนที่จะเกษียณอายุเพียงแค่ 2 วัน และมีความไม่โปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ 
         ครูและนักเรียนบางส่วน นำโดย ครูภราดร นาทันรีบ นายกสโมสรอาจารย์เตรียมอุดมศึกษา ได้นัดแต่งชุดดำและมารวมตัวกันที่บริเวณหน้าตึก 8 โดยนักเรียนพากันผูกโบว์สีชมพู ใส่ชุดนักเรียน ชุดพละศึกษาและเสื้อคลุมสีดำ รวมถึงนำรูปของ ดร.โสภณ กมล ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับครูที่ถูกย้าย 7 ตำแหน่งและทวงคืนความงดงามของวัฒนธรรมโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษากลับมา ซึ่งวันนี้เป็นวันเกษียณอายุของผู้อำนวยการ เหล่าครูนักเรียนบอกว่าออกมาเพื่อสาปส่งและขอทวงคืนความงดงามของโรงเรียนกลับมา 
         โดยตัวแทนนักเรียนได้ชี้แจงข้อผิดพลาดและความไม่โปร่งใสของผู้อำนวยการ ทั้งหมด 8 ข้อ ดังนี้
 1.การเลือกวิชาเพิ่มเติมที่นำมาใช้ในการจัด เช่น ห้องเรียนวิทย์-คณิต ของชั้น ม.5 ที่ไม่มีเกณฑ์ชัดเจน  นำไปสู่การจัดนักเรียนไม่เหมาะสมเช่น 1 ห้องมีนักเรียนกว่า 50 คน
 2. ไม่มีความชัดเจนในการประกาศต่างๆ เช่น ประกาศตารางสอน ตารางสอบ ประกาศห้องเรียน สร้างความสับสนให้กับเด็กนักเรียน
3. ไม่สนับสนุนกิจกรรมของนักเรียน โดยการไม่อนุมัติงบประมาณให้นักเรียน
 4.ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนบิดเบือน ปิดบังข้อผิดพลาดตนเอง  เช่น วันรับเกรดบอกว่าวันปัจฉิมนิเทศ และไม่พูดข้อผิดพลาดตัวเอง
5.การดำเนินการลงโทษบุคลากรล่าช้า  ซึ่งบุคลากรคนดังกล่าวพูดจาสร้างความเกลียดชัง ผู้ปกครองของนักเรียนยื่นเรื่องต่อ ผอ.แล้ว ไม่โดนสอบวินัย  แต่ได้รับการแต่งตั้งแบบไม่เห็นหัวนักเรียน และวัฒนธรรมหรือระบบที่มีมา
6.การสร้างเว็บไซต์เรียนออนไลน์ที่มีราคาสูงแต่ไม่มีประสิทธิภาพ
7.การจัดซื้ออุโมงค์ตรวจวัดอุณหภูมิที่ราคาสูง มาไว้ที่โรงเรียน 3 เครื่อง โดยไม่มีความจำเป็น ทั้งที่มีครูเวรรอตรวจวัดอุณหภูมิให้เด็กอยู่แล้ว
8.การเรียกเก็บเงินค่าหนังสือจากนักเรียน เช่นเก็บ 1,000 บาท เมื่อคำนวนต้นทุนค่าหนังสือเพียงแค่ 800 บาท และไม่ออกใบเสร็จรับเงินให้ รวมถึงมีการจัดการที่ไม่โปร่งใส
ผอ.ขาดความรู้ความเข้าใจและวัฒนธรรมคำสอน

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ก่อนหน้านี้ ผอ.โสภณ กมล  มีพฤติกรรมที่นำไปสู่การร้องเรียน ปปช. ในวันที่ 22 ก.ย.2563 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาตั้งเเต่ย้ายมา รร.เตรียมฯ ปลายปี 2561 การร้องเรียนด้วยการส่งเรื่องไปตามสายงาน แม้ว่าเรื่องถึง รมต.ศธ ณัฐพล มาโดยตลอด แต่ไม่มีความคืบหน้า และหลังจากถูกร้อง ปปช. มาใน1-2 วันนี้ ก่อนที่ตัวเองจะเกษียณ 30 ก.ย.2563 ผอ.โสภณ กมล ยังออกคำสั่งย้ายครูที่เห็นต่าง และอยู่ในตำแหน่ง ออกไป ให้คนของตนเองมาแทน นี่เป็นสาเหตุทำให้เด็กและครูเห็นว่าไม่มีความเป็นธรรมเพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามระบบระเบียบที่มีมานาน วันนี้ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา คุณครูและนักเรียนได้มีการนัดหมายแต่งชุดดำ บอยคอตแสดงออกทางเชิงสัญลักษณ์และประกาศไม่เข้าเรียนประท้วงหลังผู้อำนวยการโรงเรียนเซ็นสั่งย้ายครู 7 ตำแหน่ง ก่อนที่จะเกษียณอายุเพียงแค่ 2 วัน และมีความไม่โปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ 
         ครูและนักเรียนบางส่วน นำโดย ครูภราดร นาทันรีบ นายกสโมสรอาจารย์เตรียมอุดมศึกษา ได้นัดแต่งชุดดำและมารวมตัวกันที่บริเวณหน้าตึก 8 โดยนักเรียนพากันผูกโบว์สีชมพู ใส่ชุดนักเรียน ชุดพละศึกษาและเสื้อคลุมสีดำ รวมถึงนำรูปของ ดร.โสภณ กมล ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับครูที่ถูกย้าย 7 ตำแหน่งและทวงคืนความงดงามของวัฒนธรรมโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษากลับมา ซึ่งวันนี้เป็นวันเกษียณอายุของผู้อำนวยการ เหล่าครูนักเรียนบอกว่าออกมาเพื่อสาปส่งและขอทวงคืนความงดงามของโรงเรียนกลับมา 
         โดยตัวแทนนักเรียนได้ชี้แจงข้อผิดพลาดและความไม่โปร่งใสของผู้อำนวยการ ทั้งหมด 8 ข้อ ดังนี้
 1.การเลือกวิชาเพิ่มเติมที่นำมาใช้ในการจัด เช่น ห้องเรียนวิทย์-คณิต ของชั้น ม.5 ที่ไม่มีเกณฑ์ชัดเจน  นำไปสู่การจัดนักเรียนไม่เหมาะสมเช่น 1 ห้องมีนักเรียนกว่า 50 คน
 2. ไม่มีความชัดเจนในการประกาศต่างๆ เช่น ประกาศตารางสอน ตารางสอบ ประกาศห้องเรียน สร้างความสับสนให้กับเด็กนักเรียน
3. ไม่สนับสนุนกิจกรรมของนักเรียน โดยการไม่อนุมัติงบประมาณให้นักเรียน
 4.ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนบิดเบือน ปิดบังข้อผิดพลาดตนเอง  เช่น วันรับเกรดบอกว่าวันปัจฉิมนิเทศ และไม่พูดข้อผิดพลาดตัวเอง
5.การดำเนินการลงโทษบุคลากรล่าช้า  ซึ่งบุคลากรคนดังกล่าวพูดจาสร้างความเกลียดชัง ผู้ปกครองของนักเรียนยื่นเรื่องต่อ ผอ.แล้ว ไม่โดนสอบวินัย  แต่ได้รับการแต่งตั้งแบบไม่เห็นหัวนักเรียน และวัฒนธรรมหรือระบบที่มีมา
6.การสร้างเว็บไซต์เรียนออนไลน์ที่มีราคาสูงแต่ไม่มีประสิทธิภาพ
7.การจัดซื้ออุโมงค์ตรวจวัดอุณหภูมิที่ราคาสูง มาไว้ที่โรงเรียน 3 เครื่อง โดยไม่มีความจำเป็น ทั้งที่มีครูเวรรอตรวจวัดอุณหภูมิให้เด็กอยู่แล้ว
8.การเรียกเก็บเงินค่าหนังสือจากนักเรียน เช่นเก็บ 1,000 บาท เมื่อคำนวนต้นทุนค่าหนังสือเพียงแค่ 800 บาท และไม่ออกใบเสร็จรับเงินให้ รวมถึงมีการจัดการที่ไม่โปร่งใส
ผอ.ขาดความรู้ความเข้าใจและวัฒนธรรมคำสอน

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ก่อนหน้านี้ ผอ.โสภณ กมล  มีพฤติกรรมที่นำไปสู่การร้องเรียน ปปช. ในวันที่ 22 ก.ย.2563 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาตั้งเเต่ย้ายมา รร.เตรียมฯ ปลายปี 2561 การร้องเรียนด้วยการส่งเรื่องไปตามสายงาน แม้ว่าเรื่องถึง รมต.ศธ ณัฐพล มาโดยตลอด แต่ไม่มีความคืบหน้า และหลังจากถูกร้อง ปปช. มาใน1-2 วันนี้ ก่อนที่ตัวเองจะเกษียณ 30 ก.ย.2563 ผอ.โสภณ กมล ยังออกคำสั่งย้ายครูที่เห็นต่าง และอยู่ในตำแหน่ง ออกไป ให้คนของตนเองมาแทน นี่เป็นสาเหตุทำให้เด็กและครูเห็นว่าไม่มีความเป็นธรรมเพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามระบบระเบียบที่มีมานาน