หมอธีระวัฒน์ เตือน ระยะห่าง "วัคซีนโควิด" เข็ม 4 ต้องเช็กดีๆ อันตรายถึงชีวิต

28 พ.ย. 2564 เวลา 5:58 น. 9.2k

"หมอธีระวัฒน์" เตือน ระยะห่าง "วัคซีนโควิด" กระตุ้นเข็ม 4 หากไม่พิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วน อาจมีผลกระทบถึงชีวิต แนะ ฉีดวัคซีนเข้าชั้นผิวหนัง

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โพสต์เฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha ประเด็น "ระยะห่างในการกระตุ้น" สำหรับ "วัคซีนโควิด" เข็มกระตุ้น

"ต้องพิจารณา มีของดีจริงๆในตัว และแฝงของเลวหรือไม่"

เข็ม 3 ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนโควิดชนิด Az หรือ PZ ส่วนมากจะอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน ถ้าวิเคราะห์เจาะจงสำหรับไวรัสที่มาในสาย เดลต้าหรือเบต้า (แต่ยังบอกไม่ได้ชัดเจนสำหรับโอไมครอน ซึ่งอาจจะแย่กว่าด้วยซ้ำ) (ข้อมูลคณะทำงาน อาจารย์ อนันต์ อจ เขตต์ อจ ทยา และเรา)

 ดังนั้น การที่จะบอกว่าวัคซีนโควิด เข็ม 4 เร็วไปหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนมีภูมิคุ้มกันแบบไหน ที่ดีและสู้เชื้อได้ และอยู่ที่ว่าฉีดเข็มสี่ไปแล้วจะอันตรายหรือไม่?

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

• "หมอธีระวัฒน์" เปิดที่มาของโควิดสายพันธุ์ใหม่ "โอไมครอน"

• ใครจองวัคซีนโมเดอร์นา ต้องฟัง เข็ม 3 ควรฉีดเมื่อไหร่ ฟังหมอธีระวัฒน์แนะ

• "หมอธีระวัฒน์" แนะฉีดวัคซีนเชื้อตาย 2 เข็มให้เด็กเล็ก กระตุ้นด้วย mRNA

 การวิเคราะห์อย่างละเอียด ทั้งระดับเซลล์และน้ำเหลือง ว่ามีของดี หรือของเลวอยู่ จึงจะบอกประเด็นได้ละเอียดกว่า แต่ข้อสำคัญคือเป็นการตรวจที่เสียค่าใช้จ่ายสูงมาก และเป็นหัวข้อที่คณะทำงานของเรากำลังทำเพื่อเลือกการตรวจที่ง่ายที่สุดที่จะใช้ได้สำหรับคนทั่วไป  ดังนั้น อาจบอกไม่ได้จากเงื่อนเวลาอย่างเดียว ที่ให้ฉีดวัคซีนโควิดกระตุ้น ให้นานออกไป เพื่อประหยัดวัคซีนเท่านั้นคงต้องพิจารณารายละเอียดลึกลงไป ยกตัวอย่างเช่น ภูมิน้ำเหลือง อย่างเดียว ยังมีชนิดภูมิเฉย ๆ ภูมิดี ภูมิเลว ภูมิชั่วร้ายเป็นต้น 

 และการตอบสนองของภูมิในระดับเซลล์ที่อาจมีคุกรุ่นการอักเสบอยู่แล้ว และเมื่อได้รับวัคซีนโควิดไปกลับทำร้าย ทำให้เกิดอาการต่างๆตั้งแต่ น้ำรั่วจากผนังเซลล์หลอดเลือด ในสมองหรือตามอวัยวะต่างๆจนถึงปรากฏการณ์เลือดข้นเกิดลิ่มเลือด และความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือดรวมทั้ง การอักเสบของหลอดเลือดและ ที่อวัยวะต่างๆ ดังที่มีผู้ได้รับผลกระทบถึงชีวิตหรือมีอาการหนักในระบบต่างๆ สมองหัวใจ บวมตามตัว เป็นต้น 

 ทั้งนี้ยังไม่นับภูมิคุ้มกันวิปริต แบบ autoimmune ซึ่งต่างจาก autoinflammatory ดังข้างต้น
และเป็นเหตุผลที่คนไทย ควรต้องทำอย่างรีบด่วน ในการฉีดวัคซีน ซึ่งง่ายที่สุดคือ

การฉีดวัคซีนเข้าชั้นผิวหนังซึ่งใช้ปริมาณน้อยกว่า

PZ ใช้หนึ่งในสาม

MDN ใช้หนึ่งใน 10

AZ ใช้หนึ่งในห้า

 แต่ได้ผลในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันดีเช่นเดียวกัน และหลีกเลี่ยงผลแทรกซ้อนได้มากมายอย่างน้อย 10 เท่า ตามรายงานของคณะทำงานต่างๆในประเทศไทยเอง ทั้งนี้ ด้วยการกระตุ้นคนละกลไกของภูมิคุ้มกัน"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ