Spring News

ท่ามกลางภาวะตลาดหมี ลงทุนอะไรดี? ตลาดหมีคืออะไร?

22 มิ.ย. 2565 เวลา 5:17 น. 1.1k

ขณะนี้การผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้เข้ามาทำให้นักลงทุนหลายประเภทสั่นคลอน ไม่ว่าจะเป็นบิทคอยน์ราคาร่วง น้ำมันราคาสูงอย่างไม่หยุด ดอกเบี้ย FED ขึ้น หุ้นต่างๆก็ราคาตก และในประเทศไทยยังเจอภาวะเงินบาทอ่อนค่า เรามาดูว่ามีอะไรน่าสนใจที่จะลงทุนในช่วงตลาดหมีแบบนี้บ้าง

อัตราเงินเฟ้อพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ทศวรรษ และยังมีการปรับอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น รวมทั้งสงครามรัสเซีย ยูเครน ก็ยังส่งผลให้ตลาดสินค้าทั่วโลก ทำให้อาหารและเชื้อเพลิงอย่างน้ำมันราคาสูงขึ้นตามไปด้วย

ชาวอเมริกัน มากกว่า 80% เชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะเกิดขึ้นในปีนี้ และ 70% ของนักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่าพวกเขาคาดว่าจะเกิดภาวะถดถอยภายในสิ้นปี 2566

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

บิทคอยน์ (BTC) ราคาร่วงลงอย่างไม่หยุดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

ในประเทศไทย เงินบาทอ่อนค่า 35.32 บาท และยังมีโอกาสที่จะร่วงต่อเนื่อง และทั้งหมดนี้เป็นสัญญานชัดเจนว่าเศรษฐกิจโลกกำลังพบกับภาวะ “ตลาดหมี”

ตลาดหมีคืออะไร ?

ตลาดหมี เป็นศัพท์เฉพาะในวงการตลาดหลักทรัพย์และการลงทุนหุ้น โดย “ตลาดหมี” จะใช้เรียกสถานการณ์ที่มูลค่าการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ตกต่ำ ดัชนีราคาหุ้นลดลงกว่า 20% จากมูลค่าสูงสุดครั้งล่าสุด และดำเนินต่อเนื่องเกิน 2 เดือน ซึ่งเป็นผลมาจากเศรษฐกิจย่ำแย่และนักลงทุนเทขายหุ้นไปซื้อสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่า

เหตุผลที่เรียกว่า “ตลาดหมี” นั้นคืออะไร ?

คล้ายการเปรียบเทียบว่าเป็น “การจำศีล” ของนักลงทุน ซึ่งนักลงทุนจะนำเงินไปเก็บไว้ในสินทรัพย์ที่มั่นคง เพื่อรอเศรษฐกิจฟื้นตัวอีกครั้ง และ ตลาดหมีเป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งของตลาดหุ้นและสินทรัพย์ต่างๆ ไม่ใช่จุดจบของเศรษฐกิจโลก เพียงแต่ขณะนี้อาจไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอีกนานแค่ไหน

 

และเมื่อเข้าใจคำว่า “ตลาดหมี” มากยิ่งขึ้น จะทำให้คุณเข้าใจสถานการณ์ต่างๆขณะนี้ได้ง่ายกว่าเดิม

ที่ปรึกษาการลงทุนและผู้จัดการลงทุนชั้นนำของโลก ได้มีคำแนะนำในการลงทุนสำหรับ “ภาวะตลาดหมี” ที่ยาวนาน ดังนี้

มองไปที่การลงทุนระยะยาว

เนื่องจากภาวะตลาดหมี ทำให้นักลงทุนหลายคนรู้สึกล้มเหลวกับการลงทุน แต่หากมองในแง่คิดที่มีแบบแผน แนะนำให้เป็นการลงทุนระยะยาวที่มีเป้าหมาย วัตถุประสงค์ ระยะเวลาที่ชัดเจน ด้วยความเสี่ยงในการลงทุนที่ยอมรับได้  และในช่วงตลาดหมีแบบนี้ ที่ปรึกษาทางการเงินได้แนะนำให้มองสินทรัพย์ที่ถือไว้เป็นการลงทุนระยะยาวเป็นหลัก

หลีกเลี่ยงการเข้าออกตลาด หรือการเฝ้าพอร์ตตลอดเวลา

Goldberg ตั้งข้อสังเกตว่าในขณะที่ราคาหุ้นในปัจจุบันและการประเมินมูลค่าที่เกี่ยวข้องกันกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมนั้นมีความสำคัญ ผู้ค้าปลีกมักจะทำผิดพลาดเมื่อพวกเขาพยายามหลีกเลี่ยงตลาดหมีโดยการขายหุ้น

นักลงทุนรายย่อยมักเชื่อว่าพวกเขาสามารถชิงไหวชิงพริบตลาดและทำกำไรโดยการซื้อขายหุ้น แต่ที่ปรึกษาการลงทุนกล่าวว่าพวกเขาเคยเห็นมันทั้งหมดมาก่อน และการซื้อเข้าและออกโดยรวดเร็วในตลาดหุ้นไม่ค่อยนำไปสู่ผลตอบแทนที่ดี

มองหาหุ้นที่เรียกว่า “หุ้นมูลค่า”

หุ้นคุณค่า (Value stocks)  หมายถึง หุ้นที่มีราคาหรือมูลค่าต่ำกว่าราคาที่เหมาะสมตามทฤษฎี (ของดี ราคาถูก) หรือเป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี เหมาะสำหรับการลงทุนในระยะยาว

บริษัทที่มีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ งบดุลที่แข็งแกร่ง และในสภาพแวดล้อมที่มีอัตราเงินเฟ้อ อำนาจการกำหนดราคามีแนวโน้มที่จะทำได้ดีกว่า

ที่ปรึกษาการเงินได้แนะนำการลงทุนหุ้นที่มีการเติบโตไปพร้อมกับกระแสโลกอย่างต่อเนื่อง เช่น Apple,Amazon

เคล็ดลับสำคัญ คือการดูอัตราส่วนการจ่ายเงินปันผลของบริษัท หรือจำนวนเงินปันผลทั้งหมดที่จ่ายให้กับผู้ถือหุ้นเมื่อเปรียบเทียบกับรายได้สุทธิของบริษัทนั้น ก่อนตัดสินใจลงทุน อัตราการจ่ายที่สูงเกินไปอาจเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าบริษัทจะไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้หากรายได้ลดลง

“ตลาดหมีอาจเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมในการซื้อหุ้นบริษัทดีๆ ที่คุณปรารถนาจะเป็นเจ้าของมาโดยตลอด”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ