
SHORT CUT
สรุปให้ เหตุลอบวางระเบิด เผาปั๊มน้ำมัน 11 จุดทั่ว 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ‘พลังงาน’ สั่งตรึงมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด
เกิดเหตุระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันพร้อมกันถึง 11 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย ด้านกระทรวงพลังงานสั่งการด่วนให้ยกระดับความปลอดภัย พร้อมยืนยันมีน้ำมันสำรองเพียงพอต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน
เหตุการณ์ความไม่สงบระลอกใหม่เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 00.45 น. ถึง 01.30 น. ของวันที่ 11 มกราคม 2569 โดยเจ้าหน้าที่ได้รับรายงานเสียงระเบิดดังขึ้นไล่เลี่ยกันในหลายอำเภอของจังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี
เป้าหมายหลักของการโจมตีในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่สถานีบริการน้ำมันขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ ปตท.
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) พบจุดเกิดเหตุรวมทั้งสิ้น 11 จุด กระจายอยู่ใน 3 จังหวัด
จังหวัดนราธิวาส (5 จุด): เป็นพื้นที่ที่เกิดเหตุหนักที่สุด โดยมีรายงานเหตุระเบิดใน อำเภอเจาะไอร้อง, อำเภอจะแนะ (ปตท.ดุซงญอ), อำเภอระแงะ (ปตท.ตันหยงมัส), อำเภอแว้ง และอำเภอสุไหงโก-ลก (ปตท.ปาเสมัส) รวมถึงบริเวณหน้าหมวดเฉพาะกิจ นปพ.33
จังหวัดยะลา (4 จุด): คนร้ายลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมันและร้านสะดวกซื้อ ในพื้นที่บ้านบันนังดามา (อ.กาบัง), ปั๊ม ปตท. ริมถนนสาย 418 (ท่าสาป), ปั๊ม ปตท. บูเกะคละ (อ.เมือง) และ ปั๊ม ปตท. ในอำเภอบันนังสตา
จังหวัดปัตตานี (2 จุด): เกิดเหตุระเบิดเสียงดังสนั่นที่ ปั๊ม ปตท. บานา อ.เมือง และ ปั๊ม ปตท. กะพ้อ อ.กะพ้อ
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ระแงะ ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดบริเวณแขนขวาจำนวน 1 นาย แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) และชุดพิสูจน์หลักฐาน ระบุว่ารูปแบบการก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นการลอบนำระเบิดแสวงเครื่องไปวางไว้บริเวณหัวจ่ายน้ำมัน หรือการใช้ระเบิดเพลิง ขว้างปาเพื่อให้เกิดไฟลุกไหม้ลามไปยังถังเก็บน้ำมันใต้ดิน ซึ่งเป็นยุทธวิธีที่หวังผลทำลายล้างสูง
พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ได้สั่งการปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุทั้งหมดทันที และห้ามผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใกล้รัศมีสังหาร เนื่องจากมีความกังวลเรื่องการวางระเบิดซ้ำซ้อน เพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยการเข้าเคลียร์พื้นที่จะเริ่มดำเนินการอย่างละเอียดในช่วงเช้าเพื่อความปลอดภัย
เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงตั้งข้อสังเกตว่า การก่อเหตุครั้งนี้อาจมีความเชื่อมโยงกับวันเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และสมาชิก อบต. ในวันนี้ โดยคนร้ายอาจต้องการสร้างสถานการณ์เชิงสัญลักษณ์และทำลายความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ
ด้าน วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน ได้ออกแถลงการณ์ด่วนสั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ พลังงานจังหวัด และผู้ค้าน้ำมัน ประสานงานกับฝ่ายความมั่นคงอย่างใกล้ชิด
มาตรการเร่งด่วนที่กระทรวงพลังงานประกาศใช้ ประกอบด้วย:
ยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุด: กำชับให้สถานีบริการน้ำมันทุกแห่งในพื้นที่เสี่ยงเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบยานพาหนะและบุคคลต้องสงสัย โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพนักงานและประชาชนผู้ใช้บริการเป็นอันดับแรก
ความมั่นคงด้านเชื้อเพลิง: มอบหมายให้กรมธุรกิจพลังงานและผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ตรวจสอบปริมาณน้ำมันสำรองในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทันที เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการ และไม่เกิดภาวะขาดแคลนหากเส้นทางขนส่งหลักถูกตัดขาด
แผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน: เตรียมแผนการขนส่งเชื้อเพลิงผ่านเส้นทางสำรอง เพื่อรักษาระบบโลจิสติกส์ด้านพลังงานให้ดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง
"ผมขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ได้กำชับให้ทุกฝ่ายเฝ้าระวังสถานีบริการน้ำมันอย่างใกล้ชิด และขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่าเราได้เตรียมแผนสำรองปริมาณน้ำมันไว้เพียงพอต่อการใช้งานในทุกสถานการณ์" นายวีรพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย
ขณะนี้ สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า โดยมีการประกาศเตือนให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง และหากพบวัตถุต้องสงสัยให้แจ้งสายด่วน 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง