svasdssvasds

กรมชลประทาน จับมือ กฟผ. ดึงพลังน้ำผลิตไฟฟ้าสะอาด มุ่ง Net Zero

กรมชลประทาน จับมือ กฟผ. ดึงพลังน้ำผลิตไฟฟ้าสะอาด มุ่ง Net Zero

กรมชลประทาน–กฟผ. ลงนาม 3 ความร่วมมือ บริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ยกระดับเขื่อนชลประทานสู่แหล่งพลังงานสะอาด ผลิตไฟฟ้าไร้คาร์บอน หนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ

SHORT CUT

  • กรมชลประทาน และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ลงนามความร่วมมือ 3 ฉบับ พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทาน และทำวิจัยการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเพิ่มคุณค่าทรัพยากรน้ำ ควบคู่ความมั่นคงด้านน้ำและพลังงานสะอาด
  • โครงการใหม่ 4 เขื่อนผลิตไฟฟ้ารวม ~39 ล้านหน่วย/ปี ลด CO₂ >15,000 ตัน/ปี ขณะที่โครงการที่ดำเนินการแล้ว (แก่งกระจาน–แม่งัดฯ) ผลิตรวม ~98.75 ล้านหน่วย/ปี ลด CO₂ รวมกว่า ~63,000 ตัน/ปี สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero Emissions
  • ปัจจุบัน กฟผ. มีโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทาน 16 เขื่อน ผลิตไฟฟ้ากว่า ~660 ล้านหน่วย/ปี ลดการปล่อยคาร์บอนรวม >360,000 ตัน/ปี สะท้อนการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างยั่งยืน

กรมชลประทาน–กฟผ. ลงนาม 3 ความร่วมมือ บริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ยกระดับเขื่อนชลประทานสู่แหล่งพลังงานสะอาด ผลิตไฟฟ้าไร้คาร์บอน หนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ

วันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2569) กรมชลประทาน ลงนาม 3 บันทึกข้อตกลงกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้แก่ 1) โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทาน เขื่อนลำปาว (จ.กาฬสินธุ์) เขื่อนลำตะคอง (จ.นครราชสีมา) เขื่อนกระเสียว(จ.สุพรรณบุรี) และเขื่อนห้วยแม่ท้อ (จ.ตาก)  2) โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทาน เขื่อนแก่งกระจาน (จ.เพชรบุรี) และเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล (จ.เชียงใหม่) และ 3) โครงการวิจัยและพัฒนาการบริหารจัดการน้ำ โดยมี นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการ กฟผ. และนายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน เป็นตัวแทนลงนาม พร้อมด้วย นายวิภู พิวัฒน์ รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า นายศิริวัฒน์ เจ็ดสี รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน กฟผ. และนายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษากรมชลประทาน ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯ   

กรมชลประทาน จับมือ กฟผ. ดึงพลังน้ำผลิตไฟฟ้าสะอาด มุ่ง Net Zero

นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานมีบทบาทหลักในการวางแผน พัฒนา และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการจัดสรรน้ำเพื่อการเกษตร การอุปโภคบริโภค และการรักษาระบบนิเวศ รวมไปถึงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้งในระดับลุ่มน้ำ ความร่วมมือกับ กฟผ. ในครั้งนี้ จึงเป็นการต่อยอดการบริหารจัดการน้ำของประเทศให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยนำน้ำที่บริหารจัดการตามแผนชลประทานอยู่แล้วมาเพิ่มมูลค่าทางพลังงาน ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบข้อมูลของทั้งสองหน่วยงานและงานวิจัยด้านการบริหารจัดการน้ำ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การทำงานร่วมกันจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับการวางแผนในระดับลุ่มน้ำ การแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงเทคนิค และการพัฒนานวัตกรรมสนับสนุนการตัดสินใจ ซึ่งจะนำไปสู่ความมั่นคงด้านน้ำและประโยชน์สูงสุดของประชาชนในระยะยาว 

กรมชลประทาน จับมือ กฟผ. ดึงพลังน้ำผลิตไฟฟ้าสะอาด มุ่ง Net Zero

นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน จึงร่วมกับกรมชลประทานพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทาน เนื่องจากเป็นแหล่งพลังงานสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญคือสามารถใช้ทรัพยากรน้ำที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ถือเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ โดยนำน้ำที่ได้จากการระบายน้ำของเขื่อนตามแผนของกรมชลประทานมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรของประเทศ ตลอดจนส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดที่มีต้นทุนต่ำ สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืนของประเทศ เพื่อเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions)

สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทาน เขื่อนลำปาว เขื่อนลำตะคอง เขื่อนกระเสียว และเขื่อนห้วยแม่ท้อ ได้รับอนุมัติในหลักการจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2567 ให้ กฟผ. ดำเนินการร่วมกับ กรมชลประทาน  โดยสามารถผลิตไฟฟ้ารวมกันได้ปีละ 39 ล้านหน่วย ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ปีละกว่า 15,000 ตันคาร์บอนต่อปี นอกจากนี้ โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทานที่มีอยู่ ได้แก่ เขื่อนแก่งกระจาน ผลิตไฟฟ้าได้ปีละ 70 ล้านหน่วย ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ปีละกว่า 50,000 ตันคาร์บอนต่อปี และเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ผลิตไฟฟ้าได้ปีละ 28.75 ล้านหน่วย ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ปีละกว่า 13,000 ตันคาร์บอนต่อปี ปัจจุบัน กฟผ. ผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทานทั้งหมด 16 เขื่อน รวมผลิตไฟฟ้าได้ต่อปีกว่า 660 ล้านหน่วย ลดการปลดปล่อยคาร์บอนได้กว่า 360,000 ตันคาร์บอนต่อปี 

กรมชลประทาน จับมือ กฟผ. ดึงพลังน้ำผลิตไฟฟ้าสะอาด มุ่ง Net Zero

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

 

related