Tomorrowland บุกไทยครั้งแรก ท้าทายศักยภาพทุกด้านของไทย

Tomorrowland บุกไทยครั้งแรก ท้าทายศักยภาพทุกด้านของไทย

Tomorrowland ปักหมุดพัทยา ธ.ค. 2569 ครั้งแรกในเอเชีย คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 8 หมื่นคน เงินสะพัด 5 พันล้านบาท เดิมพันไทยสู่เจ้าภาพระยะยาว 5 ปี

SHORT CUT

1. ความคืบหน้าการเตรียมงานเป็นไปตามแผน เริ่มติดตั้งตั้งแต่ 15 ต.ค. มีตู้คอนเทนเนอร์จากเบลเยียมประมาณ 120 ตู้ และความคืบหน้าการติดตั้งอยู่ที่ราว 40%

2. คาดสร้างเงินสะพัดอย่างน้อย 5,000 ล้านบาท งานจะช่วยกระจายรายได้สู่โรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง และธุรกิจท้องถิ่น โดยประเมินนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจเข้าร่วมมากกว่า 70,000-80,000 คน 

3. เล็งขยายงานเป็น 2 สุดสัปดาห์ เพิ่มเงินสะพัดเป็น 10,000 ล้านบาท  โดยปีแรกถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญต่อแผนจัดงานระยะยาว 5 ปีในประเทศไทย

Tomorrowland ปักหมุดพัทยา ธ.ค. 2569 ครั้งแรกในเอเชีย คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 8 หมื่นคน เงินสะพัด 5 พันล้านบาท เดิมพันไทยสู่เจ้าภาพระยะยาว 5 ปี

ประเทศไทยกำลังจะกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของเทศกาลดนตรีระดับโลก เมื่อ Tomorrowland เทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ (EDM) ชื่อดังจากประเทศเบลเยียม เตรียมจัดงาน Tomorrowland Thailand อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 11–13 ธันวาคม 2569 ณ Wisdom Valley เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี นับเป็นการจัดเทศกาล Tomorrowland แบบเต็มรูปแบบครั้งแรกในเอเชีย หลังจากเทศกาลนี้สร้างชื่อเสียงและดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาอย่างยาวนาน

การมาถึงของ Tomorrowland ไม่ได้เป็นเพียงการนำเทศกาลดนตรีระดับโลกเข้ามาจัดในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นความพยายามยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (Experience Tourism) และการจัดงานอีเวนต์ระดับนานาชาติ โดยคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้กับธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และบริการต่างๆ ในพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม การนำเทศกาลระดับโลกมาจัดในประเทศไทยนั้นมีความท้าทายด้านการลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน การเดินทาง ที่พัก และความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชน

SPRiNG ได้พูดคุยกับคุณ รชต ธันยาวุฒิ กรรมการบริหาร บริษัท วีอาร์วัน.เวิลด์ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้จัดงาน Tomorrowland Thailand ถึงความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อมจัดเทศกาลดนตรีระดับโลกในประเทศไทย พร้อมเปิดเผยรายละเอียดและความเคลื่อนไหวล่าสุดของการจัดงาน โดยคุณรชตได้เปิดเผยความคืบหน้าและรายละเอียดการจัดงานในประเด็นต่างๆ ดังนี้ 

 รชต ธันยาวุฒิ กรรมการบริหาร บริษัท วีอาร์วัน.เวิลด์ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้จัดงาน Tomorrowland Thailand

Tomorrowland Thailand คืบหน้า 40% พร้อมจ้างงาน 8,000 ตำแหน่ง 

เมื่อประมาณ 3 สัปดาห์ก่อน พื้นที่ Wisdom Valley ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน Tomorrowland Thailand ได้รับผลกระทบจากพายุและน้ำท่วม ส่งผลให้ต้องปรับปรุงพื้นที่และภูมิทัศน์ใหม่ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเริ่มดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา

สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดงาน ตู้คอนเทนเนอร์ประมาณ 120 ตู้จากประเทศเบลเยียมได้เดินทางมาถึงประเทศไทยแล้ว เนื่องจากโครงสร้างของเวทีหลักบางส่วนเป็นอุปกรณ์เฉพาะทางที่ไม่สามารถผลิตในประเทศไทยได้ทั้งหมด โดยเฉพาะโครงสร้างนั่งร้านที่มีขนาดและมาตรฐานแตกต่างจากอุปกรณ์ที่ใช้กันทั่วไปในประเทศ

ด้วยเหตุนี้ จึงต้องนำทีมซัพพลายเออร์จากต่างประเทศประมาณ 200 คนเข้ามาถ่ายทอดความรู้และวิธีการติดตั้งให้กับทีมงานไทย โดยมีการใช้แรงงานไทยเข้าร่วมดำเนินงานด้วย เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และถ่ายทอดทักษะในการจัดงานระดับนานาชาติ

ปัจจุบันการติดตั้งมีความคืบหน้าประมาณ 40% จากแผนงานทั้งหมดที่กำหนดระยะเวลาไว้ 60 วัน ส่วนการเตรียมความพร้อมด้านอื่น ๆ ทั้งทีมงานและการจ้างงานนอกพื้นที่จัดงานได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว โดยมีการจ้างงานรวมประมาณ 8,000 ตำแหน่ง

ขณะที่การสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานจากกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะการปรับปรุงถนนจำนวน 6 เส้นทาง เพื่อเชื่อมต่อจากมอเตอร์เวย์และเส้นทางโดยรอบ รวมถึงช่วยระบายการจราจร ก็เสร็จสิ้นตามแผนที่กำหนดไว้แล้ว

คาดเงินสะพัด 5,000 ล้านบาท นักท่องเที่ยวทะลุ 80,000 คน

สำหรับผลกระทบทางเศรษฐกิจ เดิมเราประเมินว่าการจัดงาน Tomorrowland Thailand จะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้กับประเทศไทยไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท โดยคำนวณจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในหลายด้าน ทั้งค่าที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง ร้านค้า และบริการต่าง ๆ ในพื้นที่ ซึ่งประโยชน์ที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้จัดงาน แต่ยังครอบคลุมไปถึงผู้ประกอบการในภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องด้วย

ขณะนี้เราประเมินว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าร่วมงานมากกว่า 70,000-80,000 คน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผลกระทบทางเศรษฐกิจที่แท้จริงจะต้องรอการประเมินหลังจบงาน โดยจะรวบรวมข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสมาคมโรงแรมในพัทยา ทั้งจำนวนคืนที่นักท่องเที่ยวเข้าพักและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง

สิ่งที่เห็นได้ชัดในขณะนี้คือความต้องการที่พักในพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยปกติเดือนธันวาคมถือเป็นช่วงไฮซีซันของพัทยาอยู่แล้ว ซึ่งมีอัตราการเข้าพักโรงแรมประมาณ 85% แต่เมื่อมีการจัดงานเข้ามา เราประเมินว่าอัตราการเข้าพักอาจเพิ่มขึ้นไปถึง 99% ขณะเดียวกัน โรงแรมบางแห่งปรับราคาที่พักเพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่าจากราคาปกติ

เรื่องนี้ถือเป็นดาบสองคม แม้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในระยะสั้น แต่หากมีการปรับราคาสูงเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของพัทยาในระยะยาว เราจึงได้พูดคุยกับผู้ประกอบการโรงแรม เพื่อสร้างความเข้าใจและพยายามไม่ให้การปรับราคากลายเป็นปัจจัยเชิงลบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดในการกระจายนักท่องเที่ยวให้เข้าพักในกรุงเทพฯ มากขึ้น โดยอาจจัดกิจกรรมเสริมในกรุงเทพฯ ก่อนเดินทางต่อไปยังพัทยา รวมถึงพัฒนาระบบรถรับส่งเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง แนวทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยว และกระจายรายได้จากการจัดงานไปยังพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศด้วย

วางแผนจัดงาน 5 ปี ชี้ไทยต้องพิสูจน์ศักยภาพ

ในด้านการลงทุน สำหรับการจัดงานปีแรก เราประเมินงบลงทุนไว้ประมาณ 2,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่ 1,600 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการนำเข้าอุปกรณ์จากต่างประเทศ เนื่องจากอุปกรณ์บางประเภทในตลาดประเทศไทยมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะอุปกรณ์สำหรับการจัดงานขนาดใหญ่ในช่วงเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงที่หลายประเทศในเอเชียมีการจัดงานกลางแจ้งเช่นกัน ทำให้ต้องจัดหาอุปกรณ์จากประเทศอื่นเพิ่มเติม

ขณะที่รายได้จากผู้สนับสนุนภาคเอกชนยังต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจาก Tomorrowland ให้ความสำคัญกับการออกแบบและความสวยงามของพื้นที่จัดงานในภาพรวม จึงไม่สามารถติดตั้งโลโก้หรือป้ายโฆษณาของผู้สนับสนุนได้อย่างอิสระเหมือนการจัดงานทั่วไป ประกอบกับแพ็กเกจการสนับสนุนมีมูลค่าสูง ทำให้ผู้สนับสนุนบางรายอาจยังไม่เห็นความคุ้มค่าในการลงทุน

อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือจากภาครัฐถือว่าได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงานเป็นอย่างดี ทั้งกระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมศุลกากร กระทรวงแรงงาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงหน่วยงานระดับจังหวัด โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกด้านการนำเข้าอุปกรณ์ การดำเนินเอกสารอนุญาตทำงานของบุคลากรต่างชาติ ตลอดจนการจัดเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเข้าไปให้บริการภายในพื้นที่จัดงาน

ปัจจุบันยังมีประเทศอื่นที่ให้ความสนใจและเสนอรับการจัดงานเช่นกัน ทั้งสิงคโปร์และมาเลเซีย ดังนั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องทำให้การจัดงานครั้งแรกออกมาดีที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้จัดงานและนักลงทุนต่างชาติ เพราะหากไม่สามารถพิสูจน์ศักยภาพในการจัดงานได้ ก็มีความเป็นไปได้ที่โอกาสในการเป็นเจ้าภาพระยะยาวจะย้ายไปยังประเทศอื่น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

related