“บิ๊กตู่” พร้อมภรรยา เดินทางเยือนราชอาณาจักรภูฏานตามคำเชิญ

นายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนราชอาณาจักรภูฏานตามคำเชิญ กระชับความสัมพันธ์ แน่นแฟ้นทุกมิติ และเปิดสถานกงสุลแห่งใหม่ ณ กรุงทิมพู

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.พร้อมนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา และคณะ เดินทางเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 19 – 20 กรกฎาคม 2561 โดยการเดินทางเยือนภูฏานอย่างเป็นทางการครั้งนี้ เป็นการตอบรับคำเชิญของดาโช เชริง โตบเกย์ (Dasho Tshering Tobgay) นายกรัฐมนตรีภูฏาน เมื่อครั้งเยือนไทยและเข้าพบหารือกับนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยนายกรัฐมนตรีจะใช้โอกาสนี้กระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทย – ภูฏาน ให้มีความแน่นแฟ้นในทุกมิติ โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการค้าการลงทุน การท่องเที่ยว สาธารณสุข และการพัฒนาประเทศตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

โดยเมื่อเดินทางถึงนายกรัฐมนตรีจะเดินต่อไปยังไปยังพระราชวังทาชิโช (Tashichhodzong) โดยขบวนเกียรติยศแบบพื้นเมือง (Chipdrel) เพื่อเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก (His Majesty King Jigme Khesar Namgyel Wangchuck, the Fifth Druk Gyalpo) สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งราชอาณาจักรภูฎาน ณ พระราชวังทาชิโช

จากนั้นนายกรัฐมนตรีจะเดินไปเปิดที่ทำการกงสุลแห่งใหม่ของสถานกงสุลใหญ่ กิตติมศักดิ์ ทิมพู ก่อนพบหารือกับนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรภูฏาน ณ สำนักนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรภูฏาน ภายในอาคารรัฐสภา ช่วงค่ำซึ่งจะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรี ด้วย

และโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและภริยาเดินทางไปยังเจดีย์อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ราชอาณาจักรภูฏาน และเยี่ยมชมร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างไทยกับราชอาณาจักรภูฏาน

ทั้งนี้ ไทยและราชอาณาจักรภูฎานสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2532 ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดทั้งในระดับราชวงศ์ รัฐบาล และประชาชน รวมทั้งยังมีความเชื่อมโยงทางพุทธศาสนา สังคมและวัฒนธรรม โดยเฉพาะสถาบันกษัตริย์เป็นจุดเชื่อมโยงจิตใจของประชาชนทั้งสองประเทศด้วย ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ส่วนใหญ่อยู่ในบริบทของความร่วมมือทางวิชาการ โดยภูฏานมองไทยเป็นแบบอย่างในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่สอดคล้องกับทฤษฎีความสุขมวลรวมประชาชาติ และนำไปปรับใช้กับราชอาณาจักรภูฏานด้วย