“คณาพจน์ โจมฤทธิ์” รุ่นใหม่ ทษช. จากเพื่อนช่วยเพื่อน สู่ “เพื่อนช่วยชาติ”

30 ม.ค. 2562 เวลา 7:58 น.

ดร.คณาพจน์ โจมฤทธิ์ ที่ปรึกษากฎหมายด้านการลงทุนระหว่างประเทศ ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทของ นส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวนายทักษิณ ตั้งแต่สมัยเรียนด้วยกันที่จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย

ดร.คณาพจน์ หรือ เอิง ประกาศตัวอีกครั้งในบท “รองเลขาธิการ” พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ตามอุดมการณ์ทางการเมืองของตนเอง และคำเชียร์ของเพื่อนสนิท”อุ๊งอิ๊ง” หลังจากที่ผ่านมาเมื่อกว่า 3 ปี เคยข่วยงานเป็นทีมปฏิบัติงานให้พรรคเพื่อไทย เเต่วันนี้”ดร.เอิง”มาสวมบท

คณาพจน์ บอกว่า ตัวเขาเป็นเพื่อนสนิทของอุ๊งอิ๊ง สมัยมหาวิทยาลัยเเละไปเรียนต่อกันทึ่ต่างประเทศด้วยกัน แต่เขาก็สนิทกับ 3 พี่น้องชินวัตร โดยสะท้อนว่า หลายคนคงเคยอ่านหนังสือ”คนอื่นเรียกนายกฯแต่เราเรียก..พ่อ”ซึ่งสามพี่น้อง”โอ๊ค,เอม,อุ๊งอิ๊ง”ร่วมกันเขียนเพื่อสะท้อนความในใจของลูกชายเเละลูกสาวอดีตนายกรัฐมนตรีที่มีทั้งคนรักเเละคนชังมากสุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยคนหนึ่ง วันนี้ทั้ง 3 ชีวิตต่างเติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนเเปลงในชีวิตครอบครัวหลากมุมรวมทั้งจัวหวะก้าวเดินของเเต่ละคน

“วันนี้โอ๊ครับบทหัวหมู่ทะลวงฟันให้พรรคเพื่อไทย เอมเป็นคุณเเม่ลูกสามเเละดูเเลกิจการอสังหาริมทรัพย์ อุ๊งอิ๊งกำลังจะเป็นเจ้าสาวในไม่กี่วันข้างหน้า โดยเจ้าบ่าวนั้นว่ากันว่า เป็นญาติของเพื่อนสนิทเธอที่ชื่อว่า ”คณาพจน์”

ฟังสิ่งที่เอิงเผยถึงเพื่อนสนิทคนนี้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นลูกสาว อดีต สร.1 สองสมัยต้องเผชิญชีวิตอย่างไรในห้วงเวลานั้นเเละนับจากนี้บทบาทของเอิงกับภารกิจการเมืองนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร...

“ผมรู้จักเธอตั้งเเต่เรียนปี 1 รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ตอนนั้นยังเกร็งๆ เธอมาทักทายผม ตอนเเรกไม่กล้าคุยด้วยเพราะเธอเป็นลูกนายกฯ(ยิ้ม) เเล้วเราก็เรียนกลุ่มเดียวกัน มีเพื่อนๆในกลุ่มที่สนิทมี 5-6คน ตอนนั้นเธอเจอเเรงกดดันเเต่เเรกเรื่องเอ็นทรานซ์ เเต่ผ่านไปสักพักก็ไม่มีอะไร”

เอิงบอกว่า อุ๊งอิ๊งมาเจอเหตุหนักๆหนักช่วงตอนอยู่ปี 3 เเละปี 4 มีการชุมนุมไล่รัฐบาลไทยรักไทยชุดที่สอง มันเริ่มลุกลามมายังเธอ ตั้งเเต่ไปไหนมาไหน ในห้องเรียน ในโลกออนไลน์ เเม้เเต่เพื่อนที่เรียนกันมาบางคนยังออกไปชุมนุมเเละพาดพิงมาที่ตัวเธอ ตนเองมองว่าเธอเจอหนักนะ บางวันก็ร้องไห้ เเละรู้ด้วยว่าร้องไห้บ่อยๆ  เพราะมันเเทบไม่เกี่ยวกับตัวเธอเลย

“มุมมองผมนะ สิ่งใดที่บุคคลที่สามไม่เกี่ยวสังคมก็ไม่ควรก้าวก่าย มันควรเป็นหลักเเบบนี้ มันเป็นหลักสากลนะ อย่าเหมาเข่งสิ บางครั้งเธอไม่มาเรียนเพราะรู้ว่าจะเจออะไร พวกผมก็ให้กำลังใจเเละไปติวหนังสือให้ เเละยิ่งช่วงที่มีการยึดอำนาจในปี2549 วันนั้นเธอบอกว่าเหมือนบ้านเเตก พ่อไปทาง เเม่ไปทาง พี่น้องไปทางติดต่อทางโทรศัพท์ไม่ได้เพราะเธอกลัวโดนดักฟัง เธอเปลี่ยนที่นอนบ่อยๆ เเละยังสวมรองเท้าผ้าใบนอนเลยเพราะมีอะไรจะได้ไปเลย ผมคิดนะ มันอะไรจะขนาดนั้น เห็นใจเธอนะ ผมยังย้อนคิดว่าหากเป็นตัวเราเจอเเบบนี้จะทำอย่างไร คงไม่พ้นเเนวที่เธอทำ(ยิ้ม) เเต่เธอมีมานะ เรียนจนจบทั้งๆที่เจออะไรหนักๆเเบบนี้ จากนั้นผมกับเธอไปเรียนต่อที่อังกฤษด้วยกัน ตอนนั้นจิตใจเเละความรู้สึกเธอดีขึ้นมาก วันนี้เธอไปไหนมาไหนสบายขึ้น เเรงต้านลดน้อยไปมาก” คือคำบอกเล่าของคณาพจน์

รองเลขาธิการ ทษช. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนช่วยงานพรรคเพื่อไทยเเละเมื่อมีการตั้งพรรคนี้ขึ้น (ทษช.) อุ๊งอิ๊งมาบอกว่า มีพรรคการเมืองใหม่ที่ให้พื้นที่เเละเเนวคิดใหม่เเบบเปิดกว้างกับคนรุ่นใหม่ น่าจะเหมาะกับตัวเอง สิ่งที่อยากทำจะง่ายขึ้นกว่าอยู่พรรคใหญ่? จึงมาลองคิดเเละตัดสินใจตามคำเชียร์ของเพื่อน

คณาพจน์ บอกอีกว่า การเมืองวันนี้ หลายคนมองว่า ทษช.คือพรรคสาขาของเพื่อไทย จะมองเเบบนั้นก็ได้แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน แต่จริงๆ แล้วพรรคเพื่อไทย และพรรคไทยรักษาชาติ เราเป็นคนละพรรคการเมืองกัน แต่ทั้งสองพรรคมีอุดมการณ์ทางประชาธิปไตยเหมือนกัน เเละเราจะมาสานต่อสิ่งดีๆที่พรรคไทยรักไทยทำไว้หลายอย่างเเต่ยังไม่ได้รับการสานต่อ เช่นนำไอทีมาต่อยอดหลายโครงการเพื่อให้คนไทยตัวเล็กๆเเละคนรุ่นใหม่มีที่ยืน ตนมายืนตรงนี้ มาด้วยอุดมการณ์นะ เรายืนบนหลักเเบบนี้ก็ไม่ต้องกลัวว่าใครจะเเกล้ง เราต้องพิสูจน์ว่าเราสู้เพื่อสิ่งใดบนเวทีการเมืองในคราวนี้