การเมือง

รองโฆษกพปชร. ชี้พรรคก้าวไกล เสี่ยงโดนยุบพรรค เหตุร่วมกิจกรรมตามหาความจริง

รองโฆษก พปชร. ชี้ พรรคก้าวไกล เข้าข่ายผิดกม. เสี่ยงยุบพรรค ร่วมกิจกรรม #ตามหาความจริง ยุยงปลุกปั่น ฉะคณะก้าวหน้าเลิกหมกหมุ่นอดีตให้สมชื่อ ขออย่าสร้างความแตกแยกบอบช้ำรอบใหม่ วอนช่วยคิดแบบก้าวหน้า นำพาประชาชนอยู่ดีกินดีในภาวะวิกฤต

ตามหาความจริง น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่มี กรรมการบริหารพรรค รวมถึงส.ส.พรรคก้าวไกลจำนวนหนึ่งมีการเคลื่อนไหวกิจกรรมภายใต้ #ตามหาความจริง ที่เป็นเหตุการณ์เกี่ยวกับการชุมนุมเดือนพฤษภาคม 2553 ในสื่อโซเชียลมีเดียและทางทวิตเตอร์ ว่า

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ควรออกมาชี้แจงว่า พรรคก้าวไกลยินยอมให้ น.ส.พรรณิการ์และคณะก้าวหน้า ควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมทางการเมืองดังกล่าวหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่เป็นการกระทำของกรรมการบริหารพรรค และส.ส. พรรคก้าวไกลทั้งสิ้น ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดกฎหมาย

โดยมีโทษถูกยุบพรรค และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า ประชาชนทั่วไป มองเห็นว่ากิจกรรมภายใต้หัวข้อ #ตามหาความจริง ที่นำโดยคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ และแฟนเพจเฟซบุ๊ก พร้อมคลิปวีดีโอ และ#ตามหาความจริงในค่ำของวันที่ 11 พ.ค. เพื่อเชิญชวนให้ติดตามข้อมูลภายใต้ #ตามหาความจริง ระหว่างวันที่ 12-20 พ.ค.

และต่อมาในเวลาไล่เลี่ยกัน น.ส. พรรณิการ์ ก็ได้โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ ประกาศว่าการฉายภาพกลางกรุง พร้อมข้อความว่าตามหาความจริงเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น พร้อมทั้งเชิญชวนให้ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ แฟนเพจเฟซบุ๊กคณะก้าวหน้าระหว่างวันที่ 12-20 พ.ค. 63

ซึ่งประชาชนเห็นว่ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างชัดเจน สอดรับกันเป็นกระบวนการกับความเคลื่อนไหวของ ส.ส. พรรคก้าวไกล เพราะทั้งลำดับเวลาในการโพสต์ข้อความ และ #ตามล่าหาความจริง ที่ริเริ่มนำโดย น.ส.พรรณิการ์ วานิช ตั้งแต่เวลา 9.23 น. ของวันที่ 11 พ.ค. และ คณะก้าวหน้า

ต่อมาทีมโฆษกพรรค ทีมรองเลขาธิการพรรค ทีมกรรมการบริหารพรรค และ ส.ส.พรรคก้าวไกล ได้เผยแพร่ข้อความและกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องขยายออกไป

ดังนั้นจึงเกิดการตั้งคำถามว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำของพรรคก้าวไกล ที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน พรป. พรรคการเมือง 2560 มาตรา 28 ที่พรรคการเมืองยินยอม หรือกระทำการใดอันทำให้บุคคลอื่น ซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำ กิจกรรมของพรรคการเมือง ซึ่งมีโทษถูกยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคตามมาตรา 92

“คณะก้าวหน้า ควรเลิกหมกหมุ่นกับอดีตให้สมกับชื่อกลุ่มที่ต้องการเดินหน้า แสวงหาอนาคตอันศิวิไลซ์มิใช่หรือ ควรตระหนักและเสนอความคิดอันมีประโยชน์ ที่จะนำพาให้ประชาชนที่เคยลงคะแนนเสียงให้อยู่ดีกินดี ไม่ใช่ย้อนเวลาหาอดีต ที่มีแต่จะสร้างความเกลียดชังขึ้นในสังคม และนำไปสู่ความขัดแย้งที่มีแต่จะพาประเทศดำดิ่งไปสู่ความยากจน ความทุกข์ เพียงเพราะจะเอาชนะทางการเมืองเท่านั้นหรือ” น.ส.ทิพานัน กล่าว

นอกจากนี้ สังคมก็มีคำถามว่า การนำเหตุการณ์ในอดีตมาแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว เพื่อคณะก้าวหน้าเอง โดยอาศัยเหตุการณ์ที่กลุ่มคนเสื้อแดงตกเป็นจำเลยของสังคมมาเผยแพร่ซ้ำ เป็นการโจมตีกลุ่มเสื้อแดงทางอ้อมหรือไม่ โดยคณะก้าวหน้าไม่เสียประโยชน์อะไรเลยใช่หรือไม่

อีกทั้งอาจแอบแฝงเจตนายุยง ปลุกปั่นให้เกิดข้อขัดแย้งระหว่างเสื้อสีต่างๆ ปะทุซ้ำขึ้นมาใหม่ เพื่อฉกฉวยประโยชน์ทำนองทำตัวเป็นตาอยู่ ยั่วยุให้ขัดแย้งกันอีกครั้ง หลังจากที่พรรคอนาคตใหม่ อาจเคยฉวยโอกาสจับปลาในบ่อเพื่อนมาแล้ว

และมาครั้งนี้ในฐานะคณะก้าวหน้าก็ยังจะไม่ลงทุนลงแรงจับปลาเอง จะฉวยโอกาสให้คนอื่นจับปลาให้แล้วยุให้ทะเลาะกัน เพื่อคณะก้าวหน้าจะแย่งปลาไปง่ายๆ อีกหรือไม่ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าว